ประวัติ เยอร์เรียน ทิมเบอร์ แนวรับสารพัดประโยชน์ของไอ้ปืนใหญ่
ชื่อเต็ม : เยอร์เรียน ดาวิด นอร์มัน ทิมเบอร์ (Jurriën David Norman Timber)
วัน/เดือน/ปีเกิด : 17 มิถุนายน ค.ศ. 2001
ส่วนสูง : 1.79 ซม.
ตำแหน่ง : กองหลัง
สโมสรปัจจุบัน : อาร์เซน่อล
เยอร์เรียน ทิมเบอร์ คือหนึ่งในกองหลังชาวดัตช์ที่ถูกจับตามองมากที่สุดในวงการฟุตบอลยุคปัจจุบัน ปัจจุบันค้าแข้งกับ อาร์เซน่อล ยักษ์ใหญ่ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และรับใช้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ด้วยวัยยังน้อยแต่ฝีเท้าเกินวัย เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในแบ็กขวาที่ดีที่สุดในโลก โดดเด่นด้วยความแข็งแกร่งทางร่างกาย ความสารพัดประโยชน์ที่เล่นได้หลายตำแหน่ง ความนิ่งเกินวัย และทักษะการครองบอลที่ยอดเยี่ยมเส้นทางลูกหนังของทิมเบอร์เริ่มต้นอย่างจริงจังในปี 2014 เมื่อเขาย้ายจาก เฟเยนูร์ด เข้าสู่ทีมเยาวชนของ อาแจ็กซ์ พร้อมกับ ควินเตน ทิมเบอร์ ฝาแฝดของเขา ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาฝีเท้าจนก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ และประเดิมสนามในเดือนมีนาคม 2020
กับอาแจ็กซ์ เขากลายเป็นกำลังสำคัญในแนวรับ พาทีมคว้าแชมป์เอเรดิวิซี 2 สมัย และแชมป์เคเอ็นวีบี คัพ 1 สมัย สร้างชื่อในฐานะกองหลังยุคใหม่ที่เล่นกับบอลได้อย่างมั่นใจ จนกระทั่งเดือนกรกฎาคม 2023 เขาตัดสินใจออกมาหาความท้าทายใหม่ในพรีเมียร์ลีก ด้วยการย้ายไปร่วมทัพ อาร์เซน่อล ด้วยค่าตัวเบื้องต้น 34 ล้านปอนด์
ส่วนในระดับทีมชาติ ทิมเบอร์ติดทีมชาติเนเธอร์แลนด์ชุดเยาวชนรวม 29 นัด และเป็นหนึ่งในขุนพลชุดยู-17 ที่คว้าแชมป์ยุโรปในปี 2018 อีกด้วย ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ทีมชาติชุดใหญ่ และลงประเดิมสนามในเดือนมิถุนายน 2021 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของแนวรับอนาคตไกลรายนี้ที่แฟนบอลดัตช์ฝากความหวังไว้เต็มเปี่ยม
ชีวิตส่วนตัว :![]()
เยอร์เรียน ทิมเบอร์ เกิดที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ แต่มีเชื้อสายมาจากเกาะ กูราเซา ในแถบแคริบเบียน โดยทั้งคุณพ่อและคุณแม่ของเขา มาริลิน และคุณพ่อสกุลมาดูโร ต่างมีบ้านเกิดอยู่ที่คูราเซา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะ เอบีซี ในดัตช์แคริบเบียนอย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุผลภายในครอบครัวในอดีต ทำให้พี่น้องตัดสินใจใช้นามสกุล “ทิมเบอร์” ตามฝั่งมารดา แทนที่จะใช้นามสกุล “มาดูโร” ของบิดา
เยอร์เรียและควินเทนยังมีพี่ชายอีกสามคน ได้แก่ ชามีเยร์, คริส และดีแลน โดยดีแลนเดินตามรอยน้องๆ ในเส้นทางลูกหนังเช่นกัน และเลือกเล่นในระดับนานาชาติให้กับทีมชาติคูราเซา สะท้อนให้เห็นว่านี่คือครอบครัวฟุตบอลอย่างแท้จริง
นอกสนาม ทิมเบอร์เป็นคริสเตียนที่เคร่งศรัทธา เขามักโพสต์ข้อพระคัมภีร์ผ่านโซเชียลมีเดียอยู่เสมอ แสดงให้เห็นถึงมุมมองชีวิตที่ยึดมั่นในความเชื่อ ส่วนในด้านความรัก เขากำลังคบหาดูใจกับ โรส เดอ แบ็ค โดยทั้งคู่มักปรากฏตัวร่วมกันในช่วงเวลาสำคัญของชีวิตและอาชีพค้าแข้งของเขา
เส้นทางอาชีพกับสโมสรช่วงเยาวชน
เยอร์เรียน ทิมเบอร์ เริ่มต้นจับลูกฟุตบอลตั้งแต่อายุเพียง 4 ขวบ กับสโมสรเล็กๆ ในเมืองอูเทร็คท์อย่าง DVSU ก่อนที่พรสวรรค์จะไปเข้าตาแมวมอง และได้ย้ายเข้าสู่ระบบเยาวชนของ เฟเยนูร์ด ตั้งแต่อายุเพียง 6 ปี อย่างไรก็ตาม เส้นทางชีวิตลูกหนังของเขาพลิกผันอีกครั้งในปี 2014 เมื่อเจ้าตัวตัดสินใจย้ายร่วมอะคาเดมีของ อาแจ็กซ์ หนึ่งในสถาบันปั้นดาวรุ่งที่ดีที่สุดของยุโรป และที่นั่นเองเขาได้พัฒนาฝีเท้าอย่างก้าวกระโดด จนกระทั่งเซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกในปี 2018
ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ อาแจ็กซ์ :
ทิมเบอร์ได้รับโอกาสประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ของอาแจ็กซ์ เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2020 ในเกมเอเรดิวิซีที่เอาชนะ ฮีเรนวีน 3-1 นับเป็นอีกก้าวสำคัญของแนวรับดาวรุ่งที่เริ่มฉายแววความนิ่งและความมั่นใจเกินวัย
ฤดูกาล 2020/21 เขาสร้างโมเมนต์น่าจดจำด้วยการทำประตูแรกในอาชีพให้กับอาแจ็กซ์ ในเกมพบกับ เอ็มเมน เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2021 โดยเป็นประตูขึ้นนำก่อนที่ทีมจะถล่มไป 4-0
ชัยชนะนัดนั้นไม่ใช่แค่สามแต้มธรรมดา เพราะมันการันตีแชมป์เอเรดิวิซีสมัยที่ 35 ของสโมสรอย่างเป็นทางการอีกด้วย ตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของอาแจ็กซ์ และเป็นอีกหนึ่งความทรงจำสำคัญในช่วงเริ่มต้นอาชีพของเยอร์เรียน ทิมเบอร์ บนเวทีลูกหนังอาชีพอีกด้วย
อาร์เซน่อล :
วันที่ 14 กรกฎาคม 2023 อาร์เซน่อล ประกาศคว้าตัว เยอร์เรียน ทิมเบอร์ มาจาก อาแจ็กซ์ ด้วยสัญญาระยะยาว พร้อมมอบเสื้อหมายเลข 12 ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นของ วิลเลี่ยม ซาลิบา โดยดีลดังกล่าวมีค่าตัวเบื้องต้น 34 ล้านปอนด์ และมีโบนัสเพิ่มเติมที่อาจทำให้ตัวเลขรวมขยับไปถึง 38.5 ล้านปอนด์
ทิมเบอร์ประเดิมสนามอย่างเป็นทางการให้ “ปืนใหญ่” เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2023 ในศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์ พบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งอาร์เซน่อลเอาชนะในการดวลจุดโทษ 4-1 เปิดตัวได้อย่างสวยงาม ก่อนจะลงเล่นพรีเมียร์ลีกนัดแรกในเกมเปิดบ้านเฉือน น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 2-1 เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม
อย่างไรก็ตาม ข่าวร้ายก็มาถึงอย่างรวดเร็ว เมื่อเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บและถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 50 ก่อนผลตรวจยืนยันว่าเป็นอาการเอ็นไขว้หน้าหัวเข่าขวา (ACL) ฉีกขาด ต้องเข้ารับการผ่าตัด และพักรักษาตัวเป็นระยะเวลานาน นับเป็นบททดสอบสำคัญตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นเส้นทางในพรีเมียร์ลีก
แม้จะต้องพักยาว แต่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 เขามีชื่อกลับมาติดทีมชุดลุยรอบน็อกเอาต์ของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สะท้อนถึงความคืบหน้าในการฟื้นฟูสภาพร่างกาย
วันที่ 22 เมษายน 2024 ทิมเบอร์กลับมาลงสนามอีกครั้งในเกมพรีเมียร์ลีก 2 กับทีมชุดยู-21 ของอาร์เซน่อล พบกับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ ที่สนามอีวูด พาร์ก โดยลงเล่นครึ่งแรกและยิงประตูแรกของเกม ก่อนจบด้วยผลเสมอ 2-2 เป็นสัญญาณบวกว่ากองหลังชาวดัตช์รายนี้ใกล้คืนฟอร์มเต็มร้อย
การคัมแบ็กสู่ทีมชุดใหญ่เกิดขึ้นในวันที่ 19 พฤษภาคม เมื่อเขาถูกส่งลงมาแทน เบน ไวต์ ในนาทีที่ 69 ของเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่อาร์เซน่อลเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน โดยหลังจบเกม ทิมเบอร์ ยอมรับว่าเขา “รู้สึกดีมากหลังจากทำงานหนักมาหลายเดือน” และดีใจที่ได้ลงเล่นก่อนเข้าสู่ช่วงปิดฤดูกาล เป็นการปิดฉากปีแรกในอังกฤษที่เต็มไปด้วยบททดสอบอันแสนลำบาก แต่ก็สะท้อนถึงหัวใจนักสู้ของแนวรับรายนี้อย่างแท้จริง
ปี 2024 ถึง ปัจจุบัน :
หลังผ่านช่วงเวลาฟื้นฟูอาการบาดเจ็บยาวนาน เยอร์เรียน ทิมเบอร์ กลับมาระเบิดฟอร์มกับ อาร์เซน่อบ ได้อย่างเต็มตัวในฤดูกาล 2024/25
โดยวันที่ 4 ธันวาคม 2024 เขาซัดประตูแรกในสีเสื้อ "ปืนใหญ่" ได้สำเร็จ จากลูกโหม่งในเกมเปิดบ้านชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม จุดเริ่มต้นของความมั่นใจที่กลับมาเต็มร้อย ต่อมาในวันที่ 4 มีนาคม 2025 ทิมเบอร์ปลดล็อกประตูแรกบนเวทียูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่บุกถล่ม พีเอสวี 7-1 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพเกมรุกที่พัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
ผลงานเกมรับของเขายังได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะในรอบก่อนรองชนะเลิศที่อาร์เซน่อลเอาชนะ เรอัล มาดริด ซึ่งแฟนบอลพูดถึงความสามารถของเขาในการปิดเกมรุกสุดอันตรายจาก วินิซิอุส จูเนียร์ ได้อยู่หมัด ฤดูกาลดังกล่าว ทิมเบอร์ลงสนามรวมทุกรายการถึง 48 นัด แบ่งเป็น 30 นัดในพรีเมียร์ลีก และ 13 นัดในแชมเปี้ยนส์ ลีก ตอกย้ำสถานะตัวจริงในตำแหน่งแบ็กขวาของทีมอย่างชัดเจน
วันที่ 23 สิงหาคม 2025 เขาระเบิดฟอร์มคว้ารางวัลแมน "ออฟ เดอะ แมตช์" ในเกมถล่ม ลีดส์ ยูไนเต็ด 5-0 หลังยิงสองประตูและทำอีกหนึ่งแอสซิสต์ กลายเป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุดของเขากับสโมสร ฟอร์มอันร้อนแรงต่อเนื่องไปถึงเดือนตุลาคม เมื่อทิมเบอร์มีชื่อลุ้นรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนของพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก โดยตลอดเดือนนั้นเขาเป็นส่วนสำคัญในแนวรับที่พาทีมเก็บคลีนชีต 3 นัดติดต่อกัน จากชัยชนะเหนือสามทีมร่วมกรุงลอนดอนอย่าง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, ฟูแล่ม และ คริสตัล พาเลซ
ก่อนปิดท้ายเดือนพฤศจิกายน ด้วยอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีกเฟส เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ในเกมพบจ่าฝูงอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ทิมเบอร์โหม่งประตูขึ้นนำจากลูกเตะมุมระยะเผาขน ก่อนที่อาร์เซน่อลจะคว้าชัยไปได้ 3-1
จากวันที่ต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บหนัก สู่การยืนระยะเป็นกำลังหลักทั้งเกมรับและเกมรุก เยอร์เรียน ทิมเบอร์ พิสูจน์แล้วว่าเขาไม่ใช่แค่แบ็กขวาธรรมดา แต่คือฟันเฟืองสำคัญในยุคใหม่ของอาร์เซน่อลอย่างแท้จริง
ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ :
เยอร์เรียน ทิมเบอร์ เติบโตมากับทีมชาติเนเธอร์แลนด์แทบทุกชุด ไล่ตั้งแต่ยู-15, ยู-16, ยู-17, ยู-19 จนถึงยู-21 ก่อนจะถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ลุยศึกยูโร 2020 นับเป็นอีกก้าวสำคัญของแนวรับดาวรุ่งรายนี้
โดยเขาประเดิมสนามให้ทีมชาติชุดใหญ่เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2021 ในเกมอุ่นเครื่องพบกับ สก็อตแลนด์ โดยได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงทันที แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นจากทีมงานสตาฟฟ์
ปลายปี 2022 ทิมเบอร์มีชื่ออยู่ในขุนพลชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ภายใต้การคุมทีมของ หลุยส์ ฟาน กัล แม้จะพลาดลงสนามในเกมแรกที่ชนะ เซเนกัล แต่หลังจากนั้นเขายึดตำแหน่งตัวจริงได้ทันที ลงเล่นครบ 90 นาทีในเกมเสมอ เอกวาดอร์ 1-1 และเกมชนะ กาตาร์ 2-0
รอบน็อกเอาต์ ทิมเบอร์ยังคงเป็นกำลังหลัก ลงเล่นเต็มเวลาในรอบ 16 ทีมที่เอาชนะ สหรัฐอเมริกา รวมถึงรอบก่อนรองชนะเลิศกับ อาร์เจนติน่า ซึ่งจบลงด้วยการดวลจุดโทษ และเนเธอร์แลนด์ต้องยุติเส้นทางเพียงเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บทำให้เขาพลาดช่วยทีมในศึกยูโร 2024 แต่ในเดือนกันยายน 2024 ทิมเบอร์ถูกเรียกกลับมาติดทีมชาติอีกครั้ง สำหรับเกมเปิดสนามของศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ฤดูกาล 2024/25
เกมพบกับ บอสเนียฯ เมื่อวันที่ 8 กันยายน เขาถูกส่งลงสนามในนาทีที่ 83 และสร้างโมเมนต์พิเศษด้วยการลงเล่นเคียงข้าง ควินเทน ทิมเบอร์ น้องชายฝาแฝด เป็นครั้งแรกในระดับทีมชาติชุดใหญ่ ทำให้พี่น้องตระกูลทิมเบอร์กลายเป็นคู่แฝดคู่ที่สามในประวัติศาสตร์ที่ลงเล่นให้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์พร้อมกัน ต่อจากพี่น้องฟาน เดอ แคร์คอฟ และพี่น้องเดอ บัวร์
จากดาวรุ่งในทีมเยาวชน สู่ขุนพลฟุตบอลโลก และการสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกับน้องชาย เยอร์เรียน ทิมเบอร์ ยังคงเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของทัพ “อัศวินสีส้ม” ในยุคปัจจุบัน
สไตล์การเล่น :เยอร์เรียน ทิมเบอร์ คือกองหลังสมัยใหม่ที่ครบเครื่องทั้งเทคนิค ความหลากหลาย และไอคิวฟุตบอลระดับสูง เขาโดดเด่นอย่างมากเรื่องการพาบอลขึ้นหน้า (ball-carrying) กล้าลากบอลฝ่าคู่แข่งจากแดนหลังด้วยความมั่นใจ มีความนิ่งเวลาโดนเพรสซิ่ง และรับมือสถานการณ์ดวลตัวต่อตัวได้ในระดับท็อป
โดยธรรมชาติแล้วเขาสามารถเล่นได้ทั้งเซ็นเตอร์แบ็กและฟูลแบ็ก โดยเฉพาะบทบาท “อินเวิร์ตฟูลแบ็ก” ที่ขยับเข้ามายืนด้านในเหมือนมิดฟิลด์เวลาเซตเกม ทิมเบอร์ทำหน้าที่นี้ได้อย่างยอดเยี่ยม เขาช่วยพาบอลทะลุไลน์คู่แข่ง เชื่อมเกมจากแนวรับสู่แดนกลาง และทำให้ทีมต่อบอลได้ลื่นไหลขึ้นอย่างชัดเจน
จุดแข็งของเขาไม่ได้มีแค่เกมรุก แต่ยังรักษามาตรฐานเกมรับได้แน่นหนา อ่านเกมดี จังหวะเข้าสกัดแม่นยำ และตัดสินใจได้เฉียบขาด ทำให้เขาเป็นกองหลังที่ผสมผสาน “ความแข็งแกร่งเกมรับ” เข้ากับ “ความสร้างสรรค์เกมรุก” ได้อย่างลงตัว เป็นต้นแบบแนวรับยุคใหม่อย่างแท้จริง










