ประวัติ ฮอยลุนด์ ดาวยิงที่เริ่มต้นใหม่อย่างเปล่งประกาย

sittiwut | 13/01/2026 12:19 น. | 7 Views

 

ชื่อเต็ม : ราสมุส วินเธอร์ ฮอยลุนด์ (Rasmus Winther Højlund)
วัน/เดือน/ปีเกิด : 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2003
ส่วนสูง : 1.91 ซม.
ตำแหน่ง : กองหน้า
สโมสรปัจจุบัน : นาโปลี

              ราสมุส ฮอยลุนด์ คือกองหน้าดาวรุ่งทีมชาติเดนมาร์ก ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับ นาโปลี ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ด้วยสัญญายืมตัวจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเป็นหนึ่งในความหวังของทีมชาติเดนมาร์กในยุคใหม่

              ฮอยลุนด์เติบโตมาจากอะคาเดมีของ เอฟซี โคเปนเฮเกน ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุเพียง 17 ปี ในเดือนตุลาคม ปี 2020 โดยตลอดช่วงเวลาที่ค้าแข้งกับทีมดังแห่งเดนมาร์ก เขาทำไป 5 ประตูจากการลงสนาม 32 นัด แสดงให้เห็นถึงแววความอันตรายในแดนหน้า

              ผลงานดังกล่าวทำให้เขาได้โอกาสย้ายไปลุยลีกออสเตรียกับ สตวร์ม กราซ ในเดือนมกราคม ปี 2022 ก่อนที่ฟอร์มจะไปเข้าตาแมวมองของ อตาลันตา ซึ่งทุ่มเงินราว 17 ล้านยูโร คว้าตัวไปร่วมทีมในช่วงปลายปีเดียวกัน

              จากนั้นในปี 2023 เส้นทางอาชีพของฮอยลุนด์ก็พุ่งแรง เมื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจควักกระเป๋าจ่ายค่าตัวเบื้องต้นถึง 64 ล้านปอนด์ ดึงตัวกองหน้าวัยรุ่นรายนี้เข้าสู่ถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด

              ในระดับทีมชาติ ฮอยลุนด์ติดทีมชาติเดนมาร์กมาแล้วทุกชุด ตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี จนถึงรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ก่อนจะก้าวขึ้นติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในเดือนกันยายน ปี 2022 และเริ่มต้นบทบาทบนเวทีระดับนานาชาติอย่างเต็มตัว


ชีวิตส่วนตัว : ครอบครัวนักเตะ

              ราสมุส ฮอยลุนด์ เติบโตมาในครอบครัวที่ผูกพันกับฟุตบอลอย่างแท้จริง โดยเขามีน้องชายฝาแฝดที่อายุน้อยกว่า 2 คน คือ เอมิล และ ออสการ์ ฮอยลุนด์ ซึ่งต่างก็เดินตามรอยพี่ชายบนเส้นทางลูกหนังอาชีพ

              เอมิล ฮอยลุนด์ ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับ ชาลเก้ 04 ในศึก บุนเดสลีกา 2 ของเยอรมนี ขณะที่ ออสการ์ ฮอยลุนด์ ลงเล่นในลีกสูงสุดกับ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต สโมสรชื่อดังแห่งบุนเดสลีกา

              ครอบครัวฮอยลุนด์จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งใน “ตระกูลนักฟุตบอล” ที่น่าจับตามองของยุโรป โดยเฉพาะวันที่สามพี่น้องอาจได้เผชิญหน้ากันในเวทีระดับสูงในอนาคต ซึ่งเป็นภาพที่แฟนบอลรอคอยไม่น้อย


เส้นทางอาชีพกับสโมสร

ก้าวแรกในโลกฟุตบอล :

              ราสมุส ฮอยลุนด์ เกิดที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก และเติบโตในเมืองเฮอร์ชโฮล์ม โดยเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังตั้งแต่ระดับเยาวชนกับ HUI และ บรอนด์บี้ ก่อนจะถูกดึงตัวเข้าสู่ระบบอะคาเดมีของ เอฟซี โคเปนเฮเกน สโมสรยักษ์ใหญ่ของประเทศ ดาวยิงรายนี้ได้ประเดิมสนามอาชีพกับทีมชุดใหญ่ของโคเปนเฮเกนเมื่ออายุเพียง 17 ปี ในเกมเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2020 ก่อนจะได้รับความไว้วางใจจากสโมสร ด้วยการต่อสัญญาออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2023 ในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน และถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่อย่างเต็มตัวหลังจบช่วงซัมเมอร์ปี 2021


              ฤดูกาล 2021/22 ถือเป็นปีแจ้งเกิดในเวทียุโรป เมื่อฮอยลุนด์ได้ลงเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรปเป็นครั้งแรก และมีส่วนสำคัญกับทีมด้วยการยิงไปถึง 5 ประตูในศึกยูฟ่า ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ ลีก ตั้งแต่รอบคัดเลือกจนถึงรอบหลัก โดยสองประตูแรกในสีเสื้อโคเปนเฮเกนเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2021 ในเกมคอนเฟอเรนซ์ ลีก ที่พบกับ เอฟซี ตอร์ปิโด-เบลเอแซ โจดิโน โดยเขาถูกส่งลงสนามในช่วงครึ่งหลัง


สตวร์ม กราซ :


              เดือนมกราคม ปี 2022 ฮอยลุนด์ตัดสินใจออกไปหาประสบการณ์นอกประเทศ โดยตัดสินใจย้ายร่วมทีม สตวร์ม กราซ สโมสรดังในลีกออสเตรีย ด้วยค่าตัวราว 1.8 ล้านยูโร ซึ่งการย้ายทีมครั้งนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเขาระเบิดฟอร์มยิงไปถึง 12 ประตูจาก 21 นัดรวมทุกรายการ ตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2021/22 ต่อเนื่องถึงต้นฤดูกาล 2022/23 จนชื่อของเขาเริ่มถูกจับตามองจากหลายสโมสรในลีกใหญ่ยุโรป


อตาลันตา :

              ด้วยฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงทำให้สุดท้าย อตาลันตา ทีมแกร่งแห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา ตัดสินใจคว้าตัวฮอยลุนด์ไปร่วมทีมเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2022 ด้วยค่าตัวประมาณ 17 ล้านยูโร ซึ่งเขาใช้เวลาไม่นานในการปรับตัว และยิงประตูแรกให้ทีมได้ทันทีในวันที่ 5 กันยายน ในเกมบุกเอาชนะ มอนซา 2-0

              แม้ในช่วงต้นฤดูกาลจะต้องเริ่มต้นจากบทบาทตัวสำรอง แต่ด้วยฟอร์มตกและปัญหาอาการบาดเจ็บของ ดูวาน ซาปาตา ทำให้ฮอยลุนด์ได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเอง และเขาไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ


              เดือนมกราคม 2023 คือช่วงที่เขาเฉิดฉายอย่างแท้จริง เมื่อทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ยิงประตูได้ 4 นัดติดต่อกัน กลายเป็นกองหน้าคนสำคัญของอตาลันตา และยกระดับตัวเองขึ้นสู่การเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดของยุโรปในเวลานั้น


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด :

              วันที่ 29 กรกฎาคม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บรรลุข้อตกลงคว้าตัว ราสมุส ฮอยลุนด์ จากอตาลันตา ด้วยค่าตัวเบื้องต้น 64 ล้านปอนด์ พร้อมแอดออนตามผลงานอีก 8 ล้านปอนด์ โดยดาวยิงทีมชาติเดนมาร์กตกลงเซ็นสัญญา 5 ปี พร้อมออปชันขยายเพิ่มอีก 1 ปี ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะนักเตะ “ปีศาจแดง” เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2023 หลังผ่านขั้นตอนเอกสารระหว่างประเทศ

ฤดูกาล 2023/24 : ปีแรกแห่งการพิสูจน์ตัวเอง

              ฮอยลุนด์ลงสนามนัดแรกในพรีเมียร์ลีกเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2023 ในเกมบิ๊กแมตช์บุกเยือนอาร์เซน่อล โดยถูกส่งลงมาแทน แอนโทนี มาร์กซิยาล นาทีที่ 67 แม้ยูไนเต็ดจะพ่ายไป 1-3 แต่แฟนบอลก็เริ่มได้เห็นพลังและความดุดันของหัวหอกวัยรุ่นรายนี้

              ประตูแรกในสีเสื้อปีศาจแดงเกิดขึ้นบนเวทีใหญ่ยุโรป เมื่อวันที่ 20 กันยายน ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดเปิดสนาม ที่ยูไนเต็ดบุกไปแพ้ บาเยิร์น มิวนิค 3-4 โดยฮอยลุนด์เป็นคนยิงประตูให้ทีม ในเกมนัดถัดมาของแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด พบกับ กาลาตาซาราย เขากดไป 2 ประตู แม้ทีมจะพ่าย 2-3 แต่ผลงานส่วนตัวโดดเด่นจนคว้ารางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไปครอง

              วันที่ 8 พฤศจิกายน ฮอยลุนด์กลับไปเยือน พาร์เคน สเตเดียม รังเหย้าเก่าของโคเปนเฮเกน และยิงได้อีก 2 ประตู แม้ยูไนเต็ดจะพ่าย 3-4 แต่เขาก็สร้างสถิติเป็น นักเตะอายุน้อยที่สุดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ยิงสองประตูในเกมเยือนศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก อีกด้วย


              ช่วงเวลาที่แฟนผีรอคอยมาถึงในวันที่ 26 ธันวาคม เมื่อฮอยลุนด์ก็ปลดล็อคยิงประตูแรกในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ และเป็นประตูชัยในเกมเปิดบ้านเฉือน แอสตัน วิลลา 3-2 หลังทีมพลิกสถานการณ์จากตามหลัง 0-2 กลับมาคว้าชัย โดยประตูดังกล่าวเกิดขึ้นในเกมที่ 15 ของเขาในลีก


ฟอร์มร้อนแรง เดือนแห่งการแจ้งเกิด :

              วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2024 ซึ่งตรงกับวันเกิดอายุครบ 21 ปี ฮอยลุนด์ยิงประตูขึ้นนำในเกมที่ยูไนเต็ดเปิดบ้านถล่ม เวสต์แฮม 3-0 และในสัปดาห์ถัดมา เขายังยิงประตูต่อเนื่องในเกมบุกชนะ แอสตัน วิลลา 2-1 ทำให้กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดอันดับสองในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ที่ยิงประตูได้ 5 นัดติดต่อกัน เป็นรองเพียง นิโกลาส์ อเนลก้า

              วันที่ 18 กุมภาพันธ์ เขากด 2 ประตู ใส่ ลูตัน ทาวน์ ในเกมชนะ 2-1 โดยประตูแรกใช้เวลาเพียง 37 วินาที หลังเขี่ยเริ่มเกม พร้อมทำสถิติใหม่เป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ 6 นัดติดต่อกัน แซงสถิติเดิมของ โจ วิลล็อก และด้วยผลงานอันร้อนแรงส่งให้ฮอยลุนด์คว้ารางวัล นักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนกุมภาพันธ์ของพรีเมียร์ลีก และสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะชาวเดนมาร์กคนแรกที่คว้ารางวัลนี้มาครอง

แชมป์แรกกับปีศาจแดง :

              วันที่ 21 เมษายน ในรอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ พบกับโคเวนทรี ซิตี้ เกมจบด้วยผลเสมอ 3-3 หลังต่อเวลาพิเศษ แม้ยูไนเต็ดจะเคยนำห่างถึง 3-0 ก่อนถูกไล่ตามตีเสมอ แต่ฮอยลุนด์ก็รับบทฮีโร่ ยิงจุดโทษคนสุดท้าย พาทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ


              และในรอบชิงชนะเลิศวันที่ 25 พฤษภาคม เขาลงสนามในฐานะตัวสำรองช่วงท้ายเกม แทน มาร์คัส แรชฟอร์ด ก่อนช่วยทีมเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-1 คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ 2024 และเป็นถ้วยแชมป์แรกในอาชีพของเขากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกด้วย


สถิติฤดูกาลแรก :

ฮอยลุนด์ปิดฤดูกาลแรกกับ "ปีศาจแดง" ด้วยผลงาน
10 ประตูในพรีเมียร์ลีก
5 ประตูจาก 6 นัดในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
1 ประตูในเอฟเอ คัพ


ฤดูกาล 2024/25 : ฟอร์มฝืด, เสียงวิจารณ์ และการพิสูจน์หัวใจ

              ก่อนเปิดฤดูกาล 2024/25 ราสมุส ฮอยลุนด์ได้รับความคาดหวังเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เมื่อเขาถูกมอบเสื้อหมายเลข 9 ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต่อจาก แอนโทนี มาร์กซิยาล ที่อำลาทีมไป ถือเป็นสัญลักษณ์ชัดเจนว่าเขาถูกวางตัวเป็นกองหน้าหมายเลขหนึ่งของสโมสร

              อย่างไรก็ตาม การออกสตาร์ตฤดูกาลกลับไม่เป็นไปตามที่หวัง ฮอยลุนด์ต้องรอจนถึงวันที่ 3 ตุลาคม 2024 ถึงจะปลดล็อกประตูแรกของซีซั่นได้ ในเกมยูฟ่า ยูโรปา ลีก ที่ยูไนเต็ดเสมอกับ เอฟซี ปอร์โต 3-3


              ส่วนประตูแรกในพรีเมียร์ลีกของฤดูกาล เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ในเกมเปิดบ้านเฉือน เบรนท์ฟอร์ด 2-1 ซึ่งไม่เพียงช่วยให้เขาเรียกความมั่นใจกลับมา แต่ยังเป็นการยุติสถิติไม่ชนะใคร 5 นัดติดต่อกันของทีมอีกด้วย


ฮีโร่จากม้านั่งสำรอง :

              วันที่ 12 ธันวาคม 2024 ฮอยลุนด์กลายเป็นซูเปอร์ซับ เมื่อถูกส่งลงสนามเป็นตัวสำรองและยิง 2 ประตู พายูไนเต็ดบุกแซงชนะ วิคตอเรีย เพลเซ่น 2-1 ในศึกยูโรปา ลีก โดยสองประตูดังกล่าวยังส่งให้เขาก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสามนักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ยิงประตูในถ้วยยุโรปได้อย่างน้อย 9 ลูก ก่อนอายุ 22 ปี ร่วมกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด และตำนานอย่าง เวย์น รูนีย์


ฟอร์มฝืด เสียงวิจารณ์ และแรงกดดัน :

              แม้จะมีช่วงเวลาน่าประทับใจ แต่ภาพรวมของฤดูกาลกลับเต็มไปด้วยความยากลำบาก ฮอยลุนด์ถูกทั้งกูรูและแฟนบอลวิจารณ์อย่างหนักจากฟอร์มการเล่นที่ไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีกที่เขาเผชิญกับช่วงยิงประตูไม่ได้ยาวถึง 16 นัดติดต่อกัน โดยประตูในลีกครั้งสุดท้ายของเขาก่อนฟอร์มดร็อป เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2024 ในเกมเปิดบ้านแพ้ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 2-3 หลังจากนั้นชื่อของเขาก็กลายเป็นประเด็นถกเถียงแทบทุกสัปดาห์

              ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตกองหลังระดับตำนานของสโมสร ออกมาพูดถึงหัวหอกรุ่นน้องว่า : “เขาพยายามสู้กับกองหลังตลอดเวลา และชอบปะทะเพื่อสร้างพื้นที่ให้ตัวเอง” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเท แม้ผลงานจะยังไม่ออกมาเป็นรูปธรรม


ปลดล็อกได้สำเร็จ แต่อนาคตเริ่มไม่แน่นอน :

              วันที่ 16 มีนาคม 2025 ฮอยลุนด์ยุติสถิติอันเลวร้ายหลังยิงประตูขึ้นนำในเกมบุกชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 3-0 นับเป็นการยุติช่วง 21 นัดติดต่อกันที่ไม่สามารถทำประตูได้ในทุกรายการ และเป็นช่วงเวลาที่หลายคนหวังว่าเขาจะกลับมาได้อีกครั้ง

              อย่างไรก็ตาม ความผิดหวังในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พ่ายให้กับ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อสโมสรตัดสินใจขึ้นบัญชีรายชื่อนักเตะที่พร้อมปล่อยตัวในตลาดซื้อขาย และชื่อของ ราสมุส ฮอยลุนด์ ก็อยู่ในลิสต์นั้นร่วมกับผู้เล่นอีกหลายราย

              จากกองหน้าความหวัง สู่การถูกตั้งคำถามเรื่องอนาคต ฤดูกาล 2024/25 จึงเป็นบททดสอบจิตใจครั้งใหญ่ที่สุดในอาชีพของดาวยิงชาวเดนมาร์กรายนี้


นาโปลี : จุดเริ่มต้นใหม่บนแผ่นดินอิตาลี

              วันที่ 1 กันยายน 2025 ราสมุส ฮอยลุนด์ ตัดสินใจเปิดบทใหม่ในเส้นทางอาชีพ ด้วยการย้ายไปร่วมทีม นาโปลี ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา ด้วยสัญญา ยืมตัว 1 ฤดูกาล จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ข้อตกลงดังกล่าวระบุว่า นาโปลีมีเงื่อนไขบังคับซื้อขาดหากสามารถคว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลถัดไป โดยดีลนี้มีค่ายืมตัว 6 ล้านยูโร และค่าตัวในกรณีซื้อขาดคาดว่าจะอยู่ที่ราว 38 ล้านปอนด์ (ประมาณ 44 ล้านยูโร) การย้ายทีมครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นโอกาสสำคัญของหัวหอกทีมชาติเดนมาร์กในการเรียกฟอร์มเก่งกลับมา หลังต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักตลอดช่วงหลังกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


ประเดิมสวย ยิงตั้งแต่นัดแรก :

              ฮอยลุนด์ไม่ปล่อยให้แฟนบอลนาโปลีต้องรอนาน เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2025 เขาลงสนามนัดแรกให้ทีม และซัดประตูแรกได้ทันทีในเกมบุกเอาชนะ ฟิออเรนตินา 3-1 แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและความอันตรายในกรอบเขตโทษตั้งแต่เกมเปิดตัว



ระเบิดฟอร์มในเวทียุโรป :

              ไม่เพียงแค่ในลีกเท่านั้น บนเวทียูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฮอยลุนด์ก็เริ่มสร้างชื่อให้กับตัวเองอย่างรวดเร็ว โดยในวันที่ 1 ตุลาคม เขากดไป 2 ประตู ในรอบลีกเฟส เกมพบกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ช่วยตอกย้ำว่าการย้ายมาเล่นในอิตาลีอาจเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของอาชีพ

              จากกองหน้าที่ถูกตั้งคำถามในอังกฤษ สู่การกลับมาฉายแสงอีกครั้งในอิตาลี ราสมุส ฮอยลุนด์ กำลังเดินหน้าเขียนเรื่องราวบทใหม่กับนาโปลี และอนาคตของเขาอาจยังมีอะไรให้ติดตามมากกว่าที่หลายคนคิด

 

เส้นทางทีมชาติเดนมาร์ก :

              ราสมุส ฮอยลุนด์ เริ่มต้นบทบาทในนามทีมชาติเดนมาร์กชุดใหญ่เมื่อเดือน กันยายน 2022 โดยได้ลงสนามในศึก ยูฟ่า เนชันส์ ลีก พบกับ โครเอเชีย และ ฝรั่งเศส ซึ่งเกมกับโครเอเชียเมื่อวันที่ 1 กันยายน ถือเป็นการประเดิมสนามทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในอาชีพ

              จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2023 ในศึก ยูโร 2024 รอบคัดเลือก เมื่อฮอยลุนด์ได้รับโอกาสออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในนามทีมชาติเป็นครั้งแรก และไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยการระเบิดฟอร์มกด แฮตทริก พาเดนมาร์กเอาชนะ ฟินแลนด์ 3-1 พร้อมจารึกชื่อในฐานะดาวยิงหน้าใหม่ที่แฟนบอลทั้งประเทศพูดถึง


              จากเกมนั้นเป็นต้นมา ฮอยลุนด์กลายเป็นกำลังหลักในแนวรุกของทัพโคนม และจบเส้นทางรอบคัดเลือกยูโร 2024 ด้วยตำแหน่ง ดาวซัลโวของทีมชาติเดนมาร์ก หลังทำไปถึง 7 ประตู มากที่สุดในทีม ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมทำให้เขาถูกเรียกติดทีมชาติเดนมาร์กชุดลุยศึก ยูฟ่า ยูโร 2024 และได้ลงสนามในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์เป็นครั้งแรก โดยประเดิมเกมเปิดสนามของทีมชาติพบกับ สโลวีเนีย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของดาวยิงวัยหนุ่มรายนี้บนเวทีระดับทวีป

              จากดาวรุ่งสู่ความหวังใหม่ของชาติ ราสมุส ฮอยลุนด์ ยังคงเดินหน้าพิสูจน์ตัวเองในสีเสื้อเดนมาร์ก และถูกคาดหมายว่าจะเป็นแกนหลักในแนวรุกของทีมชาติไปอีกหลายปีข้างหน้า


สไตล์การเล่น : กองหน้าพลังเครื่องจักร

              ราสมุส ฮอยลุนด์ คือกองหน้าสไตล์ พาวเวอร์ฟอร์เวิร์ด ที่ครบเครื่องทั้งความแข็งแกร่ง ความเร็ว และพลังการทะลุทะลวง จุดเด่นที่สุดของเขาคือการวิ่งทำทาง โจมตีพื้นที่หลังแนวรับ ได้อย่างดุดัน สร้างปัญหาให้กองหลังคู่แข่งตลอด 90 นาที

              หัวหอกชาวเดนมาร์กรายนี้เล่นบอลได้ดีแม้ต้องหันหลังให้ประตู มีความแข็งแรงในการพักบอลและยืนชนกับเซ็นเตอร์แบ็ก ก่อนจ่ายต่อหรือพลิกหาจังหวะยิงเอง ขณะเดียวกันก็มีความเฉียบคมในกรอบเขตโทษ โดยเฉพาะการจบสกอร์ด้วย เท้าซ้ายข้างถนัด ซึ่งถือเป็นอาวุธหลักของเขา และด้วยรูปร่าง สไตล์ และวิธีการเล่น ทำให้ฮอยลุนด์ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ เออร์ลิง ฮาลันด์ ในช่วงวัยหนุ่ม อยู่บ่อยครั้ง ทั้งในแง่ของพละกำลัง ความกระหายในการโจมตีพื้นที่ตรงกลาง และความมุ่งมั่นที่จะเป็นจุดศูนย์กลางของเกมรุก

              นอกจากการจบสกอร์แล้ว ฮอยลุนด์ยังแสดงให้เห็นถึงการเล่นเป็นทีมที่ดี ไม่ว่าจะเป็น การเชื่อมเกม การขยับหาพื้นที่โดยไม่ต้องมีบอล รวมถึงการดึงตัวประกบเพื่อเปิดช่องให้เพื่อนร่วมทีม เขาเป็นกองหน้าที่อันตรายอย่างยิ่งในเกม โต้กลับเร็ว และสามารถสร้างโอกาสได้ทั้งให้ตัวเองและคนอื่น


              อย่างไรก็ตาม จุดที่ยังต้องพัฒนา คือความสม่ำเสมอของ การสนับสนุนจากเพื่อนร่วมทีม ซึ่งส่งผลต่อจังหวะการทำประตูโดยตรง ทำให้ผลงานในบางช่วงดูฝืดกว่าศักยภาพที่แท้จริง

              โดยรวมแล้ว ฮอยลุนด์คือกองหน้าสมัยใหม่ที่ผสมผสานพละกำลัง ความเร็ว และความเข้าใจเกมได้อย่างลงตัว หากได้รับระบบการเล่นและการซัพพอร์ตที่เหมาะสม เขามีศักยภาพมากพอจะก้าวขึ้นไปเป็นหนึ่งในกองหน้าระดับแถวหน้าของยุโรปในอนาคตอันใกล้

ADS