ประวัติ เปโดร เนโต ปีกจรวดอานุภาพร้ายแรงของทัพสิงห์บลูส์
ชื่อเต็ม : เปโดร ลอมบา เนโต (Pedro Lomba Neto)
วัน/เดือน/ปีเกิด : 9 มีนาคม ค.ศ. 2000
ส่วนสูง : 1.72 ซม.
ตำแหน่ง : ปีก
สโมสรปัจจุบัน : เชลซี
เปโดร เนโต เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวโปรตุเกส ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งปีกให้กับ เชลซี สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติโปรตุเกสเนโตเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังกับสโมสร บรากา ในบ้านเกิด ก่อนถูกปล่อยยืมตัวไปเก็บประสบการณ์กับ ลาซิโอ ในอิตาลีเมื่อปี 2017 จากนั้นในปี 2019 เขาย้ายร่วมทัพ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งช่วงเวลานั้นเจ้าตัวต้องต่อสู้กับอาการบาดเจ็บหลายครั้ง จนกระทั่งเดือนสิงหาคม ปี 2024 เนโตย้ายมาสวมเสื้อ เชลซี และสร้างผลงานทันที โดยช่วยทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก และ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกกับสโมสร
ในระดับทีมชาติ เนโตติดทีมโปรตุเกสชุดเยาวชนมาหลายรุ่น ก่อนก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในเดือนพฤศจิกายน 2020 และทำประตูได้ตั้งแต่นัดประเดิมสนาม เขายังเป็นหนึ่งในขุนพลโปรตุเกสชุดลุยศึก ยูโร 2024 และมีส่วนช่วยทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ฤดูกาล 2024–25 อีกด้วย
ทั้งนี้ เนโต มีสายเลือดลูกหนังอยู่ในครอบครัวอยู่แล้ว โดย แซร์จิโอ ลอมบา ผู้เป็นอาของเขา ก็เคยเป็นนักฟุตบอลอาชีพมาก่อนเช่นกัน
เส้นทางสโมสรบราก้า :
เปโดร เนโต เกิดที่เมืองเวียนา ดู กัสเตลู ก่อนจะเข้าสู่อะคาเดมีของ บราก้า ตั้งแต่อายุเพียง 13 ปี และค่อยๆ พัฒนาฝีเท้าจนก้าวขึ้นสู่ฟุตบอลอาชีพได้สำเร็จ
วันที่ 7 พฤษภาคม 2017 ขณะที่ยังเป็นนักเตะเยาวชน เนโตได้รับโอกาสประเดิมสนามในระดับอาชีพกับทีมสำรองของบราก้า โดยลงมาเป็นตัวสำรองในครึ่งหลัง แม้ทีมจะแพ้ ปอร์โต้ บี 2-3 ในศึกเซกุนดาลีกา ก็ตาม แต่ก็ถือเป็นก้าวสำคัญของเจ้าตัว
เพียงสัปดาห์ถัดมา เขาได้ลงเล่นในศึก ปรีเมรา ลีกา กับทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก และสร้างความฮือฮาทันที ด้วยการยิงประตูได้ไม่กี่นาทีหลังถูกส่งลงสนาม ช่วยบราก้าเปิดบ้านถล่มนาซิอองนาลที่ตกชั้นไปแล้ว 4-0 พร้อมสร้างสถิติเป็น นักเตะอายุน้อยที่สุดของสโมสรที่ทำประตูได้ในลีกสูงสุดของโปรตุเกสอีกด้วย
ต่อมาในวันที่ 31 สิงหาคม 2017 เนโตและเพื่อนร่วมทีม บรูโน จอร์เดา ถูกปล่อยยืมตัวไปยัง ลาซิโอ สโมสรดังในอิตาลีเป็นเวลา 2 ปี พร้อมเงื่อนไขซื้อขาดรวมกันมูลค่า 26 ล้านยูโร
อย่างไรก็ตาม เขาต้องรอโอกาสอยู่นาน ก่อนจะได้ลงสนามในศึกกัลโช เซเรีย อา นัดแรกเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2019 โดยถูกส่งลงมาแทนบาสตอสในช่วงท้ายเกม ซึ่งลาซิโอแพ้ยูเวนตุสคาบ้าน 1-2
วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส :
วันที่ 2 สิงหาคม 2019 เปโดร เนโต ย้ายมาร่วมทีม วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และใช้เวลาไม่นานในการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของตัวเอง โดยเขาประเดิมสนามให้ทีมในอีก 12 วันถัดมา ในศึกยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบคัดเลือกรอบสาม นัดสอง พบกับ พิวนิก โดยเนโตทำได้หนึ่งประตูและหนึ่งแอสซิสต์ให้ มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวต์ ช่วยทีมเปิดบ้านถล่ม 4-0 และผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 8-0หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้ลงเล่นพรีเมียร์ลีกนัดแรก โดยถูกส่งลงสนามช่วงท้ายเกมแทนเพื่อนร่วมชาติ ดิโอโก โชต้า ในเกมเสมอแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1 ที่รังเหย้า โมลินิวซ์
เนโตได้ออกสตาร์ตตัวจริงในลีกครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2019 และทำแอสซิสต์ให้ แมตต์ โดเฮอร์ตี ยิงประตูขึ้นนำ ก่อนที่วูล์ฟส์จะเอาชนะวัตฟอร์ด 2-0 ในปลายปีเดียวกัน เขาเกือบทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีกได้ในเกมพบลิเวอร์พูล แต่ถูก VAR ปฏิเสธอย่างน่าเสียดาย ก่อนจะมาปลดล็อกได้ในนัดถัดมา แม้ทีมจะบุกแพ้วัตฟอร์ด 1-2 เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2020 แต่เนโตกลายเป็น นักเตะวัยทีนคนแรกของสโมสรที่ทำประตูในพรีเมียร์ลีกได้
ฤดูกาล 2020–21 เขายิงประตูแรกของซีซั่นได้ในเกมที่วูล์ฟส์เปิดบ้านชนะฟูแล่ม 1-0 เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2020 ก่อนจะได้รับความไว้วางใจจากสโมสรด้วยการต่อสัญญายาวไปจนถึงปี 2025 ในอีกหนึ่งเดือนถัดมา
หนึ่งในเกมที่โดดเด่นที่สุดของเขาเกิดขึ้นในแมตช์พบอาร์เซน่อลเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2020 โดยเนโตยิงหนึ่งประตูและจ่ายให้ ดาเนียล โพเดนซ์ ทำประตูชัย พาทีมชนะ 2-1 ซึ่งเป็นชัยชนะเกมเยือนเหนืออาร์เซน่อลครั้งแรกของสโมสรนับตั้งแต่ปี 1979 พร้อมคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำแมตช์จาก Sky Sports ไปครอบครอง
อย่างไรก็ตาม เส้นทางของเขาต้องสะดุด เมื่อเนโตได้รับบาดเจ็บหนักที่หัวเข่าในเกมชนะฟูแล่ม 1-0 เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2021 ทำให้ต้องพักยาว พลาดช่วงที่เหลือของฤดูกาล รวมถึงส่วนใหญ่ของซีซันถัดมาอีกด้วย
กระทั่งวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2022 เขาจึงกลับมาลงสนามได้อีกครั้งในฐานะตัวสำรองช่วงครึ่งหลัง ในเกมที่วูล์ฟส์เปิดบ้านเอาชนะเลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 ถือเป็นการคัมแบ็กที่แฟนบอลรอคอยอย่างยาวนาน
วันที่ 9 มีนาคม 2022 ซึ่งตรงกับวันเกิดอายุครบ 22 ปีของเขา เนโตตกลงต่อสัญญาฉบับใหม่กับวูล์ฟส์ไปจนถึงปี 2027 แสดงถึงความเชื่อมั่นที่สโมสรมีต่อแนวรุกชาวโปรตุเกสรายนี้ ต่อมาในวันที่ 22 พฤษภาคม ซึ่งเป็นเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล เขาทำประตูแรกให้ทีมได้นับตั้งแต่กลับมาจากอาการบาดเจ็บ โดยยิงให้ทีมออกนำตั้งแต่นาทีที่ 3 ก่อนสุดท้ายวูล์ฟส์จะบุกไปพ่ายลิเวอร์พูล 1-3
เนโตลงสนามครบ 100 นัดในทุกรายการให้กับสโมสรเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2022 ในเกมที่เปิดบ้านพ่ายแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 อย่างไรก็ตาม เดือนถัดมาเขาต้องเผชิญกับปัญหาบาดเจ็บอีกครั้ง ต้องเข้ารับการผ่าตัดข้อเท้า ส่งผลให้ต้องพักยาวเกือบห้าเดือนเขากลับมาลงสนามได้อีกครั้งเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2023 โดยลงเล่นในครึ่งแรกของเกมที่วูล์ฟส์เปิดบ้านเอาชนะท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 1-0 จากนั้นในวันที่ 21 ตุลาคม 2023 เนโตลงเล่นครบ 100 นัดในศึกพรีเมียร์ลีก โดยในเกมดังกล่าวเขามีส่วนสำคัญช่วยทีมบุกชนะบอร์นมัธ 2-1 พร้อมแอสซิสต์ให้ มาเธอุส คุนญา ซึ่งถือเป็นแอสซิสต์ครั้งที่ 6 ของเขาในฤดูกาลนั้น
และเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2024 เขาทำประตูแรกในศึกเอฟเอ คัพได้สำเร็จ โดยเป็นคนยิงประตูขึ้นนำในเกมที่วูล์ฟส์บุกชนะเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 2-0 ในรอบสี่ของการแข่งขัน
เชลซี :วันที่ 11 สิงหาคม 2024 เปโดร เนโต ย้ายร่วมทีม เชลซี ด้วยสัญญาระยะยาว 7 ปี โดยมีรายงานว่าค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 51.3 ล้านปอนด์ พร้อมโบนัสเพิ่มเติมตามเงื่อนไขอีก 2.6 ล้านปอนด์
เขาประเดิมสนามอย่างเป็นทางการให้ต้นสังกัดใหม่ในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา โดยลงมาเป็นตัวสำรองในเกมพรีเมียร์ลีกที่เชลซีเปิดบ้านพ่ายแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2
ประตูแรกของเนโตในสีเสื้อ "สิงห์บลูส์" เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน ในเกมลีกคัพ รอบสาม ซึ่งเชลซีถล่มบาร์โรว์จากลีกทูขาดลอย 5-0
ฤดูกาลแรกของเขาในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์จบลงอย่างยอดเยี่ยม เมื่อเนโตลงเล่นรวม 51 นัด ยิงได้ 9 ประตู พร้อมมีส่วนสำคัญในเส้นทางคว้าแชมป์ ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก โดยลงสนาม 7 นัดและทำได้ 1 ประตู รวมถึงช่วยทีมคว้าแชมป์ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ อีกหนึ่งรายการ ซึ่งเจ้าตัวทำได้ถึง 3 ประตูในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว
ทีมชาติโปรตุเกส :
เปโดร เนโต ติดทีมชาติโปรตุเกสชุดอายุไม่เกิน 21 ปีเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2019 ขณะมีอายุเพียง 19 ปี โดยลงเล่นในครึ่งแรกของเกมคัดเลือกชิงแชมป์ยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ซึ่งโปรตุเกสถล่มยิบรอลตาร์ 4-0
ต่อมาในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2020 เขาถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก สำหรับโปรแกรมพบอันดอร์ราและฝรั่งเศส ก่อนจะได้ลงประเดิมสนามในเกมอุ่นเครื่องที่โปรตุเกสเปิดบ้านถล่มอันดอร์รา 7-0 เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พร้อมยิงประตูได้ทันทีในนัดแรก และกลายเป็นนักเตะที่เกิดในยุคปี 2000 คนแรกที่ลงเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกสชุดใหญ่อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เนโตต้องพลาดการช่วยชาติในศึกฟุตบอลโลก 2022 จากอาการบาดเจ็บที่ได้รับกับสโมสร แต่แม้จะเผชิญปัญหาสภาพร่างกายรบกวนในช่วงต่อมา เขายังคงได้รับความไว้วางใจจากกุนซือคนใหม่ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ให้ติดทีมลุยศึก ยูโร 2024 ในเกมนัดเปิดสนามพบสาธารณรัฐเช็ก เนโตถูกส่งลงสนามช่วงนาทีที่ 90 ก่อนสร้างจังหวะแอสซิสต์ให้ ฟรานซิสโก้ คอนไซเซา ยิงประตูชัยในอีกสองนาทีต่อมา พาโปรตุเกสเฉือนชนะ 2-1 นอกจากนี้ในรอบแบ่งกลุ่ม เขายังลงเล่นครึ่งหลังในเกมชนะตุรกี 3-0 และลงสนามในนาทีที่ 75 เกมที่พ่ายจอร์เจีย 0-2
ต่อมา เนโตมีชื่อติดทีมชาติโปรตุเกสในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก รอบสุดท้าย ปี 2025 และลงสนามเป็นตัวจริงทั้งสองนัด ช่วยทีมคว้าแชมป์ โดยเฉพาะเกมรอบชิงชนะเลิศที่เอาชนะสเปนในการดวลจุดโทษ 5-3
สไตล์การเล่น :เปโดร เนโต คือปีกสไตล์ดุดันที่เล่นเกมรุกได้อย่างเร้าใจ โดดเด่นด้วยการลากเลื้อยด้วยความเร็วสูง การเล่นแบบพุ่งเข้าหาคู่แข่งโดยตรง และการเปิดบอลที่อันตรายอยู่เสมอ
เขามักถูกใช้งานทางฝั่งขวาเพื่อ ตัดเข้าในด้วยเท้าซ้ายข้างถนัด แต่ก็สามารถโยกไปเล่นฝั่งซ้ายได้เช่นกัน จุดเด่นสำคัญคือการเล่นเกมสวนกลับ การดวลตัวต่อตัวกับกองหลังด้วยความเร็ว และการสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ เนโตยังมีทักษะการครองบอลในพื้นที่แคบที่ยอดเยี่ยม ผสานกับสไตล์การเล่นที่ขยันไล่กดดันคู่แข่งตลอดเวลา ทำให้เขาเป็นผู้เล่นริมเส้นที่สร้างอันตรายในเกมรุกได้ พร้อมช่วยทีมในเกมรับได้ในเวลาเดียวกัน










