เรื่องเล่าพิศวงเมื่อวัตถุปริศนาตกจากฟากฟ้าที่เค็กส์เบิร์ก

sittiwut | 18/01/2026 17:31 น. | 1 Views
เรื่องเล่าพิศวงเมื่อวัตถุปริศนาตกจากฟากฟ้าที่เค็กส์เบิร์ก

 

             ในปี 1965 ผู้คนนับพันต่างยืนยันตรงกันว่า พวกเขาเห็นลูกไฟลึกลับพุ่งฉีกท้องฟ้า ก่อนจะดูเหมือนตกลงสู่เมืองเล็กๆ ชื่อว่า "เค็กส์เบิร์ก" รัฐเพนซิลเวเนีย แต่จนถึงวันนี้ ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าสิ่งนั้นคืออะไรกันแน่

             ค่ำคืนวันที่ 9 ธันวาคม ปี 1965 เมืองเงียบสงบอย่างเค็กส์เบิร์กได้กลายเป็นศูนย์กลางของเหตุการณ์ประหลาดที่ภายหลังถูกขนานนามว่า “รอสเวลล์แห่งเพนซิลเวเนีย”

             ในช่วงหัวค่ำของวันนั้น ผู้คนหลายพันชีวิตจากหลายรัฐทั่วสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงรัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา ต่างรายงานตรงกันว่าเห็น ลูกไฟสว่างจ้า พุ่งผ่านท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว ราวกับอุกกาบาตจากโลกอื่น บางคนบอกว่าพวกเขารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน บางคนได้ยินเสียง “ตุ้บ” หนักๆ ก่อนที่วัตถุปริศนานั้นจะดูเหมือนพุ่งตกลงสู่ผืนป่าใกล้เมืองเล็กๆ แห่งนี้

             นับแต่นั้นมา เหตุการณ์ UFO ที่เค็กส์เบิร์กก็กลายเป็นปริศนาที่ถูกพูดถึงไม่รู้จบ คืนนั้น…มีอะไรร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้ากันแน่?

Kecksburg Ufo

             ทฤษฎีต่างๆ ผุดขึ้นราวเงาในความมืด บางคนเชื่อว่ามันคือยานจากนอกโลก บางคนว่ามันอาจเป็นยานสำรวจอวกาศลับของสหภาพโซเวียต ขณะที่อีกฝ่ายยืนยันว่ามันเป็นเพียงอุกกาบาตธรรมดา

             แต่ไม่ว่าคำตอบจะเป็นเช่นไรจนถึงวันนี้…ก็ยังไม่มีใครสามารถอธิบายได้อย่างแน่ชัดว่า สิ่งใดกันแน่ที่ตกลงสู่เค็กส์เบิร์กในปี 1965 และบางที…ปริศนานี้อาจไม่เคยต้องการให้ถูกไขเลยก็เป็นได้


ลูกไฟประหลาดเหนือฟากฟ้าอเมริกาเหนือ :

             เรื่องราวของเหตุการณ์ UFO แห่งเค็กส์เบิร์ก เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 9 ธันวาคม ปี 1965 เมื่อผู้คนนับพัน ตั้งแต่รัฐมิชิแกนไปจนถึงนิวยอร์ก ต่างรายงานตรงกันว่า พวกเขาเห็นลูกไฟลึกลับ ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ยามเย็นของวันนั้นเหนือรัฐเพนซิลเวเนีย พยานหลายคนอ้างว่าได้เห็นวัตถุปริศนานั้นพุ่งตกลงสู่ผืนป่าใกล้เมืองเล็กๆ ชื่อเค็กส์เบิร์ก ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมืองพิตต์สเบิร์กราว 30 ไมล์ วันถัดมา หนังสือพิมพ์ Greensburg Tribune-Review รายงานข่าวชวนขนลุกว่า

“วัตถุบินที่ไม่สามารถระบุได้ (UFO) — ซึ่งอาจเป็นวัตถุเดียวกับที่ถูกพบเห็นพุ่งผ่านท้องฟ้าในเจ็ดรัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือและประเทศแคนาดา เมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี — ดูเหมือนจะตกลงสู่พื้นโลกในพื้นที่ป่าห่างไกลใกล้เมืองเค็กส์เบิร์ก เขตเวสต์มอร์แลนด์”


             รายงานยังระบุเพิ่มเติมว่า พื้นที่ซึ่งคาดว่าวัตถุปริศนานั้นตกลงไปถูกปิดล้อมอย่างเข้มงวดตามคำสั่งของกองทัพบกสหรัฐฯ และตำรวจรัฐไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้แม้แต่น้อย ความลับที่ถูกปิดผนึกนี้เองจุดประกายให้เกิดการคาดเดาอันน่าสะพรึงบางคนเชื่อว่าวัตถุดังกล่าวอาจมี กัมมันตรังสีอันตรายเกินกว่าจะปล่อยให้ประชาชนเข้าใกล้

             หนังสือพิมพ์ระบุว่า มันอาจเป็นอุกกาบาตหรือไม่ก็อาจเป็นจรวดทดลองบางอย่างแต่เมื่อผู้สื่อข่าวของ UPI สอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกองกำลังพิทักษ์ชาติและกองทัพอากาศต่างยืนยันตรงกันว่า : “ไม่มีการยิงจรวดใด ๆ ในวันนั้น”

             คำตอบที่ควรจะคลี่คลายปริศนากลับยิ่งทำให้เงื่อนงำดำมืดขึ้นกว่าเดิม…เพราะหากไม่ใช่จรวดไม่ใช่การทดลอง และไม่ใช่สิ่งที่ใครยอมรับว่าเป็นของมนุษย์แล้วอะไรกันแน่…ที่ตกลงมาจากฟากฟ้าในคืนนั้น?


แต่ในขณะที่คนส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้วัตถุปริศนานั้น ก็มีบางคน…ที่อ้างว่า พวกเขาได้เห็นมันกับตา

             อ้างอิงจาก Pennsylvania Center for the Book ชายท้องถิ่นชื่อ บิล บิวล์บุช (Bill Bulebush) เป็นหนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์ขณะวัตถุประหลาดนั้นกำลังร่วงหล่นจากฟ้า เขากล่าวว่าวัตถุนั้นเคลื่อนที่ : “ราวกับถูกควบคุมด้วยบางสิ่งบางอย่าง” ไม่ใช่การตกลงมาอย่างไร้ทิศทางเหมือนวัตถุธรรมดา ด้วยความอยากรู้ บิวล์บุชจึงมุ่งหน้าเข้าไปในป่าเพื่อตรวจสอบสิ่งที่เขาพบทำให้หัวใจแทบหยุดเต้นตรงหน้าเขาคือวัตถุทรงคล้าย "ลูกโอ๊ก" ยาวราว 10 ฟุตผิวของมันเรืองแสงและมีประกายไฟปะทุเป็นระยะ ความหวาดกลัวเข้าครอบงำเขา และเมื่อเขาได้ยินเสียงคนอื่นกำลังเข้าใกล้ บิวล์บุชก็หันหลังวิ่งหนีออกมาจากที่นั่นโดยไม่หันกลับไปมองอีก

Depiction Of Kecksburg Ufo

             ในเวลาไล่เลี่ยกัน เจมส์ โรมันสกี้ (James Romansky) นักผจญเพลิงอาสาสมัครอีกคนหนึ่งก็อ้างว่าเขาได้พบกับวัตถุเดียวกันขณะออกตรวจสอบสิ่งที่เขาคิดในตอนแรกว่าเป็นอุบัติเหตุเครื่องบินตก โรมันสกี้กล่าวว่า เขาเห็นวัตถุโลหะบางส่วนโผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน พื้นผิวของมันปกคลุมไปด้วยสัญลักษณ์ประหลาดคล้ายอักษรโบราณหรือ อักษรเฮียโรกลิฟิกที่ไม่ใช่ภาษาใดๆ บนโลกที่เขาเคยรู้จัก และตามคำกล่าวอ้างของเขาวัตถุปริศนานั้นถูกนำออกจากพื้นที่โดยกองทัพขนขึ้นรถบรรทุกพื้นเรียบแล้วหายไป…โดยไม่ทิ้งคำอธิบายใดๆ ไว้เบื้องหลัง

คำถามจึงยังคงแขวนลอยอยู่ในความมืดคืนนั้น…มีอะไรตกลงสู่เค็กส์เบิร์กกันแน่?

             ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมามีความพยายามนับครั้งไม่ถ้วนที่จะอธิบาย วิเคราะห์ และรื้อฟื้นเหตุการณ์ UFO แห่งเค็กส์เบิร์กเพื่อหาคำตอบว่าสิ่งใดกันแน่ที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้าในคืนอันน่าพรั่นพรึงนั้นแต่ยิ่งค้นหา…ปริศนานี้กลับยิ่งทวีความลึกลับขึ้นทุกที แล้วอะไรกันแน่ที่ตกลงสู่เค็กส์เบิร์ก? จาก UFO มนุษย์ต่างดาว…สู่อุกกาบาต…หรืออาจไม่มีอะไรเลย

             ด้วยลักษณะการตกลงมาที่ชวนให้สงสัยของวัตถุปริศนาในเค็กส์เบิร์กและยิ่งไปกว่านั้นคือข้อกล่าวอ้างว่ามันถูกกองทัพนำออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็วในเวลาต่อมาหลายคนจึงเชื่อมาโดยตลอดว่ายาน UFO ที่มีมนุษย์ต่างดาวเป็นผู้ควบคุมได้ประสบอุบัติเหตุตกลงในป่าคืนนั้นและนั่นเองคือเหตุผลที่เหตุการณ์นี้ ถูกขนานนามว่า “รอสเวลล์แห่งเพนซิลเวเนีย”


แต่หากมันไม่ใช่ยานจากนอกโลกล่ะ?

             ความเป็นไปได้อื่นๆ ก็ผุดขึ้นมาไม่รู้จบหนึ่งในทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคือวัตถุที่ตกลงมาอาจเป็น อุกกาบาต ซึ่งเป็นสิ่งที่หนังสือพิมพ์หลายฉบับรายงานในวันถัดมาและในทางวิทยาศาสตร์ก็มีความเป็นไปได้ที่วัตถุจากอวกาศจะถูกพบเห็นเป็นลูกไฟพุ่งผ่านท้องฟ้าเช่นนั้น

             บางคนถึงขั้นคาดการณ์ว่า มันอาจเป็น โบไลด์ (bolide) อุกกาบาตที่สว่างจ้าเป็นพิเศษ หรือ ลูกไฟจากอวกาศซึ่งอาจหลุดมาจากแถบดาวเคราะห์น้อย แต่ก็มีอีกทฤษฎีหนึ่งที่ยิ่งฟัง…ยิ่งชวนขนลุก ทฤษฎีนั้นเสนอว่า วัตถุในเค็กส์เบิร์กเป็นสิ่งประดิษฐ์จากต่างชาติ ไม่ใช่จากต่างดาว หากแต่เป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเอง

             หนึ่งในแนวคิดที่แปลกประหลาดที่สุดระบุว่า มันอาจเป็น “Die Glocke” เครื่องย้อนเวลาทรงระฆังของนาซี ซึ่งเชื่อกันว่าสหรัฐอเมริกาอาจได้ครอบครองระหว่างปฏิบัติการลับ Operation Paperclip หลังสงครามโลกครั้งที่สอง

Die Glocke

             ขณะเดียวกันอีกทฤษฎีหนึ่งก็ชี้ไปที่ฝั่งสหภาพโซเวียตโดยเสนอว่าวัตถุปริศนานั้นอาจเป็นส่วนหนึ่งของดาวเทียม Kosmos 96 ซึ่งมีรายงานว่าหลุดกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก ในวันที่ 9 ธันวาคม ระหว่างภารกิจที่ล้มเหลวในการเดินทางไปยังดาวศุกร์

             อย่างไรก็ตามทฤษฎีนี้ก็ไม่เคยได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ ดังนั้นคำถามจึงยังคงอยูไม่ว่าผ่านไปกี่สิบปี มันคือยานจากนอกโลก, คือวัตถุจากอวกาศ, คืออาวุธลับจากสงครามเย็น หรือ…อาจไม่มีอะไรเลยตั้งแต่แรก? และบางทีสิ่งที่น่ากลัวที่สุดอาจไม่ใช่คำตอบใดคำตอบหนึ่ง แต่คือความจริงที่ว่าเราอาจไม่มีวันรู้คำตอบนั้นเลย

             ท้ายที่สุด ยังมีทฤษฎีหนึ่งที่ทั้งเรียบง่ายและน่าหวั่นพรึงยิ่งกว่าทฤษฎีใดทั้งหมด ทฤษฎีนั้นบอกว่า…ในคืนวันที่ 9 ธันวาคม 1965 อาจไม่มีอะไรตกลงสู่เค็กส์เบิร์กเลย แม้ว่าจะมีบางสิ่งบางอย่างพุ่งผ่านท้องฟ้าอย่างแน่นอน ซึ่งได้รับการยืนยันจากพยานนับพัน รวมถึงนักบินบนฟ้าในเวลานั้น แต่งานเขียนในวารสารวิทยาศาสตร์หลายฉบับ กลับเสนอภาพที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง


             ทั้งนิตยสาร Sky & Telescope และ Journal of the Royal Astronomical Society of Canada ต่างโต้แย้งว่า วัตถุปริศนานั้นน่าจะตกลงไกลออกไปทางทิศเหนือหรือทิศตะวันตกเฉียงเหนือบริเวณชายฝั่งของ ทะเลสาบอีรี ไม่ใช่ในป่าใกล้เมืองเค็กส์เบิร์กอย่างที่เล่าขานกัน รายงานที่ว่า “มันตกลงในเค็กส์เบิร์ก”อาจเป็นเพียง ภาพลวงตาทางสายตาอันเกิดจากมุมมองแสงและความเร็วของวัตถุบนท้องฟ้าที่หลอกสมองของผู้เห็นเหตุการณ์และแม้เวลาจะล่วงเลยมานานกว่าครึ่งศตวรรษมันก็ยังเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่จะฟันธงว่า แท้จริงแล้ว…เกิดอะไรขึ้นกันแน่ในเหตุการณ์ UFO แห่งเค็กส์เบิร์ก

             อย่างไรก็ตามท่ามกลางความเงียบงันของคำอธิบายก็ยังมีเศษเสี้ยวของเบาะแสบางอย่างค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากเงามืดของประวัติศาสตร์เบาะแสที่แม้จะน้อยนิด…แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ปริศนานี้ยังคงหลอกหลอนผู้คนมาจนถึงทุกวันนี้


หลักฐานจากเหตุการณ์ UFO แห่งเค็กส์เบิร์ก — และปริศนาที่ไม่เคยจางหาย

Kecksburg UFO Statue

             จากรายงานของ Pittsburgh Post-Gazette ในปี 2005 องค์การนาซา (NASA) ระบุว่า วัตถุปริศนาในเหตุการณ์เค็กส์เบิร์ก แท้จริงแล้วคือ ดาวเทียมของสหภาพโซเวียตซึ่งแตกสลายขณะกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก อย่างไรก็ตามคำอธิบายที่ควรจะปิดคดีนี้กลับยิ่งเปิดประตูสู่ความคลุมเครือ เมื่อโฆษกของนาซา ยอมรับว่าเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ UFO แห่งเค็กส์เบิร์ก ได้สูญหายไปแล้ว

“โดยหลักแล้ว เราไม่ได้ติดตามวัตถุบินไม่ทราบชนิด (UFO)” โฆษกกล่าว

“และสิ่งที่เราทำในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านยานอวกาศในช่วงทศวรรษ 1960 คือการตรวจสอบสิ่งนั้นๆ และให้ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ เราทำเช่นนั้น เราเก็บ เรื่องนี้ใส่กล่อง และเรื่องก็จบลงเพียงเท่านี้ น่าเสียดายที่เอกสารที่สนับสนุนข้อค้นพบเหล่านั้นหายไป”


             ต่อมา เลสลีย์ คีน (Leslie Kean) นักข่าวที่ทำงานร่วมกับ Coalition for Freedom of Information ได้ยื่นเรื่องกดดันให้นาซาเปิดเผยเอกสารเกี่ยวกับเค็กส์เบิร์ก แต่เมื่อเอกสารถูกเปิดออก สิ่งที่พบกลับไม่ใช่ “หลักฐานชี้ขาด” อย่างที่หลายคนหวัง ตรงกันข้าม ข้อมูลเหล่านั้นกลับยิ่งทำให้ปริศนาลึกขึ้นไปอีก 
เพราะเอกสารบ่งชี้ว่าวัตถุที่ตกลงในเค็กส์เบิร์กไม่ใช่ของโซเวียตและก็ไม่ใช่ของสหรัฐอเมริกา คีนให้สัมภาษณ์กับ NBC News ว่า เธอสงสัยว่าวัตถุปริศนานั้นอาจเป็น UFO จริงๆ หรือไม่ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐฯยังไม่ต้องการให้สาธารณชนรับรู้ มันอาจเป็นดาวเทียมสอดแนมหรือเทคโนโลยีลับรูปแบบใหม่ที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบ

             แนวคิดนี้สอดคล้องกับความเห็นของ จอห์น เวนเทร (John Ventre) จาก Mutual UFO Network (MUFON) ซึ่งเสนอในปี 2015 ว่า วัตถุในเค็กส์เบิร์กอาจเป็น “General Electric Mark 2 Re-entry Vehicle” ยานทดลองของสหรัฐฯ ที่ถูกส่งขึ้นไปในวงโคจร ก่อนจะตกกลับสู่โลก อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีนี้ก็ยังไม่เคยได้รับการยืนยัน

             “ส่วนตัวแล้ว ผมก็อยากเชื่อว่ามันคือ UFOเพราะผมอยู่กับ MUFON แต่ผมต้องยอมรับว่าเรามีทฤษฎีที่แข็งแรงมากว่านี่อาจเป็นดาวเทียมสอดแนม” เวนเทร กล่าวกับ Pittsburgh Post-Gazette

General Electric  Mark 2 Re Entry Vehicle

             หตุการณ์ UFO แห่งเค็กส์เบิร์กจึงถูกจัดวางเคียงข้างเหตุการณ์ลึกลับอื่นๆ ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20ไม่ว่าจะเป็น เหตุการณ์ Kelly–Hopkinsville Encounter ปี 1955 ที่มีการอ้างว่าถูกสิ่งมีชีวิตต่างดาวโจมตี หรือการลักพาตัวของ เบตตีและบาร์นีย์ ฮิลล์ ในปี 1961


             และเมืองเค็กส์เบิร์กเองก็ยอมรับชื่อเสียงในฐานะ “รอสเวลล์แห่งเพนซิลเวเนีย” ด้วยการจัด เทศกาล UFO ประจำปีโดยหน่วยดับเพลิงอาสาสมัครของเมืองปริศนานี้ยังถูกนำไปถ่ายทอดผ่านรายการสืบสวนและสารคดีมากมาย เช่น Unsolved Mysteries, The New Roswell: Kecksburg Exposed และ UFO Hunters เหตุการณ์ยูเอฟโอที่เค็กส์เบิร์กยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับผลงานวรรณกรรมต่างๆ เช่น ละครเรื่อง Limelight: The Skies Are Watching ของ BBC ในปี 2024


แต่ไม่ว่ามันจะถูกเล่าซ้ำกี่ครั้งเหตุการณ์ UFO แห่งเค็กส์เบิร์กก็ยังคงเป็นเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นก็คือ ปริศนา

             “เราต้องการการยืนยันจากนาซา หรือจากกองทัพอากาศ เราทิ้งข้อความไว้แล้วแต่ไม่มีใครโทรกลับมา ลักษณะทั้งหมดในรายงานของเราตรงกับ UFO ที่เค็กส์เบิร์ก ดังนั้นเราจึงเผยแพร่เรื่องนี้ออกไปและหวังว่ามันจะถูกหยิบยกขึ้นมา และบางทีบางคนที่รู้บางอย่างอาจจะออกมาให้คำตอบกับเราเสียที หลังจากผ่านไปหลายปี” เวนเทรกล่าวกับหนังสือพิมพ์ Pittsburgh Post-Gazetteต์

ADS