ประวัติ โกนาเต้ ปราการเหล็กแห่งทัพตราไก่
ชื่อเต็ม : อิบราฮิม่า โกนาเต้ (Ibrahima Konaté)
วัน/เดือน/ปีเกิด : 25 พฤษภาคม ค.ศ. 1999
ส่วนสูง : 1.95 ซม.
ตำแหน่ง : เซ็นเตอร์แบ็ก
สโมสรปัจจุบัน : ลิเวอร์พูล
อิบราฮิมา โกนาเต้ ปราการหลังร่างยักษ์ทีมชาติฝรั่งเศส ปัจจุบันเป็นกองหลังตัวกลางให้กับ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก และเป็นหนึ่งในขุมกำลังของ ทีมชาติฝรั่งเศสเส้นทางลูกหนังของโกนาเต้เริ่มต้นจากอคาเดมีของ โซโชซ์ ก่อนจะก้าวสู่เวทียุโรปเต็มตัวเมื่อย้ายไปค้าแข้งกับ แอร์เบ ไลป์ซิก ในปี 2017 ที่นั่นเขาใช้เวลาถึง 4 ฤดูกาล สร้างชื่อในฐานะกองหลังที่แข็งแกร่ง ดุดัน และอ่านเกมได้เฉียบขาด จนไปเตะตา "หงส์แดง" เข้าอย่างจัง
ปี 2021 ลิเวอร์พูลควักกระเป๋า 36 ล้านปอนด์ ดึงตัวเขามาเสริมแนวรับ และโกนาเต้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ฤดูกาลแรกในถิ่นแอนฟิลด์ เขาคว้าแชมป์ คาราบาวคัพ (EFL Cup) และ เอฟเอ คัพ ทันที ก่อนจะขึ้นแท่นแชมป์พรีเมียร์ลีกกับลิเวอร์พูลในฤดูกาล 2024–25 ตอกย้ำสถานะหนึ่งในกองหลังระดับท็อปของลีก
ในระดับทีมชาติ โกนาเต้ประเดิมสนามให้ ตราไก่ ในปี 2022 และมีส่วนร่วมในชุดที่ทะลุถึง รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ นับเป็นก้าวสำคัญในเส้นทางทีมชาติของเจ้าตัว
ชีวิตวัยเด็กและเรื่องนอกสนาม :โกนาเต้เกิดและเติบโตที่กรุงปารีส โดยอาศัยอยู่ในย่านที่พักอาศัยของรัฐ เขตที่ 11 ของเมือง เขาเป็นลูกคนรองสุดท้องจากพี่น้องทั้งหมด 8 คน ในครอบครัวที่มีรากเหง้ามาจากประเทศ มาลี|
ชีวิตนอกสนาม เจ้าตัวมีมุมชิลๆ ไม่ต่างจากวัยรุ่นทั่วไป เพราะเป็นแฟนตัวยงของ อนิเมะและมังงะ โดยเฉพาะเรื่อง Attack on Titan ที่เขายกให้เป็นเรื่องโปรดที่สุด นอกจากนี้ โกนาเต้ เป็น มุสลิม และปฏิบัติตามหลักศาสนาอย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับอาชีพนักฟุตบอลระดับโลกของเขา อีกด้วย
เส้นทางอาชีพสโมสรจุดเริ่มต้นลูกหนัง :
อิบราฮิมา โกนาเต้ เริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลตั้งแต่วัยรุ่นกับทีมเยาวชนของ ปารีส เอฟซี ก่อนจะตัดสินใจย้ายออกจากบ้านตอนอายุเพียง 14 ปี เพื่อไปตามล่าความฝันกับ โซโชซ์ และเข้าเรียน–ฝึกในอะคาเดมีแบบประจำเมื่ออายุ 15 ปี ซึ่งที่น่าสนใจก็คือในช่วงแรกของอาชีพ โกนาเต้ไม่ได้เป็นกองหลังอย่างที่เห็นในปัจจุบัน แต่เริ่มต้นจากการเล่นเป็น กองหน้า ก่อนที่โค้ชจะมองเห็นศักยภาพด้านร่างกาย ความแข็งแกร่ง และการอ่านเกม จึงปรับเขาลงมายืนในแนวรับ และสุดท้ายปักหลักในตำแหน่ง เซ็นเตอร์แบ็ก อย่างถาวร
โกนาเต้ได้ประเดิมสนามอาชีพให้โซโชซ์เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2017 ด้วยวัยเพียง 17 ปี ในเกมลีกเดอซ์ที่ทีมบุกไปพ่าย โอแซร์ 0-1 แม้ผลการแข่งขันจะไม่เป็นใจ แต่ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในเส้นทางนักเตะอาชีพของเขา
แอร์เบ ไลป์ซิก :จากผลงานอันโดดเด่นในช่วงครึ่งฤดูกาลแรกกับโซโชซ์ ที่ได้ลงสนาม 12 นัด ยิงได้ 1 ประตู ก็เพียงพอให้ยักษ์ใหญ่จากเยอรมนีอย่าง แอร์เบ ไลป์ซิก คว้าตัวเขาไปร่วมทีม
ในวันที่ 12 มิถุนายน 2017 ไลป์ซิกประกาศเซ็นสัญญากับโกนาเต้เป็นระยะเวลา 5 ปี แบบไม่มีค่าตัว และนี่คือจุดเริ่มต้นการแจ้งเกิดของเขาบนเวทีบุนเดสลีกา โดยที่ โกนาเต้ ทำประตูแรกในสีเสื้อไลป์ซิกได้จากเกมที่ทีมเปิดบ้านถล่ม ฟอร์ทูนา ดึสเซลดอร์ฟ 4-0 ยิ่งตอกย้ำภาพของกองหลังที่ไม่ได้มีดีแค่เกมรับ แต่ยังอันตรายในจังหวะขึ้นเกมรุกอีกด้วย
ลิเวอร์พูล :วันที่ 28 พฤษภาคม 2021 ลิเวอร์พูลประกาศยืนยันบรรลุข้อตกลงกับ แอร์เบ ไลป์ซิก ในการคว้าตัว อิบราฮิมา โกนาเต้ มาร่วมทัพอย่างเป็นทางการ โดยดีลมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม หลังผ่านขั้นตอนใบอนุญาตทำงานและเอกสารระหว่างประเทศ ซึ่งก่อนหน้านั้น “หงส์แดง” ตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับนักเตะได้ตั้งแต่เดือนเมษายน และตัดสินใจกดค่าฉีกสัญญาราว 36 ล้านปอนด์ ในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน
โกนาเต้ได้ประเดิมสนามพรีเมียร์ลีกครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2021 ด้วยการออกสตาร์ตเป็นตัวจริงจับคู่กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และช่วยทีมเก็บคลีนชีตในเกมเปิดบ้านถล่ม คริสตัล พาเลซ 3-0 ได้อย่างสวยงาม
จากนั้นไม่นาน เขาก็ได้ลงเป็นตัวจริงอีกครั้งในศึก นอร์ธเวสต์ ดาร์บี้แมตช์ นัดแรกของฤดูกาล โดยยืนเซ็นเตอร์แบ็กร่วมกับฟาน ไดจ์ค และมีส่วนสำคัญในเกมที่ลิเวอร์พูลบุกถล่ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 5-0 ซึ่งถือเป็นความพ่ายแพ้ที่หนักที่สุดที่ยูไนเต็ดเคยโดนลิเวอร์พูลยัดเยียดให้ตั้งแต่ปี 1895 และยังเป็นการแพ้แบบยิงประตูไม่ได้ที่เลวร้ายที่สุดของปีศาจแดงนับตั้งแต่ปี 1955
ผลงานในเกมนั้นทำให้โกนาเต้ได้รับคำชื่นชมอย่างมาก โดยเฉพาะการรับมือกับซูเปอร์สตาร์อย่าง คริสเตียโน โรนัลโด และ มาร์คัส แรชฟอร์ด จนมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ของ การ์ธ ครูกส์ ซึ่งกล่าวถึงเขาว่า
“ไม่มีลูกเล่นหวือหวา แต่ใช้พละกำลังและความแข็งแกร่งได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”
วันที่ 5 เมษายน 2022 โกนาเต้ทำประตูแรกในสีเสื้อ "หงส์แดง" ได้สำเร็จ จากลูกโหม่งในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก ที่ลิเวอร์พูลบุกชนะ เบนฟิกา 3-1
อย่างไรก็ตาม ฤดูกาล 2022–23 เขาต้องพลาดช่วงต้นฤดูกาลจากปัญหาอาการบาดเจ็บ ก่อนจะกลับมาลงสนามอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง โดยหลังจากไม่ยิงประตูมานานตั้งแต่เดือนเมษายน 2022 โกนาเต้ก็กลับมาปลดล็อกได้ในวันที่ 17 กันยายน 2024 จากลูกโหม่งช่วยให้ลิเวอร์พูลบุกชนะ เอซี มิลาน 3-1 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
ต่อมาในวันที่ 28 กันยายน 2024 เขายิงประตูแรกในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ในเกมที่ลิเวอร์พูลบุกเฉือน วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-1 ยืนยันบทบาทกองหลังที่มีทีเด็ดในลูกกลางอากาศ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 ฟอร์มการเล่นบางนัดของโกนาเต้เริ่มถูกวิจารณ์จากแฟนบอลและสื่ออยู่บ้าง ท่ามกลางความคาดหวังที่สูงขึ้นจากสถานะกองหลังตัวหลักของทีม
ทีมชาติฝรั่งเศส :อิบราฮิมา โกนาเต้ เริ่มก้าวขึ้นสู่เวทีทีมชาติชุดใหญ่ของฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2022 หลังถูกเรียกตัวติดธง “ตราไก่” เป็นครั้งแรกในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก โดยเข้ามาแทนที่ ราฟาแอล วาราน ที่มีอาการบาดเจ็บ โดยกองหลังจากลิเวอร์พูลได้ประเดิมสนามทีมชาติเต็มตัวในวันที่ 10 มิถุนายน 2022 ในเกมที่ฝรั่งเศสเสมอกับ ออสเตรีย 1-1 ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเขาในระดับนานาชาติ
ต่อมาในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2022 โกนาเต้มีชื่อติดทีมชุดลุยศึก ฟุตบอลโลก 2022 ภายใต้การคุมทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ และมีส่วนช่วยให้ทีมชาติฝรั่งเศสทะลุไปถึง รอบชิงชนะเลิศ ที่กาตาร์ ตอกย้ำสถานะหนึ่งในกองหลังดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดของยุโรปในช่วงเวลานั้น
ความสำคัญของโกนาเต้กับทีมชาติยิ่งชัดเจนขึ้น เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2024 เขาได้รับเกียรติให้สวมปลอกแขน กัปตันทีมชาติฝรั่งเศส ในเกมยูฟ่า เนชันส์ ลีก ที่พบกับ อิตาลี สะท้อนความไว้วางใจจากทีมงานและบทบาทผู้นำที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สไตล์การเล่น :
อิบราฮิมา โกนาเต้ มักถูกนำไปเปรียบเทียบกับ เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการยืนตำแหน่ง การเข้าปะทะ ความเร็ว และพละกำลัง ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติครบเครื่องของเซ็นเตอร์แบ็กยุคใหม่
กีโด ชาเฟอร์ เคยกล่าวถึงโกนาเต้ไว้อย่างน่าสนใจว่า :
“เขาสูง เร็ว เทคนิคดี และมีความเป็นฟาน ไดจ์คอยู่ไม่น้อย ศักยภาพระดับท็อป เขาเป็นนักกีฬาที่สมบูรณ์แบบ มีความเร็วดี และไม่เข้าปะทะแบบสะเพร่า เขาเป็นนักเตะที่ฉลาด”
จุดเด่นของโกนาเต้คือความแข็งแกร่งในเกมรับ ควบคู่กับการอ่านจังหวะที่เฉียบขาด ทำให้แทบไม่เห็นการพุ่งเสียบแบบไม่จำเป็น นอกจากนี้ เขายังโดดเด่นในเรื่อง การออกบอลจากแนวหลัง จ่ายบอลแม่นยำ ช่วยเริ่มเกมรุกให้ทีมได้อย่างลื่นไหล และอีกหนึ่งอาวุธสำคัญคือ ลูกกลางอากาศ ด้วยรูปร่างและพละกำลัง ทำให้โกนาเต้เป็นตัวอันตรายในจังหวะลูกตั้งเตะทั้งเกมรับและเกมรุก และเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในกองหลังที่ครบเครื่องและน่าจับตามองที่สุดของยุโรปในยุคปัจจุบัน








