ประวัติ นาธาน คอลลินส์ เซ็นเตอร์แบ็กสุดแกร่งสไตล์ไอริช

sittiwut | 20/01/2026 12:06 น. | 13 Views

 

ชื่อเต็ม : นาธาน ไมเคิล คอลลินส์ (Nathan Michael Collins)
วัน/เดือน/ปีเกิด : 30 เมษายน ค.ศ. 2001
ส่วนสูง : 1.93 ซม.
ตำแหน่ง : เซ็นเตอร์แบ็ก, ฟลูแบ็ก
สโมสรปัจจุบัน : เบรนท์ฟอร์ด


          นาธาน คอลลินส์ คือกองหลังทีมชาติไอร์แลนด์ ที่ปัจจุบันค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกกับ เบรนท์ฟอร์ด โดยสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กและฟูลแบ็ก และที่น่าทึ่งคือ เขาสวมปลอกแขนกัปตันทีมให้กับทั้ง เบรนท์ฟอร์ด และ ทีมชาติไอร์แลนด์ แม้อายุยังไม่มาก ถือเป็นหนึ่งในผู้นำแนวรับยุคใหม่ของแดนยักษ์เขียวอย่างแท้จริง

ช่วงชีวิตวัยเด็ก :

          คอลลินส์เกิดที่ คอนฟีย์ เมืองเลกซ์ลิป มณฑลคิลแดร์ ประเทศไอร์แลนด์ และเติบโตขึ้นมาในพื้นที่เดียวกัน โดยเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาที่ Confey College ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางลูกหนังก่อนก้าวสู่เวทีอาชีพ

ชีวิตส่วนตัว & สายเลือดลูกหนัง :

          ถ้าจะบอกว่า “เกิดมาเพื่อฟุตบอล” ก็คงไม่เกินจริง เพราะครอบครัวของคอลลินส์เต็มไปด้วยนักเตะและคนฟุตบอลแทบทั้งบ้าน ไมเคิล คอลลินส์ คุณปู่ของเขา เคยเป็นกัปตันทีม Transport และพาทีมลุยศึก FAI Cup เมื่อปี 1950, เดฟ คอลลินส์ คุณพ่อ เคยเป็นนักเตะอาชีพ เล่นให้กับหลายสโมสร รวมถึง ลิเวอร์พูล และ อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด, เอมอน คอลลินส์ คุณลุง ผ่านการค้าแข้งกับทีมดังอย่าง เซาท์แฮมป์ตัน และพอร์ทสมัธ ก่อนจะผันตัวไปเป็นผู้จัดการทีม เซนต์ แพตทริคส์ และต่อยอดสู่อาชีพเอเยนต์นักฟุตบอลอีกด้วย

          นอกจากนี้ จอช คอลลินส์ พี่ชาย เคยลงเล่นในลีกไอร์แลนด์กับยูซีดี และ วอเตอร์ฟอร์ด ลุงอีกคนของเขา อย่าง มิค คอลลินส์ เคยค้าแข้งกับ เซนต์ แพตทริคส์ และดันดอล์ค ก่อนจะทำงานเป็นแมวมองให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยาวนานถึง 20 ปี

          ส่วน ไมกี้ คอลลินส์ ลูกพี่ลูกน้อง ก็เคยเป็นนักเตะเยาวชนของลิเวอร์พูล ก่อนออกไปค้าแข้งในหลายประเทศทั้งสวีเดน อิตาลี ไซปรัส และเนเธอร์แลนด์ รวมถึงติดทีมชาติไอร์แลนด์ชุดยู-21 มาแล้ว

          จากสายเลือดลูกหนังที่เข้มข้น บวกกับฝีเท้าและความเป็นผู้นำ ทำให้ นาธาน คอลลินส์ ก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจในแนวรับของทั้งสโมสรและทีมชาติได้อย่างสง่างาม และยังมีอนาคตอีกไกลให้แฟนบอลได้ติดตาม


เส้นทางอาชีพสโมสร

สโต๊ก ซิตี้ :

          นาธาน คอลลินส์ เริ่มต้นเส้นทางลูกหนังกับทีมเยาวชน เชอร์รี่ ออร์ชาร์ด สโมสรดังในไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นอาชีพของทั้ง เดวิด คุณพ่อ และ เอมอน คุณลุงของเขาเช่นกัน ก่อนที่ฝีเท้าอันโดดเด่นจะไปเข้าตาแมวมอง และพาเขาข้ามน้ำข้ามทะเลสู่แดนผู้ดี

          ในเดือนมกราคมปี 2016 คอลลินส์ย้ายมาร่วมทัพ สโต๊ก ซิตี้ หลังถูกดึงตัวโดย โทนี โบเวน พี่ชายของ มาร์ค โบเวน ผู้ช่วยผู้จัดการทีมในเวลานั้น และใช้เวลาไม่นานในการไต่เต้าขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ โดยเจ้าตัวประเดิมสนามกับทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2019 ในเกมบุกเยือน สวอนซี ซิตี้ ก่อนจะได้ออกสตาร์ตตัวจริงนัดแรกเพียง 10 วันถัดมา โดยลงเล่นครบ 90 นาทีในเกมที่สโต๊กบุกไปพ่าย มิดเดิลสโบรห์ 0-1 ที่สนามริเวอร์ไซด์ สเตเดียม


          ฟอร์มที่เติบโตอย่างต่อเนื่องของเขาทำให้สโมสรตอบแทนด้วย สัญญาระยะยาว 5 ปี ในเดือนกรกฎาคม 2019 เป็นการประกาศชัดว่าเขาคืออนาคตของแนวรับ “ช่างปั้นหม้อ”

          ต่อมาในฤดูกาล 2019–20 คอลลินส์ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงหลายนัดในช่วงต้นซีซั่น และยังสร้างสถิติสุดพิเศษ เมื่อ นาธาน โจนส์ มอบปลอกแขนกัปตันทีมให้เขาในเกมพบ ลีดส์ ยูไนเต็ด ส่งผลให้เขากลายเป็น กัปตันทีมอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโต๊ก ซิตี้อีกด้วย

          อย่างไรก็ตาม เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบทั้งหมด เมื่อเขาถูกไล่ออกจากสนามเป็นครั้งแรกในอาชีพ จากจังหวะเข้าสกัดพลาดใส่ พานุตเช กามารา ในเกมคาราบาว คัพ ที่พ่าย ครอว์ลีย์ ทาวน์ ภายใต้การคุมทีมของ ไมเคิล โอนีล คอลลินส์ถูกใช้งานแบบสลับเป็นหลัก แต่ยังคงมีส่วนร่วมกับทีมอย่างต่อเนื่อง โดยลงสนามรวม 17 นัด ในฤดูกาล 2019–20

          ฤดูกาลถัดมา 2020–21 เขากลายเป็นหนึ่งในกำลังหลักของทีม ลงเล่นไป 27 นัด ก่อนโชคร้ายได้รับบาดเจ็บที่เท้าอย่างรุนแรงในเกมพบ นอริช ซิตี้ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2021 ส่งผลให้ต้องปิดฉากฤดูกาลก่อนเวลาอันควร


เบิร์นลี่ย์ :

          วันที่ 24 มิถุนายน 2021 นาธาน คอลลินส์ ก้าวขึ้นสู่เวทีพรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัว หลังย้ายจากสโต๊ก ซิตี้ มาร่วมทัพ เบิร์นลี่ย์ ด้วยค่าตัวที่ไม่เปิดเผย พร้อมเซ็นสัญญายาว 4 ปี กลายเป็นอีกหนึ่งแนวรับอนาคตไกลของ “เดอะ คลาเร็ตส์”

          คอลลินส์เริ่มปรับตัวกับเกมระดับสูงได้อย่างรวดเร็ว และเริ่มฝากผลงานเป็นรูปธรรมในเดือนเมษายน 2022 เมื่อเขายิง 2 ประตูแรกในสีเสื้อเบิร์นลี่ย์ จากเกมในบ้านที่เสมอกับ เอฟเวอร์ตัน และ เซาแธมป์ตัน ช่วยเพิ่มมิติเกมรุกจากแผงหลังได้อย่างโดดเด่น


          ช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2021–22 เขากลายเป็นหนึ่งในแกนหลักของทีม และมีบทบาทสำคัญในภารกิจดิ้นรนหนีตกชั้นของเบิร์นลี่ย์ ด้วยความแข็งแกร่ง ดุดัน และการอ่านเกมที่เกินวัย

          อย่างไรก็ตาม บทสรุปกลับจบลงอย่างเจ็บปวด เมื่อเบิร์นลี่ย์พ่าย นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 1-2 ในนัดสุดท้ายของฤดูกาล ส่งผลให้ทีมต้องกระเด็นตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก โดยในเกมดังกล่าว คอลลินส์เป็นผู้ทำแฮนด์บอลเสียจุดโทษ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในจังหวะชี้ชะตาของฤดูกาลนั้นอีกด้วย


วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส :

          วันที่ 12 กรกฎาคม 2022 นาธาน คอลลินส์ สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการลูกหนังไอร์แลนด์ หลังย้ายมาร่วมทัพ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ด้วยค่าตัวสูงถึง 20.5 ล้านปอนด์ พร้อมสัญญายาว 5 ปี ซึ่งกลายเป็น สถิติค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาลของนักเตะไอร์แลนด์ ในเวลานั้น


          คอลลินส์ได้โอกาสประเดิมสนามอย่างเป็นทางการทันทีในเกมเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก 2022–23 โดยลงเล่นครบ 90 นาที ในเกมบุกพ่าย ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-2 จับคู่คุมแนวรับร่วมกับ แม็กซ์ คิลแมน แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจจากทีมงานตั้งแต่ก้าวแรก แต่อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาของเขากับวูล์ฟส์ก็มีทั้งแสงสว่างและเงามืด เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2022 คอลลินส์ถูกไล่ออกจากสนามโดยตรง จากจังหวะยกเท้าสูงเข้าปะทะ แจ็ก กรีลิช ในครึ่งแรกของเกมพรีเมียร์ลีกที่เปิดบ้านรับมือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ส่งผลให้เจ้าตัวต้องรับโทษแบน 3 นัด และเกมดังกล่าววูล์ฟส์พ่ายไปแบบขาดลอย 0-3 เหตุการณ์นั้นกลายเป็นบททดสอบสำคัญในเส้นทางค้าแข้งของกองหลังวัยหนุ่ม ที่ต้องเรียนรู้และเติบโตท่ามกลางความเข้มข้นของพรีเมียร์ลีก


เบรนท์ฟอร์ด :


          วันที่ 4 กรกฎาคม 2023 นาธาน คอลลินส์ ย้ายมาสวมสีเสื้อ เบรนท์ฟอร์ด ด้วยค่าตัวสูงถึง 23 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็น สถิติสโมสร ในเวลานั้น สะท้อนถึงความเชื่อมั่นเต็มร้อยจาก “เดอะ บีส์” ที่มองเขาเป็นเสาหลักเกมรับระยะยาว โดยเจ้าตัวเริ่มตอบแทนความไว้วางใจได้อย่างเป็นรูปธรรม เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2023 คอลลินส์ซัดประตูแรกในสีเสื้อเบรนท์ฟอร์ด ในเกมสุดมันที่เปิดบ้านเฉือน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-2 กลายเป็นโมเมนต์แจ้งเกิดอย่างเป็นทางการกับต้นสังกัดใหม่

          ฤดูกาล 2024–25 คอลลินส์ยกระดับบทบาทของตัวเองขึ้นไปอีกขั้น เขายิงประตูในพรีเมียร์ลีกด้วยลูกโหม่งขึ้นนำในเกมเปิดบ้านถล่ม วูล์ฟแฮมป์ตัน 5-3 เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2024 นับเป็น ประตูที่สองในลีกของเขากับเบรนท์ฟอร์ด ที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือ ความสม่ำเสมอระดับสุดยอด เมื่อคอลลินส์กลายเป็น ผู้เล่นเอาต์ฟิลด์เพียงคนเดียวในพรีเมียร์ลีก ที่ลงสนาม ครบทุกนาทีตลอดฤดูกาล 2024–25 แสดงให้เห็นถึงทั้งสภาพร่างกาย ความแข็งแกร่ง และความสำคัญต่อทีมแบบขาดไม่ได้


          และเมื่อฤดูกาลจบลง หลังการอำลาทีมของกัปตันคนเก่าอย่าง คริสเตียน นอร์การ์ด สโมสรจึงตัดสินใจมอบความไว้วางใจครั้งใหญ่ให้กับคอลลินส์ โดยแต่งตั้งเขาเป็น กัปตันทีมคนใหม่ของเบรนท์ฟอร์ด อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2025 เป็นบทพิสูจน์ว่าจากกองหลังดาวรุ่ง เขาเติบโตขึ้นเป็นผู้นำเต็มตัวในเวทีพรีเมียร์ลีกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


เส้นทางทีมชาติ :

          นาธาน คอลลินส์ เริ่มรับใช้ทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี โดยประเดิมสนามครั้งแรกในเกมพบ คาซัคสถาน เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2016 ก่อนจะได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขน กัปตันทีมยู-17 ในเวลาต่อมา สะท้อนถึงภาวะผู้นำที่ฉายแววมาตั้งแต่ยังเป็นดาวรุ่ง

          กองหลังรายนี้ก้าวขึ้นสู่ทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2021 โดยถูกส่งลงสนามในช่วงท้ายเกมอุ่นเครื่องที่ไอร์แลนด์ไล่ถล่ม กาตาร์ 4-0 นับเป็นก้าวสำคัญบนเส้นทางระดับนานาชีพ


          และโมเมนต์ที่แฟนบอลแดนยักษ์เขียวจดจำได้เป็นอย่างดี เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2022 เมื่อคอลลินส์พังประตูแรกในนามทีมชาติชุดใหญ่ของตัวเองได้ในเกมยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ที่ไอร์แลนด์เสมอกับ ยูเครน 1-1 ตอกย้ำสถานะกองหลังอนาคตไกล ที่ไม่เพียงแข็งแกร่งในเกมรับ แต่ยังสร้างอิมแพ็กต์ในเกมรุกได้อีกด้วย

สไตล์การเล่น :

          นาธาน คอลลินส์ คือกองหลังสไตล์เซ็นเตอร์แบ็กจอมบัญชาการ ที่ผสมผสานความดุดันทางกายภาพเข้ากับความสามารถในการเล่นบอลจากแดนหลังได้อย่างลงตัว จากเดิมที่ถูกมองเป็นแนวรับสายชน-สายเคลียร์ เขาค่อยๆ พัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นกองหลังที่ ฉลาดขึ้น อ่านเกมขาด และตัดสินใจเร็วกว่าเดิม

          จุดเด่นอันดับต้นๆ ของคอลลินส์คือ เกมกลางอากาศ เขาแทบไม่แพ้ลูกโด่ง ไม่ว่าจะเป็นจังหวะป้องกันหรือเติมขึ้นไปลุ้นทำประตูจากลูกตั้งเตะ ด้วยรูปร่าง ความแข็งแกร่ง และจังหวะกระโดดที่แม่นยำ ทำให้เขาเป็นอาวุธสำคัญทั้งสองฝั่งของสนาม ส่วนในเกมภาคพื้น คอลลินส์ก็ขึ้นชื่อเรื่องการแท็กเกิลหนักแน่น การดักตัดบอล และการอ่านจังหวะล่วงหน้า เขาเลือกเข้าปะทะอย่างมีวินัย ไม่ผลีผลาม และมักโผล่มาปิดช่องอันตรายได้ในจังหวะสำคัญ ขณะเดียวกันก็ยังรักษาความนิ่งในการครองบอล ไม่เตะทิ้งโดยไม่จำเป็น


          อีกมิติที่พัฒนาอย่างเห็นได้ชัดคือ การเล่นบอลกับเท้า คอลลินส์สามารถเริ่มเกมจากแนวรับ วางบอลสั้นหรือยาวได้แม่นยำ และช่วยทีมรักษาการครองบอลในช่วงกดดัน แม้จะเป็นกองหลังที่เคลียร์บอลบ่อย แต่เขาเลือกจังหวะได้ดีว่าเมื่อใดควรเคลียร์ เมื่อใดควรต่อบอลขึ้นเกม นอกจากนี้ ความเป็นผู้นำของเขาก็เติบโตขึ้นตามประสบการณ์ ทั้งการสั่งการแนวรับ การยืนตำแหน่ง และความนิ่งยามทีมตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน จนก้าวขึ้นมาเป็น ผู้นำเกมรับและกัปตันทีมในระดับสโมสรและทีมชาติ

          สรุปแล้ว นาธาน คอลลินส์ คือกองหลังสมัยใหม่ที่ครบเครื่อง แข็งแกร่ง ดุดัน ฉลาด ในการเล่นบอล และมีอิมแพ็กต์ทั้งเกมรับและเกมรุก เป็นเซ็นเตอร์แบ็กที่ทีมระดับพรีเมียร์ลีกสามารถฝากความหวังได้อย่างแท้จริง

ADS