ประวัติ ติอาโก้ ตัวจบสกอร์สุดอันตรายสไตล์แซมบ้า
ชื่อเต็ม : อิกอร์ ติอาโก้ นาสซิเมนโต โรดริเกส (Igor Thiago Nascimento Rodrigues)
วัน/เดือน/ปีเกิด : 26 มิถุนายน ค.ศ. 2001
ส่วนสูง : 1.9 ซม.
ตำแหน่ง : กองหน้า
สโมสรปัจจุบัน : เบรนท์ฟอร์ด
อิกอร์ ติอาโก้ นาสซิเมนโต โรดริเกส หรือเรียกสั้นๆว่า "อิกอร์ ติอาโก้" เขาเป็นกองหน้าชาวบราซิลที่ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับ เบรนท์ฟอร์ด สโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษจากชีวิตยากลำบาก สู่เส้นทางลูกหนังอาชีพ :
ติอาโก้เกิดที่เมือง กามา เขตปกครองของกรุงบราซิเลีย ชีวิตของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี เขาต้องเผชิญกับการสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อพ่อจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ภาระในครอบครัวจึงตกอยู่ที่แม่ มาเรีย ดิวา ซึ่งทำงานเป็นพนักงานกวาดถนน เด็กชายอิกอร์ในวันนั้นเลือกจะลุกขึ้นสู้ เขาทำทุกอย่างเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระแม่ ไม่ว่าจะเป็นทำงานก่อสร้างเป็นช่างก่ออิฐ รับจ๊อบสารพัดตามงานแฟร์ หรือแม้แต่เดินแจกใบปลิวเพื่อแลกกับค่าแรงเล็กๆ น้อยๆ
ฟุตบอลไม่ใช่ความฝันแรก แต่กลายเป็นเส้นทางชีวิต :ในช่วงแรก ติอาโก้ ไม่เคยคิดว่าฟุตบอลจะเป็นอาชีพของตัวเอง จนกระทั่งเขาได้ลองเล่นให้กับทีม เกรมิโอ โอซิเดนตัล ซึ่งพี่ชายของเขาเป็นนักเตะอยู่ก่อนแล้ว จากจุดนั้นเขาเริ่มต้นด้วยการเล่นฟุตซอล และตระเวนทดสอบฝีเท้ากับหลายสโมสร
เมื่ออายุ 16 ปี โอกาสครั้งสำคัญก็มาถึง ติอาโก้ได้เข้าร่วมทีมเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีของสโมสร เวเร่ จากรัฐปารานา ก่อนที่เส้นทางลูกหนังจะเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ต่อมาในปี 2019 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญ เมื่อเขาได้ย้ายเข้าสู่ อะคาเดมีของครูเซโร่ สโมสรยักษ์ใหญ่ของบราซิล นั่นคือจุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนเด็กหนุ่มนักสู้จากไซต์ก่อสร้าง ให้กลายเป็นกองหน้าที่โลดแล่นบนเวทีฟุตบอลอาชีพในวันนี้
เส้นทางสโมสรอาชีพแจ้งเกิดกับ ครูเซโร่ :
อิกอร์ ติอาโก้ ก้าวสู่เวทีฟุตบอลอาชีพอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2020 ในวัยเพียง 18 ปี หลังได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้กับ ครูเซโร่ ในศึก คัมเปโอนาโต มิไนโร่ เกมพบกับ โบอา เอสปอร์เต้ ถือเป็นแมตช์เปิดตัวที่สำคัญในชีวิตนักเตะของเขา
ตลอดระยะเวลา 3 ฤดูกาล กับสโมสรดังแห่งบราซิล ติอาโก้ลงสนามรวม 64 นัด ยิงได้ 10 ประตู แม้ตัวเลขจะไม่หวือหวา แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่เขาได้สั่งสมประสบการณ์ลูกหนังอาชีพ และวางรากฐานสำคัญก่อนก้าวสู่เวทียุโรป
ลูโดโกเร็ตส์ :หลังมีกระแสข่าวเชื่อมโยงอยู่นานในที่สุดวันที่ 2 มีนาคม 2022 ติอาโก้ก็เปิดตัวเป็นสมาชิกใหม่ของ ลูโดโกเร็ตส์ ราซกราด แชมป์ลีกบัลแกเรีย โดยเริ่มต้นจากการลงเล่นให้กับทีม ลูโดโกเร็ตส์ II ก่อน เพื่อปรับตัวเข้ากับฟุตบอลยุโรป
เขาประเดิมสนามนัดแรกเมื่อวันที่ 18 เมษายน ในเกมลีกพบกับ ลิเท็กซ์ โลเวช และไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เมื่อสามารถยิงประตูแรกได้ทันที ก่อนจะยกระดับฟอร์มขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการเหมาคนเดียว 2 ประตู ในเกมบุกพ่าย โดบรุดชา ดอบริช 2-3 ในสัปดาห์ถัดมา ผลงานอันร้อนแรงกับทีมชุดสอง ส่งให้ติอาโก้ถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ และเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เปิดตัวในเกมลีกพบกับ ซีเอสเคเอ โซเฟีย ด้วยการลงมาเป็นตัวสำรอง ก่อนจะยิงประตูได้ตั้งแต่นัดแรกกับทีมชุดใหญ่แบบที่กองหน้าตัวจริงยังต้องเหลียวมอง
แชมป์ติดมือ พร้อมบทบาทสำคัญ :ช่วงเวลาของติอาโก้กับลูโดโกเร็ตส์ถือว่ายอดเยี่ยม เมื่อเขาเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ช่วยทีมคว้าแชมป์ บัลแกเรียน เฟิร์สต์ลีก ได้ถึง 2 ฤดูกาลติดต่อกัน (2021–22 และ 2022–23) รวมถึงแชมป์ บัลแกเรียน คัพ 2023 และ บัลแกเรียน ซูเปอร์คัพ 2022 อีกด้วย
ตลอดการค้าแข้งกับสโมสรจากบัลแกเรีย ติอาโก้ลงสนามรวม 55 นัด ยิงได้ 21 ประตู กลายเป็นกองหน้าที่แฟนบอลจดจำ และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่พาเขาก้าวสู่เวทีระดับท็อปอย่างพรีเมียร์ลีกในเวลาต่อมา
คลับ บรูช :วันที่ 12 มิถุนายน 2023 อิกอร์ ติอาโก้ ก้าวสู่บทใหม่ของอาชีพค้าแข้ง เมื่อย้ายไปร่วมทีม คลับ บรูช สโมสรชั้นนำแห่งศึกเบลเยียน โปร ลีก ด้วยสัญญา 4 ปี โดยค่าตัว 7.9 ล้านยูโร ที่ลูโดโกเร็ตส์ได้รับกลายเป็นสถิติขายนักเตะแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรบัลแกเรีย อีกด้วย
กองหน้าชาวบราซิลเริ่มต้นได้อย่างน่าประทับใจ ลงเป็นตัวจริงในเกมยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก รอบคัดเลือก ที่คลับ บรูช เปิดบ้านถล่ม อาร์ฮุส 3-0 เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2023 ก่อนจะสร้างผลงานทันทีในลีก ด้วยการยิงประตูใน 2 นัดแรกติดต่อกัน เขาซัดประตูตีเสมอช่วงท้ายเกม พาทีมเปิดบ้านเสมอ เมเคเลน 1-1 จากนั้นตามด้วยการยิงประตูชัยในเกมบุกชนะ เวสเตอร์โล 1-0 ส่งคลับ บรูช ขยับขึ้นไปอยู่หัวตารางตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล
วันที่ 16 กันยายน 2023 ติอาโก้ยิงประตูขึ้นนำในเกมที่คลับ บรูช เอาชนะ ชาร์เลอรัว 4-2 ทำให้ยอดรวมประตูของเขาในทุกรายการขยับขึ้นเป็น 6 ประตู อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นเจ้าตัวกลับเจอช่วงปืนฝืด เมื่อไม่สามารถยิงประตูได้ตลอด 9 นัดติดต่อกัน จนกระทั่งวันที่ 1 พฤศจิกายน ติอาโก้ปลดล็อกได้สำเร็จ ด้วยการทำประตูในเกม เบลเยียม คัพ ที่บุกถล่ม เบียร์สช็อต 6-0 แต่ในเกมลีก เขายังต้องรอคอยประตูถัดไปจนถึงเดือนธันวาคมเลยทีเดียว
ฟอร์มระเบิด ยิงกระหน่ำยุโรป :จุดเปลี่ยนสำคัญมาถึงในศึกยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก เมื่อเขาเหมายิงคนเดียว 2 ประตู ในเกมบุกถล่ม เบซิคตัส 5-0 นั่นคือจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาที่ดีที่สุดในอาชีพของติอาโก้ โดยกองหน้าชาวบราซิลระเบิดฟอร์มร้อนแรง ยิงไปถึง 18 ประตู จาก 12 นัด ในทุกรายการ ช่วงเดือน ธันวาคม 2023 ต่อเนื่องถึงมกราคม 2024 โดยมีเพียงนัดเดียวเท่านั้นที่เขาไม่มีชื่อเป็นผู้ทำประตู คือเกมพบเมเคเลน ซึ่งลูกโหม่งของเขาถูกจับล้ำหน้าแบบน่ากังขา
หลังจากเกมดังกล่าว ติอาโก้กลับมาเดินหน้าถล่มตาข่ายต่อเนื่อง ยิงประตูได้ใน 8 นัดติดต่อกัน ตอกย้ำสถานะกองหน้าฟอร์มแรงแห่งยุโรป และกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ถูกจับตามองมากที่สุดในตลาดลูกหนังช่วงเวลานั้น
เบรนท์ฟอร์ด :วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2024 เบรนท์ฟอร์ด สโมสรแห่งศึกพรีเมียร์ลีก ประกาศบรรลุข้อตกลงคว้าตัว อิกอร์ ติอาโก้ มาร่วมทีมด้วยสัญญา 5 ปี โดยจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคม แม้สโมสรไม่เปิดเผยค่าตัว แต่สื่ออังกฤษรายงานว่าอยู่ที่ราว 30 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของเบรนท์ฟอร์ด ขณะที่ในฝั่งเบลเยียม นี่คือการขายนักเตะแพงที่สุดในประวัติศาสตร์โปรลีก ด้วยมูลค่าสูงถึง 38 ล้านยูโร
อย่างไรก็ตาม การเริ่มต้นในอังกฤษไม่ได้สวยงามนัก เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2024 ติอาโก้ได้รับบาดเจ็บที่หมอนรองเข่า (meniscus) ตั้งแต่นัดเปิดตัวช่วงปรีซีซัน และถูกคาดหมายว่าจะต้องพักยาวตลอดทั้งปี
แต่ด้วยหัวใจนักสู้ เขากลับมาลงสนามได้เร็วกว่าที่คาด เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ในเกมพบกับ เอฟเวอร์ตัน โดยถูกส่งลงมาแทน โยอัน วิสซา ในนาทีที่ 72 แม้จะได้กลับมาโชว์ตัวช่วงสั้นๆ แต่ฤดูกาล 2024–25 ส่วนใหญ่ ติอาโก้ยังคงต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บ ก่อนจะคัมแบ็กอย่างเป็นทางการอีกครั้งในวันที่ 4 พฤษภาคม 2025 เกมที่เบรนท์ฟอร์ดเปิดบ้านเฉือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-3
ฤดูกาลแจ้งเกิด :
ฤดูกาล 2025–26 คือช่วงเวลาที่ชื่อของอิกอร์ ติอาโก้ ถูกจารึกในพรีเมียร์ลีกอย่างแท้จริง วันที่ 17 สิงหาคม 2025 เขายิงประตูแรกในสีเสื้อเบรนท์ฟอร์ด แม้ทีมจะบุกพ่าย น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 1-3 ในนัดเปิดฤดูกาล ก็ตาม
จากนั้นวันที่ 27 กันยายน ติอาโก้ระเบิดฟอร์มด้วยการยิงสองประตูในครึ่งแรกพาทีมเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป 3-1 และในเดือนพฤศจิกายน เขาคว้ารางวัล นักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนของพรีเมียร์ลีก หลังยิงไปถึง 5 ประตู จาก 4 นัด และฟอร์มร้อนแรงยังไม่หยุด วันที่ 4 มกราคม 2026 ติอาโก้ทำ แฮตทริกแรก ของตัวเองให้กับ “ผึ้งพิฆาต” ในเกมบุกชนะ เอฟเวอร์ตัน 4-2 และเพียงสามวันถัดมา เขายิงเพิ่มอีก 2 ประตู ในเกมถล่ม ซันเดอร์แลนด์ 3-0 ประตูดังกล่าวทำให้ยอดรวมของเขาในฤดูกาลนั้นพุ่งถึง 16 ประตู กลายเป็น นักเตะบราซิลที่ยิงประตูได้มากที่สุดในหนึ่งฤดูกาลของพรีเมียร์ลีก ทันที
เส้นทางทีมชาติ : ทางแยกระหว่างความฝันและการตัดสินใจ
แม้จะเกิดและเติบโตในประเทศบราซิล แต่อิกอร์ ติอาโก้ ก็มีอีกหนึ่งทางเลือกในเส้นทางทีมชาติ เมื่อเขาได้รับสัญชาติบัลแกเรียในปี 2023 ส่งผลให้มีสิทธิ์ลงเล่นให้กับ ทีมชาติบัลแกเรีย ได้ในอนาคต หากครบเงื่อนไขพำนักในประเทศเป็นเวลา 5 ปี นอกเหนือจากโอกาสรับใช้ ทีมชาติบราซิล
ต้นปี 2024 ติอาโก้ได้รับการเรียกตัวติด ทีมชาติบราซิล รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี อย่างเป็นทางการ แต่เจ้าตัวเลือกปฏิเสธการเรียกตัว ในครั้งนั้น โดยมีรายงานว่าเป็นการตัดสินใจเพื่อเปิดทางเลือกในระดับทีมชาติเอาไว้ให้กว้างที่สุด
อย่างไรก็ตาม กองหน้ารายนี้ย้ำชัดว่าการได้สวมเสื้อทีมชาติบราซิลคือความฝันสูงสุดในชีวิตนักฟุตบอล เพียงแต่ในช่วงเวลานั้น เขาเลือกจะเดินอย่างรอบคอบ ท่ามกลางเส้นทางอาชีพที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในยุโรป
นี่จึงเป็นอีกหนึ่งบทสำคัญในชีวิตของอิกอร์ ติอาโก้ — นักเตะที่ไม่ได้มีแค่พรสวรรค์ในสนาม แต่ยังต้องตัดสินใจเรื่องอนาคตบนเวทีทีมชาติอย่างชาญฉลาด
สไตล์การเล่น :อิกอร์ ติอาโก้ คือกองหน้าสายพลังที่ผสมความดุดันแบบบราซิลเข้ากับวินัยฟุตบอลยุโรปได้อย่างลงตัว จุดเด่นของเขาไม่ได้อยู่แค่จำนวนประตู แต่คือความครบเครื่องในบทบาทหมายเลข 9 สมัยใหม่
ติอาโก้เป็นกองหน้าร่างใหญ่ แข็งแกร่ง ใช้ร่างกายได้ดีเยี่ยม กล้าปะทะกับกองหลังโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการพักบอล หันหลังให้ประตู หรือยืนค้ำแดนหน้าเพื่อดึงตัวประกบ เปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีม เขาคือ “ตัวชน” ที่ระบบทีมพึ่งพาได้ หนึ่งในอาวุธหลักของติอาโก้คือ ลูกโหม่ง การยืนตำแหน่งในกรอบเขตโทษทำได้ยอดเยี่ยม อ่านจังหวะบอลกลางอากาศดี และโจมตีพื้นที่เสาแรก–เสาสองได้เฉียบขาด จึงไม่แปลกที่หลายประตูของเขาจะมาจากลูกเปิดด้านข้างหรือเซตพีซ
จบสกอร์เด็ดขาด ไม่ต้องใช้โอกาสเยอะ
ติอาโก้ไม่ใช่กองหน้าที่ต้องสัมผัสบอลบ่อย แต่เมื่อมีโอกาส เขามักเปลี่ยนเป็นประตูได้ทันที จุดเด่นคือการยิงจังหวะแรก และการเลือกมุมยิงที่เฉียบคม โดยเฉพาะในระยะใกล้ และถึงแม้เขาจะเป็นกองหน้าตัวใหญ่ แต่เขาไม่ใช่สายยืนคอยอย่างเดียว ติอาโก้ทำงานหนักเวลาไม่มีบอล วิ่งไล่เพรสซิ่งใส่กองหลังคู่แข่ง เปิดเกมรับจากแดนหน้า และช่วยบีบพื้นที่ตามแท็กติกได้ดี เหมาะกับทีมที่เน้นพลัง ความเข้มข้น และทรานซิชันเร็ว
ด้วยความแข็งแกร่ง ความดุดัน และความคมในกรอบเขตโทษ ทำให้ติอาโก้ถูกมองว่าเป็นกองหน้าที่ เกิดมาเพื่อพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะกับทีมที่เล่นบอลไดเรกต์ มีเกมริมเส้นชัดเจน และต้องการศูนย์หน้าที่พร้อมปะทะทุกจังหวะ










