ประวัติ มาดูเอเก้ จรวดทางเลียบของไอ้ปืนโต

sittiwut | 12/12/2025 21:17 น. | 81 Views

 

ชื่อเต็ม : ชุควูนอนโซ อาซูกะ ทริสตัน มาดูเอเก้ (Chukwunonso Azuka Tristan Madueke)
วัน/เดือน/ปีเกิด : 10 มีนาคม ค.ศ. 2002
ส่วนสูง : 1.82 ซม.
ตำแหน่ง : ปีก
สโมสรปัจจุบัน : อาร์เซน่อล

 

            โนนี่ มาดูเอเก้ เขาเป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวอังกฤษ เล่นในตำแหน่งปีก ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรอาร์เซน่อลทีมดังในศึกพรีเมียร์ลีก และทีมชาติอังกฤษ

            มาดูเอเก้ เริ่มต้อนเส้นทางอาชีพจากการเล่นในระดับเยาวชนกับคริสตัล พาเลซ และท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ก่อนจะไปเริ่มอาชีพค้าแข้งจริงจังกับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟนในเนเธอร์แลนด์ เขาย้ายมาเชลซีในปี 2023 หลังจากอยู่กับพีเอสวีราวสี่ปีครึ่ง และคว้าแชมป์ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ลีก รวมถึงฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก ปี 2025 กับเชลซีได้สำเร็จอีกด้วย

            เดือนกรกฎาคม 2025 เขาย้ายร่วมทีมอาร์เซน่อล ทีมร่วมกรุงลอนดอน ด้วยค่าตัวเริ่มต้นราว 48.5 ล้านปอนด์ โดย มาดูเอเก้ เกิดที่ลอนดอน ในครอบครัวเชื้อสายไนจีเรีย เขาเลือกเล่นให้ทีมชาติอังกฤษตั้งแต่ระดับเยาวชน และได้ประเดิมทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ฤดูกาล 2024–25 พบกับฟินแลนด์ ในเดือนสิงหาคม 2024 ก่อนจะยิงประตูแรกในนามทีมชาติได้ในเกมพบเซอร์เบีย ศึกคัดบอลโลก ปี 2026

            สำหรับ มาดูเอเก้ นั้นเขามีเชื้อสายอิกโบจากไนจีเรีย เขาเกิดที่ย่านบาร์เน็ต ในเขตเกรเตอร์ลอนดอน และเรียนที่โรงเรียนเซนต์โคลัมบา ซึ่งเป็นโรงเรียนเอกชนแบบไป–กลับ ในเมืองเซนต์อัลบันส์ มณฑลเฮิร์ตฟอร์ดเชียร์ เมื่อเขาเซ็นสัญญากับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟน มาดูเอเก้ก็ย้ายไปอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อวินเทิลเร พร้อมกับคุณแม่ของเขา


คริสตัล พาเลซ :

            มาดูเอเก้ เข้าร่วมทีมอะคาเดมี่ของสโมสรคริสตัล พาเลซ ตอนอายุเก้าขวบ และอยู่ที่สโมสรเป็นเวลา 3 ปี หลังจากนั้นเขาย้ายไปอยู่กับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ที่ซึ่งเขาได้เป็นกัปตันทีมรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี และประเดิมสนามกับทีมรุ่นไม่เกิน 18 ปีตั้งแต่อายุเพียง 15 ปีเท่านั้น


พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน :

            จากนั้นการเปลี่ยนแปลงในชีวิตครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้นกับเขาเมื่อ มาดูเอเก้ ได้ตกลงเซ็นสัญญากับสโมสรพีเอสวี ไอนด์โฮเฟนของเนเธอร์แลนด์ในเดือนมิถุนายน 2018 ด้วยสัญญา 3 ปี โดยเขาปฏิเสธข้อเสนอจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในช่วงนั้นอีกด้วย


            วันที่ 26 สิงหาคม 2019 เขาลงเล่นนัดแรกระดับอาชีพให้ทีมยอง พีเอสวี ในเกมเจูปิแลร์ ลีก โดยลงสนามเป็นตัวสำรองนาทีที่ 64 ในเกมที่แพ้เอ็มวีวี 0-1 หลังจากประเดิมทีมชุดใหญ่ของพีเอสวีเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2020 ในเกมเสมอวีวีวี-เฟนโล 1-1 มาดูเอเก้ก็เริ่มก้าวขึ้นสู่ทีมอย่างเต็มตัวในฤดูกาล 2020–21 โดยยิงประตูได้ตั้งแต่นัดที่ออกสตาร์ตตัวจริงครั้งแรก ในเกมชนะเอ็มเมน 2-1 หลังจากนั้นในวันที่ 19 กันยายน 2020 เขาจบฤดูกาลด้วยผลงาน 7 ประตูในลีกสูงสุดของเนเธอร์แลนด์ และถูกยกให้เป็นฤดูกาลแจ้งเกิด ด้วยผลงานรวม 9 ประตู 8 แอสซิสต์จากทุกรายการอีกด้วย

            วันที่ 7 สิงหาคม 2021 เขายิงสองประตูช่วยพีเอสวีถล่มอาแจ็กซ์ 4-0 ในศึกโยฮัน ครัฟฟ์ ชิลด์ และยังเป็นการหยุดสถิติไร้พ่าย 17 นัดของอาแจ็กซ์อีกด้วย ต่อมาในวันที่ 26 สิงหาคม มาดูเอเก้ตกลงต่อสัญญาใหม่กับพีเอสวีจนถึงปี 2025 พร้อมได้รับเสื้อหมายเลข 10


เชลซี :

            หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมทำให้ในวันที่ 20 มกราคม 2023 เชลซี ทีมยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีก ได้เซ็นสัญญาคว้าตัวมาดูเอเก้ด้วยสัญญายาว 7 ปีครึ่ง ค่าตัวราว 28.5 ล้านปอนด์ (33 ล้านยูโร) เขายิงประตูแรกให้สโมสรได้ในวันที่ 2 พฤษภาคม ในเกมลีกที่บุกไปแพ้อาร์เซน่อล 1-3


            ต่อจากนั้นในวันที่ 25 สิงหาคม 2024 เขายิงแฮตทริกแรกในอาชีพได้สำเร็จ และช่วยให้เชลซีบุกชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน 6-2 แม้ว่าช่วงเช้าของวันเดียวกัน เขาจะถูกวิจารณ์อย่างหนักจากการโพสต์ IG Story ดูหมิ่นเมืองวูล์ฟแฮมป์ตัน ซึ่งต่อมาเขาลบโพสต์นั้นและออกมาขอโทษหลังเกมเป็นที่เรียบร้อย ต่อมาในเดือนธันวาคม 2024 ผู้จัดการทีมเอ็นโซ มาเรสก้า บอกให้มาดูเอเก้ “ทำงานหนักขึ้น” หลังเสียตำแหน่งตัวจริงไป และในกุมภาพันธ์ 2025 เขาได้รับบาดเจ็บ ทำให้ต้องพักจนถึงช่วงปลายเดือนมีนาคม


อาร์เซน่อล :

            อาร์เซน่อล ทีมดังจากศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ออกมายืนยันว่าได้ยื่นข้อเสนอซื้อตัว โนนี่ มาดูเอเก้ จากเชลซีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีรายงานว่าทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นค่าตัวราว 50 ล้านปอนด์ ซึ่งการย้ายทีมครั้งนี้ถูกแฟนบอลอาร์เซน่อลบางส่วนวิจารณ์และถึงขั้นทำแคมเปญ “#NoToMadueke” ซึ่งต่อมาแคมเปญนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยเดแคลน ไรซ์ เพื่อนร่วมทีมอาร์เซน่อล

            วันที่ 18 กรกฎาคม มาดูเอเก้ถูกประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะนักเตะอาร์เซน่อล เซ็นสัญญา 5 ปี ค่าตัวเริ่มต้นราว 48.5 ล้านปอนด์ และอาจเพิ่มเป็น 52 ล้านปอนด์ตามเงื่อนไขโบนัส วันที่ 17 สิงหาคม เขาลงประเดิมสนามให้อาร์เซน่อลในฐานะตัวสำรอง ในเกมลีกที่ชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0


            วันที่ 23 กันยายน มีการประกาศว่าเขาต้องพัก 6–8 สัปดาห์จากอาการบาดเจ็บที่เข่า หลังเจ็บในเกมเสมอแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-1 ต่อมาในวันที่ 26 พฤศจิกายน มาดูเอเก้สามารถยิงประตูแรกในสีเสื้ออาร์เซน่อลได้สำเร็จ ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ชนะบาเยิร์น มิวนิก 3-1

 

ทีมชาติอังกฤษ :

            วันที่ 29 สิงหาคม 2024 มาดูเอเก้ถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่เป็นครั้งแรก สำหรับเกมยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ที่พบสาธารณรัฐไอร์แลนด์และฟินแลนด์ เขาลงประเดิมสนามวันที่ 10 กันยายน 2024 ในเกมพบฟินแลนด์ที่เวมบลีย์ โดยลงมาแทนบูกาโย ซากา ในนาทีที่ 66 และเพียงสิบนาทีต่อมาเขาก็แอสซิสต์ให้แฮร์รี เคนทำประตูที่สอง ช่วยอังกฤษชนะ 2-0


            วันที่ 14 พฤศจิกายน 2024 มาดูเอเก้ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงให้ทีมชาติครั้งแรก ในเกมเนชั่นส์ ลีก พบกรีซ โดยในเกมดังกล่าวเขาจ่ายให้โอลลี่ วัตกิ้นส์ยิงประตูขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 7 และในเกมนั้นอังกฤษชนะไปด้วยสกอร์ 3-0

            เขายิงประตูแรกในนามทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ได้ในเกมถล่มเซอร์เบีย 5-0 ในศึกคัดเลือกฟุตบอลโลก 2026 เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2025 ที่ผ่านมา


สไตล์การเล่น :

            ตอนที่มาดูเอเก้ย้ายไปร่วมทีมพีเอสวีในเดือนมิถุนายน 2018 สโมสรได้อธิบายเขาว่าเป็น “กองกลางเท้าซ้ายที่มีความคิดสร้างสรรค์และแข็งแกร่งทางร่างกาย” โรเจอร์ ชมิดต์ ผู้จัดการทีมพีเอสวีในขณะนั้นก็กล่าวว่า มาดูเอเก้ “อ่านเกมได้ดี รู้ว่าต้องไปยืนตรงไหน และมักจะไปอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องเสมอ”


            บีบีซีเคยอธิบายเขาว่าเป็น “กองหน้าที่มีพลังและความสามารถรอบด้าน แข็งแกร่ง และเล่นได้หลากหลาย” โดยมีแรงบันดาลใจจากคริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาดูเอเก้ยังเป็นที่รู้จักในเรื่องความเร็วและทักษะเลี้ยงบอลที่ยอดเยี่ยมของเขา

ADS