ประวัติ วอร์ตัน มิดฟิลด์ตัวแกร่งอนาคตของสิงโตคำราม
ชื่อเต็ม : อดัม เจมส์ วอร์ตัน (Adam James Wharton)
วัน/เดือน/ปีเกิด : 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2004
ส่วนสูง : 1.82 ซม.
ตำแหน่ง : กองกลาง
สโมสรปัจจุบัน : คริสตัล พาเลซ
อดัม วอร์ตัน คือกองกลางดาวรุ่งชาวอังกฤษที่กำลังมาแรงสุดๆ ในเวทีพรีเมียร์ลีก ปัจจุบันค้าแข้งกับ คริสตัล พาเลซ ในบทบาทมิดฟิลด์ตัวกลาง พร้อมก้าวขึ้นไปติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่แล้วเรียบร้อยวอร์ตันเติบโตมาจากอคาเดมีของ "กุหลาบไฟ" แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ก่อนจะได้ประเดิมสนามชุดใหญ่ในศึกแชมเปียนชิพเมื่อปี 2022 ฟอร์มการเล่นที่นิ่งเกินวัย อ่านเกมขาด และจ่ายบอลแม่นยำ ทำให้เขาเป็นที่จับตาอย่างรวดเร็ว และผลงานก็ไปเข้าตา คริสตัล พาเลซ ที่ตัดสินใจคว้าตัวเขามาร่วมทีมในปี 2024 และในฤดูกาลเต็มแรกกับสโมสร วอร์ตันก็มีส่วนสำคัญพาทีมสร้างประวัติศาสตร์ คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ 2025 ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งนับเป็นถ้วยแชมป์รายการใหญ่ใบแรกของสโมสรอีกด้วย
ในระดับทีมชาติ วอร์ตันได้ลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2024 และผลงานก็เพียงพอให้เขาถูกเรียกติดทัพ “สิงโตคำราม” ลุยศึก ยูฟ่า ยูโร 2024 ตอกย้ำสถานะดาวรุ่งอนาคตไกลที่แฟนบอลอังกฤษฝากความหวังไว้เต็มเปี่ยม
ชีวิตส่วนตัว :อดัม วอร์ตัน เติบโตมาในครอบครัวนักฟุตบอล โดยเขาเป็นน้องชายของ สก็อตต์ วอร์ตัน ซึ่งเป็นนักฟุตบอลอาชีพของแบล็คเบิร์น โรเวอร์สเช่นกัน เรียกได้ว่าลูกหนังคือส่วนหนึ่งของชีวิตตั้งแต่ยังเล็ก
นอกสนาม วอร์ตันได้รับการศึกษาจาก Moorland School ในแคว้นแลงคาเชียร์ โรงเรียนเอกชนที่ช่วยหล่อหลอมทั้งวินัยและความคิด เขาเติบโตขึ้นมาในฐานะนักเตะที่มีความเป็นมืออาชีพทั้งในและนอกสนาม
เส้นทางค้าแข้งระดับสโมสรแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส :
อดัม วอร์ตัน ผูกพันกับแบล็คเบิร์น โรเวอร์สมาตั้งแต่ยังเด็ก เขาเป็นแฟนบอลตัวยงของสโมสร และในปี 2008 ตอนอายุเพียง 4 ขวบ ยังเคยรับบทมาสคอตของทีมในเกมใหญ่ที่แบล็คเบิร์นเปิดบ้านดวลเชลซีมาแล้ว ก่อนที่สองปีถัดมาจะก้าวเข้าสู่อคาเดมีของสโมสรอย่างเป็นทาทำให้งการ และเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางลูกหนังอาชีพของเขาอีกด้วย
เดือนกุมภาพันธ์ 2022 วอร์ตันเซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกกับแบล็คเบิร์น เป็นสัญญา 2 ปีครึ่ง พร้อมออปชั่นขยายถึงปี 2025 แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่สโมสรมีต่อดาวรุ่งรายนี้ จากนั้นในวันที่ 10 สิงหาคม 2022 เขาได้ประเดิมสนามอาชีพครั้งแรกแบบสวยงาม หลังถูกส่งลงเป็นตัวจริงในเกมอีเอฟแอล คัพ รอบแรก ที่แบล็คเบิร์นถล่มฮาร์ทลี่พูล ยูไนเต็ด 4-0 ที่สนามอีวูด พาร์ก
ถัดมาในวันที่ 27 สิงหาคม 2022 วอร์ตันได้สัมผัสเกมลีกเป็นครั้งแรก ลงสนามในฐานะตัวสำรองช่วงพักครึ่งในเกมพบสโต๊ค ซิตี้ ก่อนจะก้าวขึ้นมาโชว์ฟอร์มเต็มตัวในอีกไม่กี่วันให้หลัง เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม เขาลงเล่นครบ 90 นาทีเป็นครั้งแรกในเกมลีก นัดพบแบล็คพูล และทำผลงานเข้าตาจนคว้ารางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไปครอง
เส้นทางกำลังพุ่งแรงต่อเนื่อง และในวันที่ 22 ตุลาคม 2022 วอร์ตันก็ปลดล็อกประตูแรกในสีเสื้อแบล็คเบิร์นได้สำเร็จ จากเกมที่ทีมเอาชนะเบอร์มิงแฮม ซิตี้ เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของมิดฟิลด์ดาวรุ่งที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในเวทีลูกหนังอังกฤษ
คริสตัล พาเลซ :วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2024 คริสตัล พาเลซ สโมสรแห่งศึกพรีเมียร์ลีก ประกาศคว้าตัว อดัม วอร์ตัน มาร่วมทีมด้วยสัญญายาว 5 ปีครึ่ง ค่าตัวไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่สื่ออังกฤษรายงานว่าอยู่ที่ราว 18 ล้านปอนด์ และอาจเพิ่มสูงสุดถึง 22 ล้านปอนด์ ตามเงื่อนไขผลงาน
วอร์ตันได้ลงสนามให้ “ปราสาทเรือนแก้ว” เป็นครั้งแรกเพียงสองวันหลังย้ายทีม โดยถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองในเกมดาร์บี้แมตช์พบ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน แม้ทีมจะพ่ายไป 1-4 แต่ฟอร์มที่ดีของกองกลางดาวรุ่งก็ทำให้เขาได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง และเขาได้กลายเป็นตัวจริงครบทั้ง 15 นัดในลีกที่เหลือของฤดูกาล แบบไม่หลุดโผ
อย่างไรก็ตาม ในเดือนตุลาคม 2024 วอร์ตันโชคร้ายได้รับบาดเจ็บบริเวณโคนขาหนีบจนต้องเข้ารับการผ่าตัด ส่งผลให้ต้องพักรักษาตัวยาวราวสามเดือน ก่อนจะกลับมาลงสนามอีกครั้ง
บทสรุปฤดูกาลสุดยิ่งใหญ่มาถึงในวันที่ 17 พฤษภาคม 2025 เมื่อวอร์ตันได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ พบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และมีส่วนสำคัญช่วยให้คริสตัล พาเลซ เฉือนเอาชนะไปได้ 1-0 ผงาดคว้าแชมป์รายการใหญ่ใบแรกในประวัติศาสตร์สโมสร พร้อมจารึกชื่อของเขาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของทัพ “ปราสาทเรือนแก้ว” อย่างสง่างาม
เส้นทางทีมชาติอังกฤษ :อดัม วอร์ตัน เริ่มต้นเส้นทางในสีเสื้อทีมชาติอังกฤษตามลำดับขั้นอย่างเป็นระบบ โดยเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2022 เขาถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษ รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี พร้อมกับ แอชลีย์ ฟิลลิปส์ เพื่อนร่วมทีมแบล็คเบิร์น และได้ประเดิมสนามทันทีในเกมอุ่นเครื่องที่อังกฤษเอาชนะมอนเตเนโกร 2-0
ปีถัดมา วันที่ 31 สิงหาคม 2023 วอร์ตันถูกขยับขึ้นมาติดแคมป์เก็บตัวของทีมชาติอังกฤษ รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ก่อนจะได้ลงสนามนัดแรกในรุ่นนี้เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน แม้จะเป็นเกมที่อังกฤษพ่ายอิตาลี 0-3 ที่สนามอีโค-พาวเวอร์ สเตเดี้ยม แต่ก็ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของพัฒนาการในระดับทีมชาติ
ฟอร์มที่สม่ำเสมอส่งให้เขาถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษ รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2024 ในเกมคัดเลือกชิงแชมป์ยุโรป และในวันถัดมา วอร์ตันก็ได้ประเดิมสนามทันที ลงมาเป็นตัวสำรองในเกมที่ “สิงโตน้อย” ถล่มลักเซมเบิร์กขาดลอย 7-0
เส้นทางพุ่งแรงอย่างต่อเนื่องจนทะลุถึงทีมชุดใหญ่ เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2024 วอร์ตันได้รับการเรียกตัวติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ครั้งแรก ในฐานะหนึ่งใน 33 นักเตะเบื้องต้นสำหรับศึก ยูฟ่า ยูโร 2024 ก่อนจะได้ลงสนามประเดิมทีมชาติชุดใหญ่เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ในเกมอุ่นเครื่องที่อังกฤษเอาชนะบอสเนียฯ 3-0 จากการลงมาเป็นตัวสำรอง
สามวันถัดมา ชื่อของวอร์ตันถูกประกาศอยู่ในโผ 23 คนสุดท้าย สำหรับลุยทัวร์นาเมนต์ยูโร 2024 แม้ท้ายที่สุดจะยังไม่ได้รับโอกาสลงสนามในรอบสุดท้ายของทัวร์นาเมนต์ แต่การมีชื่ออยู่ในทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุยังน้อย ก็เป็นสัญญาณชัดเจนว่า อดัม วอร์ตัน คือหนึ่งในกองกลางอนาคตไกลที่ทีมชาติอังกฤษกำลังจับตามอง
สไตล์การเล่น :
จุดเด่นของ อดัม วอร์ตัน คือความฉลาดในการเล่นและคุณภาพทางเทคนิคที่เกินวัย เขาเป็นกองกลางที่อ่านเกมขาด คิดเร็ว ทำเร็ว และจัดการบอลได้อย่างนิ่ง ทำให้เกมแดนกลางไหลลื่นอยู่เสมอ
สจ๊วร์ต โจนส์ หัวหน้าอคาเดมีของแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เคยกล่าวกับ BBC Radio 5 ถึงลูกศิษย์รายนี้ไว้ว่า
วอร์ตันเป็นนักเตะที่โดดเด่นมาตลอด ทั้งความสามารถเฉพาะตัว ไอคิวด้านฟุตบอล และความเข้าใจเกม เขามองเห็นจังหวะที่นักเตะคนอื่นอาจมองไม่เห็น และแสดงให้เห็นแบบนั้นตั้งแต่อายุยังน้อยหลังประเดิมสนามให้ทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ แกเร็ธ เซาธ์เกต ก็ออกมาชื่นชมความสามารถของวอร์ตัน โดยเฉพาะเรื่องการรับบอลภายใต้ความกดดัน ความนิ่ง และการหาพื้นที่เพื่อเชื่อมเกม ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของมิดฟิลด์ระดับท็อป
และทั้งหมดนี้ทำให้วอร์ตันถูกมองว่าเป็นกองกลางสไตล์ “คุมจังหวะเกม” ที่ครบเครื่องทั้งสมองและฝีเท้า และเป็นนักเตะที่สามารถยกระดับทีมได้ในระยะยาว ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ








