ประวัติ นาเยฟ อาเกิร์ด หัวใจสำคัญในเกมรับของทัพสิงโตแห่งแอตลาส
ชื่อเต็ม : นาเยฟ อาเกิร์ด (Nayef Aguerd)
วัน/เดือน/ปีเกิด : 30 มีนาคม ค.ศ. 1996
ส่วนสูง : 1.90 ซม.
ตำแหน่ง : เซ็นเตอร์แบ็ก
สโมสรปัจจุบัน : มาร์กเซย
นาเยฟ อาเกิร์ด เป็นกองหลังทีมชาติโมร็อกโก เกิดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 1996 ปัจจุบันค้าแข้งในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กให้กับมาร์กเซย สโมสรดังแห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส พร้อมเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติบ้านเกิดอีกด้วยเส้นทางลูกหนังของ อาเกิร์ด เริ่มต้นกับ เอฟยูเอส ราบัต ในลีกสูงสุดโมร็อกโก ก่อนโชว์ฟอร์มโดดเด่นจนได้โอกาสย้ายมาหาความท้าทายในฝรั่งเศส กับทั้ง ดิฌง และ แรนส์ ซึ่งเจ้าตัวพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองหลังที่เล่นได้แข็งแกร่ง อ่านเกมดี และมีความนิ่งเกินวัย
ในนามทีมชาติ อาเกิร์ดติดธงโมร็อกโกอย่างต่อเนื่อง โดยมีชื่อร่วมลุยศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ แชมเปียนชิพ ปี 2018 รวมถึงศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ หลายสมัย ทั้งปี 2021, 2023 และ 2025 นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในขุนพลชุดฟุตบอลโลก 2022 ที่พาทีมชาติโมร็อกโกสร้างประวัติศาสตร์บนเวทีโลกได้อย่างยิ่งใหญ่อีกด้วย
ชีวิตช่วงต้น :นาเยฟ อาเกิร์ด เติบโตขึ้นในเมืองเคนิตร้า ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศโมร็อกโก โดยเจ้าตัวเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังกับอะคาเดมี โมฮัมเหม็ด ที่ 6 ศูนย์ฝึกฟุตบอลชื่อดังของประเทศ ซึ่งเป็นแหล่งบ่มเพาะดาวรุ่งฝีเท้าดีมากมาย
นอกจากนี้ในปี 2023 เจ้าตัวพร้อมด้วยเพื่อนร่วมทีมชาติโมร็อกโก ได้ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในแคว้นมาร์ราเกช-ซาฟี ของประเทศโมร็อกโก เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงอีกมุมหนึ่งของกองหลังรายนี้ ที่ไม่เพียงทุ่มเทในสนามฟุตบอล แต่ยังพร้อมยืนเคียงข้างประชาชนชาวโมร็อกโกในช่วงเวลาที่ยากลำบากอีกด้วย
เส้นทางอาชีพในระดับสโมสร :อาเกิร์ด เริ่มสร้างชื่อกับ เอฟยูเอส ราบัต ได้อย่างรวดเร็ว โดยในฤดูกาลแรกกับทีม เจ้าตัวมีส่วนช่วยสโมสรทะลุเข้าชิงชนะเลิศถ้วยโทรน คัพ ปี 2015 แม้สุดท้ายจะพ่ายต่อ โอลิมปิก เดอ คูริบก้า และจบด้วยตำแหน่งรองแชมป์ก็ตาม
วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2015 แนวรับชาวโมร็อกโกยิงประตูแรกให้กับต้นสังกัดได้สำเร็จ ในเกมที่ เอฟยูเอส ราบัต เอาชนะ วีดาด เอซี 3-1 ก่อนจะมาทำประตูแรกในฟุตบอลถ้วยระดับทวีปได้ในเกมเสมอ ยูเอ็มเอส เดอ ลูม 1-1 เมื่อวันที่ 3 มีนาคมปีเดียวกัน
ดิฌง :หลังใช้เวลาเก็บประสบการณ์กับ เอฟยูเอส ราบัต อยู่ 4 ฤดูกาล อาเกิร์ด ตัดสินใจออกไปหาความท้าทายใหม่ในยุโรป ด้วยการย้ายร่วมทีม ดิฌง สโมสรในศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส
โดยเจ้าตัวเปิดตัวกับดิฌงได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมถล่ม นีซ 4-0 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2018 โดยไม่เพียงประเดิมสนามนัดแรกเท่านั้น แต่ยังยิงประตูแรกให้ทีมได้ทันที กลายเป็นค่ำคืนแจ้งเกิดบนเวทีลีกสูงสุดแดนน้ำหอมอย่างสมบูรณ์แบบ
แรนส์ :ปี 2020 อาเกิร์ด ก้าวสู่บททดสอบสำคัญอีกครั้ง เมื่อ แรนส์ สโมสรแกร่งแห่งลีก เอิง ตัดสินใจคว้าตัวเขามาจากดิฌง ด้วยค่าตัวราว 4-5 ล้านยูโร พร้อมเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม ซึ่งปราการหลังทีมชาติโมร็อกโกใช้เวลาไม่นานในการพิสูจน์ตัวเอง โดยยิงประตูแรกให้ต้นสังกัดใหม่ได้ทันทีในเกมอุ่นเครื่องกับนีซ แม้แรนส์จะพ่าย 2-3 ก็ตาม ก่อนจะปลดล็อกประตูแรกในลีกได้สำเร็จในเกมเปิดบ้านเอาชนะ นีมส์ 4-2 เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2020
ด้วยฟอร์มอันโดดเด่นทำให้ อาเกิร์ด กลายเป็นหนึ่งในกองหลังที่ถูกจับตามองมากที่สุดในลีกฝรั่งเศส โดยเมื่อปี 2021 เขาถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 11 ของรางวัล มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ ซึ่งมอบให้กับนักเตะแอฟริกันยอดเยี่ยมในลีก เอิง
ต่อมาในฤดูกาล 2021/22 คือช่วงเวลาที่เจ้าตัวเฉิดฉายอย่างเต็มตัวบนเวทียุโรป หลังโขกประตูแรกในฟุตบอลสโมสรยุโรปได้สำเร็จ ในเกมยูฟ่า ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก รอบเพลย์ออฟ ที่แรนส์เอาชนะ โรเซนบอร์ก 2-0 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2021 ก่อนจะยิงได้อีกครั้งในนัดที่สองกับคู่แข่งรายเดิม
ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมทั้งเกมรับและการเติมขึ้นมาทำประตู อาเกิร์ด ถูกยกให้เป็นหนึ่งในแข้งแอฟริกันฟอร์มดีที่สุดของลีก เอิง และในปี 2022 เขาขยับขึ้นมาจบอันดับ 3 ในการโหวตรางวัล มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ ตอกย้ำสถานะกองหลังระดับแถวหน้าของฝรั่งเศสได้อย่างชัดเจน
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด :เดือนมิถุนายน ปี 2022 นาเยฟ อาเกิร์ด ก้าวสู่เวทีพรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัว หลังทัพ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด คว้าตัวเขาไปร่วมทีมด้วยสัญญา 5 ปี ค่าตัวราว 30 ล้านปอนด์ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในดีลแพงที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรเวลานั้น
โดยกองหลังทีมชาติโมร็อกโกประเดิมสนามให้ “ขุนค้อน” ในเกมอุ่นเครื่องกับ เรดดิ้ง เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2022 โดยลงเล่น 63 นาที ในเกมเสมอ 1-1 ที่มาเดจสกี้ สเตเดี้ยม อย่างไรก็ตาม เส้นทางช่วงเริ่มต้นในอังกฤษไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะในเกมอุ่นเครื่องนัดต่อมากับ เรนเจอร์ส เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม อาเกิร์ดได้รับบาดเจ็บข้อเท้าจนต้องเข้ารับการผ่าตัด ส่งผลให้ต้องพักยาวหลายเดือน
หลังใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายอย่างหนัก เจ้าตัวกลับมาลงซ้อมกับทีมได้อีกครั้งในเดือนตุลาคม และคืนสนามอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2022 ในศึก ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก เกมที่เวสต์แฮมเฉือนชนะ ซิลเคบอร์ก 1-0
อาเกิร์ด เริ่มมีบทบาทสำคัญในแนวรับของทีมมากขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อวันที่ 2 เมษายน เขาก็ยิงประตูแรกในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ในเกมเปิดบ้านเอาชนะ เซาท์แฮมป์ตัน 1-0
โดยช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขากับเวสต์แฮมเกิดขึ้นในวันที่ 7 มิถุนายน 2023 เมื่อเจ้าตัวช่วยทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก ฤดูกาล 2022/23 หลังเอาชนะ ฟิออเรนติน่า 2-1 ถือเป็นถ้วยแชมป์รายการใหญ่ใบแรกของเขากับสโมสร และเป็นความสำเร็จสำคัญในอาชีพค้าแข้ง
ต่อมา อาเกิร์ด อำลาเวสต์แฮมในเดือนกันยายน ปี 2025 หลังลงสนามให้ทีมไปทั้งหมด 61 นัดรวมทุกรายการ ตลอดระยะเวลา 3 ฤดูกาลในถิ่นลอนดอน สเตเดี้ยม
เรอัล โซเซียดาด (ยืมตัว) :เพื่อโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องและความท้าทายครั้งใหม่ในเวทีลาลีกา สเปน นาเยฟ อาเกิร์ด ถูก เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ปล่อยตัวให้ เรอัล โซเซียดาด ยืมใช้งานตลอดฤดูกาล 2024/25 เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2024 การย้ายสู่แดนกระทิงดุครั้งนี้ทำให้กองหลังทีมชาติโมร็อกโกได้สัมผัสฟุตบอลสไตล์สเปนเป็นครั้งแรกในอาชีพ พร้อมเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้แนวรับของเรอัล โซเซียดาด ทั้งในลีกและฟุตบอลยุโรป
มาร์กเซย :หลังผ่านประสบการณ์ทั้งในพรีเมียร์ลีกและลาลีกา นาเยฟ อาเกิร์ด ตัดสินใจหวนคืนสู่เวทีลีก เอิง ฝรั่งเศส อีกครั้ง เมื่อ โอลิมปิก มาร์กเซย ประกาศคว้าตัวเขาร่วมทีมอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2025
รายงานระบุว่า มาร์กเซยยอมจ่ายค่าตัวราว 23 ล้านยูโร พร้อมมอบสัญญาระยะยาวถึงปี 2030 ให้กับปราการหลังทีมชาติโมร็อกโก ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่สโมสรมีต่อศักยภาพและประสบการณ์ของเจ้าตัว ซึ่งการกลับมาฝรั่งเศสครั้งนี้ถือเป็นอีกบทสำคัญในเส้นทางค้าแข้งของอาเกิร์ด หลังเคยสร้างชื่อกับแรนส์มาก่อน และถูกคาดหวังว่าจะเข้ามาเป็นแกนหลักในแนวรับของมาร์กเซยทั้งในลีกและเวทียุโรป
ทีมชาติโมร็อกโก :นาเยฟ อาเกิร์ด ประเดิมสนามให้ทีมชาติโมร็อกโกชุดใหญ่ครั้งแรกในเกมอุ่นเครื่องเสมอ แอลเบเนีย 0-0 เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2016 ก่อนค่อยๆ ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในแนวรับของทัพ “สิงโตแห่งแอตลาส”
ในปี 2018 เจ้าตัวมีส่วนสำคัญช่วยโมร็อกโกคว้าแชมป์แอฟริกัน เนชั่นส์ แชมเปียนชิพ (CHAN) ได้เป็นสมัยแรกของประเทศ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชื่อของเขาเริ่มได้รับการยอมรับในระดับทวีปแอฟริกา
อาเกิร์ด ยิงประตูแรกในนามทีมชาติได้เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2021 ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก เกมพบซูดาน จากจังหวะเข้าชาร์จลูกเปิดเข้าไปอย่างเฉียบคม ต่อมา วาฮิด ฮาลิลฮอดซิช เฮดโค้ชชาวบอสเนีย เรียกตัวเขาติดทีมลุยศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ 2021 โดย อาเกิร์ด ลงสนามเป็นตัวจริงครบทุกนัดในรอบแบ่งกลุ่ม แม้จะโชคร้ายทำเข้าประตูตัวเองในเกมเสมอ กาบอง 2-2 ก็ตาม
จุดสูงสุดในเส้นทางทีมชาติของเขาเกิดขึ้นในฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ หลังมีชื่อติดทีม 26 คนสุดท้ายของโมร็อกโก และจับคู่กับ โรแม็ง ซาอิสส์ ได้อย่างแข็งแกร่งในแนวรับ
อาเกิร์ด ลงเล่นครบทั้ง 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม รวมถึงเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่โมร็อกโค่น สเปน ได้อย่างยิ่งใหญ่ โดยตลอด 4 นัดดังกล่าว ทีมเสียไปเพียงประตูเดียว ซึ่งมาจากการทำเข้าประตูตัวเองของเขา อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวพลาดช่วยทีมในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศที่เอาชนะ โปรตุเกส เนื่องจากอาการบาดเจ็บ และยังหมดสิทธิ์ลงสนามในรอบรองชนะเลิศกับ ฝรั่งเศส เพราะป่วยกะทันหัน แม้มีชื่อเป็นตัวจริงก่อนเกมก็ตาม
ปลายปี 2023 อาเกิร์ด ยังถูก วาลิด เรกรากี เรียกติดทีมลุยศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ 2023 ต่อเนื่อง ก่อนจะมีชื่ออีกครั้งในชุดเตรียมสู้ศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ 2025 ตอกย้ำสถานะหนึ่งในแกนหลักของทีมชาติโมร็อกโกยุคปัจจุบัน
สไตล์การเล่น :นาเยฟ อาเกิร์ด คือเซ็นเตอร์แบ็กถนัดซ้ายที่โดดเด่นทั้งเรื่องพละกำลัง ความเร็ว และความนิ่งในการเล่นบอลจากแนวหลัง โดยจุดแข็งสำคัญของเขาคือการเล่นลูกกลางอากาศที่แข็งแกร่ง อ่านจังหวะได้ดี และมีสปีดในการวิ่งไล่เก็บจังหวะอันตรายได้อย่างยอดเยี่ยม
กองหลังชาวโมร็อกโกรายนี้มักยืนในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฝั่งซ้าย และมีสไตล์การเล่นแบบดุดัน กล้าเข้าปะทะ รวมถึงชอบดันขึ้นไปตัดเกมตั้งแต่แดนหน้า ซึ่งช่วยให้ทีมสามารถเล่นเกมเพรสซิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ อาเกิร์ด ยังมีความสามารถในการต่อบอลจากแนวรับ เล่นกับบอลได้มั่นใจ และเปิดเกมจากด้านหลังได้อย่างแม่นยำ ทำให้เขาเหมาะกับทั้งทีมที่เน้นการครองบอลและทีมที่ใช้เกมเพรสซิ่งความเข้มข้นสูง ถือเป็นกองหลังยุคใหม่ที่ครบเครื่องทั้งเกมรับและการสร้างเกม












