ประวัติ มูริลโล เซ็นเตอร์แบ็กตัวเก่งเลือดแซมบ้า

sittiwut | 17/02/2026 14:46 น. | 4 Views

 

ชื่อเต็ม : มูริลโล ซานติอาโก คอสตา ดอส ซานโตส (Murillo Santiago Costa dos Santos)
วัน/เดือน/ปีเกิด : 4 กรกฎาคม ค.ศ. 2002
ส่วนสูง : 1.80 ซม.
ตำแหน่ง : เซ็นเตอร์แบ็ก
สโมสรปัจจุบัน : น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์


          มูริลโล เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวบราซิล เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับสโมสรน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และยังเป็นหนึ่งในขุนพลทีมชาติบราซิลชุดใหญ่อีกด้วย

ชีวิตวัยเด็ก :

          มูริลโลเติบโตในเมือง เซาเปาโล ประเทศบราซิล แต่ต้องพบกับความสูญเสียตั้งแต่อายุเพียง 10 ปี เมื่อคุณพ่อของเขาเสียชีวิตลง โดยคุณพ่อคือแฟนบอลตัวยงของ โครินเธียนส์ เปาลิสตา และยังเป็นคนสำคัญที่พาเขาเริ่มเล่นฟุตซอลอีกด้วย เป็นการจุดประกายให้ก้าวเข้าสู่เส้นทางลูกหนังอย่างจริงจัง

          เส้นทางนักเตะของเขาเริ่มต้นในปี 2013 กับ เซา คาเอตาโน่ ก่อนจะย้ายไปพัฒนาฝีเท้ากับ อีคุส ซูซาโน่ และต่อด้วย เซา แบร์นาร์โด้ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่หล่อหลอมให้เขาก้าวขึ้นสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพในเวลาต่อมา


เส้นทางอาชีพ

โครินเธียนส์ :

          มูริลโลย้ายเข้าสู่อคาเดมีเยาวชนของ โครินเธียนส์ เปาลิสตา ในปี 2019 หลังย้ายมาจาก อูเนียว บาร์บาเรนเซ ก่อนจะพัฒนาฝีเท้าอย่างต่อเนื่อง และทำผลงานโดดเด่นในศึกเยาวชน โกปา เซาเปาโล จูเนียร์ จนได้รับการดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2023

          ต่อมาในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ปีเดียวกัน เขาได้รับสัญญาฉบับใหม่กับสโมสรยาวไปจนถึงปลายปี 2025 และได้ประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 เมษายน โดยถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองในครึ่งหลัง ก่อนช่วยทีมเปิดบ้านเอาชนะ เรโม 2-0 ในศึก โกปา โด บราซิล


          หลังจากนั้นไม่นาน มูริลโลก็ได้ลงสนามในลีกสูงสุดของบราซิลเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2023 โดยได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมบุกไปพ่ายคู่ปรับอย่าง พัลไมรัส 1-2 ในการแข่งขัน กัลโช บราซิล ซีรีเอ

          อย่างไรก็ตาม เขากลับยึดตำแหน่งตัวจริงได้อย่างรวดเร็วภายใต้การคุมทีมของกุนซือมากประสบการณ์ วันแดร์เลย์ ลุชเซมบูร์โก ฟอร์มที่แข็งแกร่งทำให้หลายสโมสรชั้นนำจากยุโรปเริ่มจับตามอง ไม่ว่าจะเป็น นาโปลี, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ซึ่งต่างให้ความสนใจในตัวแนวรับดาวรุ่งรายนี้อย่างจริงจัง


น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ :

          วันที่ 31 สิงหาคม 2023 มูริลโลย้ายไปร่วมทัพ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยสัญญาระยะยาว 5 ปี แม้ไม่มีการเปิดเผยค่าตัวอย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานว่าดีลดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 6 ล้านยูโร พร้อมโบนัสตามเงื่อนไขเพิ่มเติม

          กองหลังชาวบราซิลได้ลงประเดิมสนามให้ทีมเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2023 ในเกมพบกับ เบรนท์ฟอร์ด หลังย้ายมาร่วมทีมได้ราว 5 สัปดาห์ และจากนั้นเขาก็กลายเป็นกำลังหลักในแนวรับของทีมอย่างรวดเร็ว จนได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 2023–24 ของสโมสร จากผลงานอันโดดเด่นตลอดซีซั่น


          ต่อมาในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2024 มูริลโลทำประตูแรกให้สโมสรได้สำเร็จ แม้ทีมจะเปิดบ้านพ่ายต่อ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 1-3 ก็ตาม

          จากฟอร์มที่สม่ำเสมอทำให้เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2025 เจ้าตัวได้รับสัญญาฉบับใหม่กับฟอเรสต์ ซึ่งจะทำให้เขาอยู่กับทีมไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2029 และในฤดูกาล 2024–25 เขายังเป็นผู้เล่นที่ทำสถิติเคลียร์บอลสูงสุดในพรีเมียร์ลีก ด้วยตัวเลขถึง 242 ครั้ง ตอกย้ำบทบาทสำคัญในเกมรับของทีมอย่างแท้จริง


ทีมชาติบราซิล :

          มูริลโลได้รับโอกาสครั้งแรกในชีวิตเมื่อ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2024 เมื่อเขาถูกเรียกติดทีมชาติบราซิลชุดใหญ่เพื่อเตรียมลุยศึกคัดเลือกฟุตบอลโลก 2026 แต่ในสองเกมแรกกับเวเนซุเอลาและอุรุกวัย เขายังไม่ได้รับโอกาสลงสนามและเป็นเพียงตัวสำรองเท่านั้น

          ความฝันในการเป็นตัวจริงของทีมชาติเกิดขึ้นใน วันที่ 25 มีนาคม 2025 เมื่อมูริลโลได้ลงประเดิมสนามให้ทีมชาติเป็นครั้งแรกในเกมคัดเลือกฟุตบอลโลกที่ทีมชาติบราซิลบุกไปเยือน อาร์เจนตินา แม้ทีมจะพ่าย 4-1 โดยเขาได้รับใบเหลืองในครึ่งแรกและถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงครึ่งหลัง แต่การได้รับความไว้วางใจให้สตาร์ตเป็นตัวจริงถือเป็นก้าวสำคัญของเขาจริงๆ

 

 

สไตล์การเล่น :

          มูริลโล คือกองหลังตัวกลางถนัดเท้าซ้ายของ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ที่ได้รับการยกย่องเรื่องทักษะการเล่นอันยอดเยี่ยม ความนิ่งในการครองบอล และความสามารถในการพาบอลขึ้นเกมจากแนวรับได้อย่างโดดเด่น


          สไตล์การเล่นของเขามักถูกอธิบายว่าเป็นกองหลังเชิงรุกที่ได้รับอิทธิพลจากฟุตซอล เจ้าตัวกล้าพาบอลขึ้นจากแดนหลัง ใช้จุดศูนย์ถ่วงต่ำช่วยหลบคู่แข่งได้ดี ขณะเดียวกันก็มีความแข็งแกร่งในเกมปะทะ และยังสามารถวางบอลยาวได้อย่างแม่นยำ ช่วยเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุกได้ในจังหวะเดียว ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในแนวรับที่เล่นบอลกับเท้าได้โดดเด่นในพรีเมียร์ลีกปัจจุบัน

ADS