ประวัติ มามาร์ดาชวิลี่ จอมหนึบจากจอร์เจียว่าที่มือหนึ่งหงส์ในอนาคต
ชื่อเต็ม : จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ (Giorgi Mamardashvili)
วัน/เดือน/ปีเกิด : 29 กันยายน ค.ศ. 2000
ส่วนสูง : 1.97 ซม.
ตำแหน่ง : ผู้รักษาประตู
สโมสรปัจจุบัน : ลิเวอร์พูล
จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ คือหนึ่งในผู้รักษาประตูดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดของวงการฟุตบอลยุโรปในเวลานี้ นายด่านทีมชาติจอร์เจียรายนี้ ปัจจุบันเฝ้าเสาให้กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมรับใช้ทีมชาติจอร์เจียเส้นทางลูกหนังของมามาร์ดาชวิลี่เริ่มต้นขึ้นที่อะคาเดมีของ ดินาโม ทบิลิซี่ สโมสรยักษ์ใหญ่ของบ้านเกิด เขาใช้เวลาช่วงวัยเยาว์ขัดเกลาฝีมือที่นั่น ก่อนจะเซ็นสัญญาอาชีพกับทีมชุดใหญ่ อย่างไรก็ตาม เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เจ้าตัวถูกปล่อยยืมไปลงสนามในศึกเอรอฟนูลี ลีกา (ลีกสูงสุดของจอร์เจีย) ถึงสามฤดูกาลเต็ม
จุดเปลี่ยนสำคัญมาถึงเมื่อเขาย้ายไปร่วมทีม บาเลนเซีย ในศึก ลาลีกา สเปน และไม่ต้องใช้เวลานาน มามาร์ดาชวิลี่ ก็ก้าวขึ้นมายึดตำแหน่งมือหนึ่งได้อย่างสง่างาม กลายเป็นด่านสุดท้ายที่แฟนบอล “ไอ้ค้างคาว” ไว้ใจ และจารึกชื่อเป็นผู้รักษาประตูชาวจอร์เจียคนแรกที่ได้ลงเฝ้าเสาในลีกสูงสุดของสเปนอีกด้วย
ผลงานอันโดดเด่นทำให้เขากวาดรางวัลส่วนตัวในบ้านเกิดอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2020 เขาคว้ารางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมแห่งปีของจอร์เจีย และในปี 2024 ยังผงาดซิวรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของประเทศ ตอกย้ำสถานะซูเปอร์สตาร์ลูกหนังของชาติอย่างแท้จริง
ชีวิตส่วนตัว :พรสวรรค์ด้านการป้องกันประตูดูจะไหลเวียนอยู่ในสายเลือด เพราะเขาเป็นบุตรชายของดาวิต มามาร์ดาชวิลี่ อดีตผู้รักษาประตูของ WIT จอร์เจีย และ ตอร์ปิโด คูไตซี่ ซึ่งภายหลังแขวนถุงมือก็ผันตัวไปเป็นโค้ชผู้รักษาประตูให้กับหลายสโมสรในจอร์เจีย
นอกสนาม เจ้าตัวเริ่มต้นความสัมพันธ์กับนางแบบสาว เอเลเน เอปิตาชวิลี่ ตั้งแต่ปี 2021 ก่อนที่ทั้งคู่จะเข้าพิธีวิวาห์เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2024 และในวันที่ 22 พฤศจิกายน ปีเดียวกัน ครอบครัวมามาร์ดาชวิลี่ก็ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ “เอนี” ลูกสาวคนแรก ท่ามกลางความยินดีของแฟนบอลและคนใกล้ชิด
จากเด็กหนุ่มในทบิลิซี สู่การเป็นด่านสุดท้ายในเวทีพรีเมียร์ลีก เรื่องราวของจอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า ความมุ่งมั่นและโอกาสที่คว้าไว้ได้ทันเวลา สามารถพานักเตะก้าวขึ้นสู่เวทีระดับโลกอย่างแท้จริง
เส้นทางสโมสรอาชีพดินาโม ทบิลิซี่ :
จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ เกิดที่กรุงทบิลิซี่ ประเทศจอร์เจีย และก้าวเข้าสู่อะคาเดมีของ ดินาโม ทบิลิซี่ ตั้งแต่ปี 2012 หลังย้ายมาจากสโมสรเล็กอย่าง กักรา เอฟซี
ในฤดูกาล 2018 นายด่านร่างโย่งถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ แต่ส่วนใหญ่มีชื่อเป็นตัวสำรองที่ยังไม่ได้ลงสนาม อย่างไรก็ตาม เพื่อโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เขาถูกปล่อยยืมตัวในซีซั่นถัดมา
ยืมตัวกับ รุสตาวี :ปี 2019 มามาร์ดาชวิลี่ย้ายไปเฝ้าเสาให้กับ เอฟซี รุสตาวี และประเดิมสนามอาชีพนัดแรกเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2019 ในเกมบุกพ่ายโลโคโมทีฟ ทบิลิซี่ 1-4 แม้ผลการแข่งขันจะไม่เป็นใจ แต่เขาค่อยๆ พิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานที่มั่นคง ลงสนามรวม 28 นัด และมีส่วนสำคัญช่วยทีมหนีการตกชั้นได้สำเร็จ ฟอร์มที่โดดเด่นทำให้เจ้าตัวได้รับโอกาสย้ายไปเก็บเลเวลต่อกับอีกหนึ่งทีมในลีกสูงสุด
ยืมตัวกับ โลโคโมทีฟ ทบิลิซี่ :ฤดูกาล 2020 มามาร์ดาชวิลี่เฝ้าเสาให้ โลโคโมทีฟ ทบิลิซี่ และฉายแสงอย่างเต็มตัวบนเวทียุโรป ในศึกยูฟ่า ยูโรป้า ลีก ผลงานเซฟอุตลุดของเขาได้รับเสียงชื่นชมอย่างมาก โดยเฉพาะเกมที่พบกับ กรานาด้า ทีมจากสเปน ซึ่งสื่อดังอย่าง มาร์ก้า รายงานว่าแมตช์นั้นทำให้แมวมองจากแดนกระทิงดุเริ่มจับตามองนายด่านชาวจอร์เจียรายนี้อย่างจริงจัง
ต่อมาปลายเดือนธันวาคมปีเดียวกัน เขาคว้ารางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมแห่งปีจากสหพันธ์ฟุตบอลจอร์เจีย ตอกย้ำความยอดเยี่ยมของฟอร์มการเล่น
และในเดือนมกราคม 2021 สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (UEFA) ยังจัดให้เขาเป็นหนึ่งใน 50 ดาวรุ่งที่น่าจับตามองและมีอนาคตสดใสรออยู่ข้างหน้า จากเด็กปั้นที่เคยนั่งสำรองยาวในทบิลิซี่ สู่การเป็นนายด่านที่เวทียุโรปต้องหันมามอง เส้นทางของมามาร์ดาชวิลี่ในช่วงเริ่มต้นอาชีพคือบทพิสูจน์ของความอดทน และการรอจังหวะที่ใช่ก่อนทะยานสู่เวทีใหญ่
บาเลนเซีย :วันที่ 7 มิถุนายน 2021 จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ ย้ายไปร่วมทีม บาเลนเซีย ทีมดังในศึกลาลีกา สเปน ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล พร้อมออปชั่นซื้อขาด โดยช่วงแรกถูกส่งไปเก็บชั่วโมงบินกับทีมสำรองในระดับ เตร์เซร่า ดิบิซิออน
อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วในช่วงปรีซีซั่น เมื่อเจ้าตัวโชว์ฟอร์มเข้าตาเฮดโค้ช โฆเซ่ บอร์ดาลาส จนได้รับโอกาสออกสตาร์ตเป็นตัวจริงตั้งแต่นัดเปิดสนามลาลีกา วันที่ 13 สิงหาคม พบกับ เกตาเฟ่ และพาทีมเก็บชัย 1-0 ได้ทันที เปิดฉากบทบาทมือหนึ่งแบบเหนือความคาดหมาย ด้วยฟอร์มที่มั่นคงทำให้วันที่ 31 ธันวาคม 2021 บาเลนเซียประกาศเซ็นสัญญาถาวรกับนายด่านชาวจอร์เจีย โดยผูกสัญญาถึงปี 2024 พร้อมเงื่อนไขขยายเพิ่มอีกหนึ่งปี
ฤดูกาลแรกในสเปน มามาร์ดาชวิลี่ลงเฝ้าเสาในลีก 18 นัด เก็บได้ถึง 8 คลีนชีต และทำสถิติไม่เสียประตูนานติดต่อกันถึง 560 นาที เขายังถูกเลือกติดทีมยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ของลาลีกาถึงสองครั้ง (นัดที่ 1 และ 35) พร้อมคว้ารางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ 3 หน และในเดือนพฤษภาคม 2022 สื่อดังอย่าง มาร์กา ยกให้เขาติดทีม “Discovery of the Season” ของลาลีกาอีกด้วย
เข้าสู่ฤดูกาลถัดมา มามาร์ดาชวิลี่ ยกระดับตัวเองขึ้นไปอีกขั้น ลงเล่นครบทั้ง 38 นัดในลีกแบบไม่ถูกเปลี่ยนตัวออกแม้แต่นาทีเดียว พร้อมติดทีมยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์ 3 ครั้ง จากการโหวตของแฟนบอลบาเลนเซีย เขาถูกยกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรประจำปี 2023 หลังจากปีก่อนหน้าเคยได้อันดับสองรองจาก กอนซาโล กูเอเดส
วันที่ 28 มกราคม 2024 เขาจารึกชื่อในหน้าประวัติศาสตร์สโมสร เมื่อทำสถิติออกสตาร์ตในลาลีกาติดต่อกันเป็นนัดที่ 60 ทำลายสถิติเดิมของทีม ก่อนจะขยับตัวเลขไปไกลถึง 69 นัดรวดในเวลาต่อมา
ฤดูกาลที่สามกับทีมเขายังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม เขาเพิ่มสถิติคลีนชีตเป็น 13 นัด เซฟจุดโทษได้มากที่สุดในลีก (3 ครั้ง) ร่วมกับ อูไน ซิมอน และเป็นผู้รักษาประตูที่ป้องกันประตูได้มากที่สุดในลาลีกาตามสถิติการคาดการณ์ประตู (goals prevented)
ด้วยผลงานอันโดดเด่นทำให้เขาถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลยาชิน โทรฟี ของนิตยสาร France Football ซึ่งมอบให้ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมของโลกเป็นประจำทุกปี และในพิธีประกาศรางวัลบัลลงดอร์ที่กรุงปารีส เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2024 ซึ่ง มามาร์ดาชวิลี่ คว้าอันดับที่ 7 อีกหนึ่งหลักฐานชัดเจนว่า เขาก้าวขึ้นสู่แถวหน้าของผู้รักษาประตูระดับโลกอย่างแท้จริง
ลิเวอร์พูล :วันที่ 27 สิงหาคม 2024 สโมสร บาเลนเซีย และยักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีกอย่าง ลิเวอร์พูล ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ จะย้ายมาร่วมถิ่นแอนฟิลด์อย่างเป็นทางการในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล 2025–26 โดยนับเป็นนักเตะชาวจอร์เจียคนแรกในประวัติศาสตร์สโมสรที่ได้สวมเสื้อ “หงส์แดง”
โดยการย้ายทีมครั้งนี้สร้างความตื่นเต้นให้แฟนบอลไม่น้อย เพราะมามาร์ดาชวิลี่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ฟอร์มร้อนแรงที่สุดในยุโรปจากผลงานกับบาเลนเซีย และถูกมองว่าจะเข้ามาเพิ่มการแข่งขันในตำแหน่งนายด่านสุดท้ายของทีมอย่างเข้มข้น
กระทั่งวันที่ 23 กันยายน 2025 เขาได้ประเดิมสนามนัดแรกให้ลิเวอร์พูล ในเกม ลีก คัพ รอบสาม พบกับ เซาท์แฮมป์ตัน และมีส่วนช่วยทีมคว้าชัย 2-1 เปิดฉากเส้นทางบทใหม่ในอังกฤษได้อย่างน่าประทับใจ
จากเวทีลาลีกาสู่พรีเมียร์ลีก มามาร์ดาชวิลี่กำลังก้าวสู่ความท้าทายครั้งสำคัญในอาชีพ และแฟนบอลทั่วโลกต่างจับตาดูว่า นายด่านจากจอร์เจียรายนี้จะสร้างประวัติศาสตร์บทใหม่ในสีเสื้อแดงเพลิงได้ไกลเพียงใด
เส้นทางทีมชาติ :
หลังจากลงสนามให้ทีมชาติจอร์เจียชุดยู-21 ไป 3 นัด จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ ก็ได้รับโอกาสก้าวขึ้นสู่ทีมชาติชุดใหญ่ และประเดิมสนามเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2021 ในเกมอุ่นเครื่องที่พ่ายต่อบัลแกเรีย 1-4 แม้ผลการแข่งขันจะไม่สวยงาม แต่ถือเป็นก้าวแรกบนเวทีระดับชาติของนายด่านดาวรุ่งรายนี้
วันที่ 9 มิถุนายน 2022 เขาลงเล่นเกมทางการนัดแรก ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก 2022–23 และมีส่วนช่วยทีมเอาชนะนอร์ทมาซิโดเนีย 3-0 ต่อมาในเกมเลกสองเดือนกันยายน (ชนะ 2–0) ฟอร์มเซฟเหนียวแน่นของเขาทำให้มีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์หลังจบรอบที่ 5 อีกทั้งเว็บไซต์วิเคราะห์สถิติอย่าง Whoscored ยังจัดให้เขาติดทีมยอดเยี่ยมประจำเดือน และ Best XI ประจำฤดูกาลของลีก C อีกด้วย
ช่วงซัมเมอร์ปี 2023 มามาร์ดาชวิลี่ ลงเล่น 3 นัดในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ให้กับจอร์เจีย ยู-21 โดยทีมสร้างประวัติศาสตร์ผ่านรอบแบ่งกลุ่มอย่างยอดเยี่ยม และทะลุถึงรอบก่อนรองชนะเลิศได้เป็นครั้งแรกอีกด้วย
ไฮไลต์สำคัญมาถึงวันที่ 26 มีนาคม 2024 เมื่อจอร์เจียเอาชนะกรีซ 4-2 ในการดวลจุดโทษรอบเพลย์ออฟ คว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2024 ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติ เกมนั้นมามาร์ดาชวิลี่คือฮีโร่ตัวจริง เมื่อเขาเซฟจุดโทษแรกของ อนาสตาซิออส บาคาเซตาส ดาวยิงทีมชาติกรีซ สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญก่อนทีมจะเฮลั่นทั้งประเทศ
ในรอบสุดท้ายของ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2024 ที่ประเทศเยอรมนี เขามีชื่อติดทีมชาติ และลงเฝ้าเสาเป็นตัวจริงในเกมแรกของจอร์เจียบนเวทีเมเจอร์ ทัวร์นาเมนต์ ซึ่งพ่ายต่อทีมชาติตุรกี 1-3 เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน
อย่างไรก็ตาม ในนัดถัดมากับสาธารณรัฐเช็ก เขาโชว์ฟอร์มสุดหนึบ เซฟถึง 11 ครั้ง คว้ารางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไปครอง สื่อวิเคราะห์อย่าง Sofascore, Marca และ 90min ต่างจัดให้เขาติดทีมยอดเยี่ยมประจำแมตช์เดย์ 2 โดย Sofascore ให้คะแนนรวมเป็นอันดับสอง เป็นรองเพียง ฟาเบียน รุยซ์ กองกลางทีมชาติสเปนเท่านั้น
เกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม F มามาร์ดาชวิลี่เก็บคลีนชีตได้ในแมตช์เอาชนะโปรตุเกส 2-0 พาจอร์เจียทะลุเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้อย่างยิ่งใหญ่ เขาปิดฉากรอบแบ่งกลุ่มด้วยสถิติเซฟรวม 20 ครั้ง มากกว่าผู้รักษาประตูรายอื่นในทัวร์นาเมนต์ถึง 7 ครั้ง ตอกย้ำบทบาท “กำแพงเหล็ก” ของทีมอย่างแท้จริง
สไตล์การเล่น :จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ คือผู้รักษาประตูร่างยักษ์สูง 6 ฟุต 6 นิ้ว ที่โดดเด่นด้วยบุคลิกสุขุม เยือกเย็น และสมาธิแน่วแน่ตลอดทั้งเกม นายด่านชาวจอร์เจียรายนี้ถูกยกให้เป็นหนึ่งในจอมหนึบที่มีปฏิกิริยายอดเยี่ยมระดับแถวหน้าของยุโรป
โดยธรรมชาติแล้ว เขาเป็นผู้รักษาประตูสไตล์ดั้งเดิมที่ยืนคุมเส้นได้แข็งแกร่ง จุดขายสำคัญคือการเซฟระยะเผาขนและการป้องกันลูกยิงยากๆ ในกรอบเขตโทษ ซึ่งช่วงเวลาที่เฝ้าเสาให้ บาเลนเซีย เขามักโชว์ซูเปอร์เซฟช่วยทีมอยู่บ่อยครั้ง
ด้วยรูปร่างสูงใหญ่และช่วงแขนที่ได้เปรียบ มามาร์ดาชวิลี่ ยังโดดเด่นในการรับมือบอลกลางอากาศ ไม่ว่าจะเป็นลูกครอสหรือเตะมุม เขาออกมาตัดบอลได้อย่างมั่นใจ และชนะการดวลกลางอากาศเป็นประจำ
แม้จุดแข็งหลักจะอยู่ที่การป้องกันประตู แต่ในช่วงก่อนหน้านี้ สไตล์ของเขายังมีบทบาท “สวีปเปอร์คีปเปอร์” ค่อนข้างน้อย กล่าวคือ ไม่ได้ออกมาเล่นนอกกรอบเขตโทษหรือดันไลน์สูงบ่อยเท่าผู้รักษาประตูบางราย อย่างไรก็ตาม เมื่อก้าวเข้าสู่เวทีพรีเมียร์ลีกกับ ลิเวอร์พูล บทบาทดังกล่าวมีแนวโน้มจะถูกพัฒนาเพิ่มเติมให้เหมาะกับจังหวะเกมที่รวดเร็วและไลน์กองหลังที่ดันสูงกว่าเดิม










