ประวัติ แบร๊ดลีย์ บาร์โคล่า ดาวยิงอนาคตไกลของทัพเลอ เบลอส์
ชื่อเต็ม : แบร๊ดลีย์ ฌอง-มานูแอล เอสโซลิซาม อัดโด บาร์โคล่า (Bradley Jean-Manuel Essolisam Addo Barcola)
วัน/เดือน/ปีเกิด : 2 กันยายน ค.ศ. 2002
ส่วนสูง : 1.82 ซม.
ตำแหน่ง : กองหน้า
สโมสรปัจจุบัน : ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
แบร๊ดลีย์ บาร์โคล่า คือแนวรุกดาวรุ่งพุ่งแรงของวงการลูกหนังฝรั่งเศส เกิดเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2002 โดดเด่นด้วยความเร็วจัดจ้านและทักษะการเลี้ยงบอลที่พลิ้วไหว ปัจจุบันค้าแข้งในตำแหน่งกองหน้าให้กับยักษ์ใหญ่ลีกเอิงอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และติดธงรับใช้ทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่เรียบร้อยแล้ว
ชีวิตวัยเด็ก :แบร๊ดลีย์ บาร์โคล่า หรือชื่อเต็ม แบรดลีย์ ฌอง-มานูเอล เอสโซลิซาม อัดโด บาร์โคล่า เกิดเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2002 ที่เมือง วีเลอร์บาน ในเขตมหานครลียง ประเทศฝรั่งเศส โดยมีคุณแม่ชาวฝรั่งเศส และคุณพ่อชาวโตโก ทำให้เขาเติบโตท่ามกลางวัฒนธรรมที่หลากหลายตั้งแต่วัยเยาว์
เส้นทางลูกหนังของบาร์โคล่าเริ่มต้นจากสนามเล็ก ๆ ในบ้านเกิด เขาฉายแววความเร็วและความคล่องตัวตั้งแต่ยังเด็ก ก่อนที่พรสวรรค์จะไปเข้าตาแมวมองของ โอลิมปิก ลียง และถูกดึงเข้าสู่อะคาเดมีของสโมสรตั้งแต่อายุเพียง 8 ขวบ นับเป็นก้าวแรกบนเส้นทางสู่การเป็นนักเตะอาชีพของดาวรุ่งรายนี้
บาร์โคล่า ถือสองสัญชาติ คือฝรั่งเศสและโตโก สะท้อนรากเหง้าครอบครัวที่ผสมผสานทั้งฝั่งยุโรปและแอฟริกา ซึ่งมีอิทธิพลต่อชีวิตและเส้นทางลูกหนังของเขาไม่น้อย นอกจากนี้ พรสวรรค์ด้านฟุตบอลยังไหลเวียนอยู่ในสายเลือด เพราะ มัลคอม พี่ชายของเขา ก็เป็นนักฟุตบอลอาชีพเช่นกัน และเลือกลงเล่นให้กับทีมชาติโตโก เดินบนเส้นทางลูกหนังระดับนานาชาติไม่ต่างจากน้องชาย ต่างเพียงสีเสื้อทีมชาติที่สวมใส่เท่านั้น
เส้นทางสโมสร
โอลิมปิก ลียง :ฤดูกาล 2020–21 คือช่วงเวลาที่ แบร๊ดลีย์ บาร์โคล่า เริ่มขยับเข้าใกล้เวทีใหญ่ เขาลงสนามให้ทีมสำรองของลียงในลีก National 2 ควบคู่กับการระเบิดฟอร์มถล่มประตูในทีมยู-19 ซึ่งลงเล่นในศึก UEFA Youth League อย่างโดดเด่น ก่อนจะได้รับสัญญาเยาวชนจากสโมสรในเดือนมกราคม 2021
ช่วงปรีซีซั่น 2021–22 เขาถูกกุนซือในขณะนั้นอย่าง ปีเตอร์ บอสซ์ ดึงขึ้นมาซ้อมและลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ และสามารถยิงประตูแรกได้ในเกมอุ่นเครื่องกับ บูร์ก เปอโรนาส์ ผลงานดังกล่าวทำให้สโมสรตัดสินใจมอบสัญญาอาชีพฉบับแรกในเดือนกันยายน 2021 ผูกอนาคตเขาไว้กับทีมจนถึงปี 2024
บาร์โคล่าประเดิมสนามอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2021 ในศึก ยูโรป้า ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เกมที่ลียงเปิดบ้านถล่ม สปาร์ต้า ปราก 3–0 โดยเขาถูกส่งลงมาแทน รายาน แชร์กี ในนาทีที่ 81 และไม่ทำให้ผิดหวัง เมื่อแอสซิสต์ให้ คาร์ล โตโก เอก็อมบี้ ยิงประตูปิดกล่อง พาทีมการันตีผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นทีมแรกของรายการในปีนั้น
ต้นปี 2023 จากการขาดโอกาสลงสนาม เขาเกือบได้ย้ายแบบยืมตัวไปเก็บประสบการณ์กับ เซนต์ กัลเลน แต่ดีลต้องล่มลง เพราะลียงประสบปัญหาแนวรุกขาดแคลนหลังการบาดเจ็บของ อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ และการย้ายออกของโตโก เอก็อมบี้ ส่งผลให้บาร์โคล่าได้รับโอกาสหมุนเวียนในทีมชุดใหญ่เต็มตัว
ครึ่งฤดูกาลหลัง 2022–23 เขากลายเป็นกำลังสำคัญในแนวรุก เคียงข้างดาวยิงตัวเก่งอย่าง ลากาแซ็ตต์ และสร้างโมเมนต์สำคัญหลายครั้ง หนึ่งในเกมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือวันที่ 2 เมษายน 2023 เมื่อเขายิงประตูชัยพาลียงบุกโค่นจ่าฝูงอย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ถึงถิ่นปาร์ก เดส์ แพร็งซ์
ถัดมาในวันที่ 7 พฤษภาคม 2023 เขาระเบิดฟอร์มทำแอสซิสต์ 3 ครั้ง ในเกมสุดมันที่ลียงพลิกเอาแซงชนะมงต์เปลลิเยร์ 5-4 ทั้งที่โดนดาวยิงอย่าง เอลี วาฮี ซัด คนเดียว 4 ลูกในเกมนั้น ปิดฉากฤดูกาลด้วยผลงาน 7 ประตู 9 แอสซิสต์รวมทุกรายการ กลายเป็นผู้เล่นที่มีส่วนกับประตูมากเป็นอันดับสองของทีม รองจากลากาแซ็ตต์ และประกาศศักดาดาวรุ่งเต็มตัวบนเวทีลีกเอิง
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง :
วันที่ 31 สิงหาคม 2023 แบร๊ดลีย์ บาร์โคล่า ย้ายร่วมทัพเปแอสเชอย่างเป็นทางการ ด้วยค่าตัวราว 45 ล้านยูโร เซ็นสัญญา 5 ปี และรับเสื้อหมายเลข 29 เปิดฉากบทใหม่ในอาชีพกับความคาดหวังมหาศาลจากแฟนบอลปารีส
วันที่ 3 กันยายน 2023 เขาลงประเดิมสนามในฐานะตัวสำรอง เกมบุกถล่มทีมเก่า โอลิมปิก ลียง 4–1 พร้อมจารึกชื่อเป็นนักเตะคนที่ 500 ที่ลงเล่นให้เปแอสเช ต่อมา 24 กันยายน เจ้าตัวได้ออกสตาร์ตตัวจริงครั้งแรกในเกม “เลอ คลาสสิก” ถล่ม โอลิมปิก มาร์กเซย 4–0 ต่อมาในวันที่ 29 ตุลาคม เขาทำแอสซิสต์แรกให้สโมสร เปิดทางให้ วาร์เรน เอเมรี ยิงประตูในเกมชนะ แบรสต์ 3–2 และวันที่ 9 ธันวาคม เขาก็สามารถซัดประตูแรกในสีเสื้อเปแอสเชได้สำเร็จในเกมเฉือน น็องต์ 2–1
ในเวทียุโรปก็ไม่ทำให้ผิดหวัง 14 กุมภาพันธ์ 2024 เขากดประตูแรกในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีม นัดแรก ชนะ เรอัล โซเซียดาด 2–0 ก่อนจะโชว์ฟอร์มเด่นในรอบก่อนรองฯ นัดสอง ที่บุกชนะ บาร์เซโลน่า 4–1 แอสซิสต์ให้ อุสมาน เดมเบเล ยิงตีเสมอ และเป็นหัวใจสำคัญในการพลิกสถานการณ์จากที่ตามหลังสกอร์รวมในเลกแรก ฤดูกาล 2023–24 เขาปิดจ็อบด้วยผลงาน 5 ประตู 8 แอสซิสต์ จาก 39 นัด และคว้ารางวัล “การเซ็นสัญญายอดเยี่ยมแห่งฤดูกาล” ของลีกเอิงไปครอง
เปิดซีซั่น 2024–25 เขายังคงร้อนแรง ยิงประตูแรกของฤดูกาลในเกมบุกชนะ เลอ อาฟร์ 4–1 และวันที่ 23 สิงหาคม เหมาสองประตูแรกในอาชีพ พาทีมถล่ม มงต์เปลลิเย่ร์ 6–0
จากนั้นในวันที่ 22 มกราคม 2025 เขายิง 1 จ่าย 1 เกมชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4–2 ต่อด้วย 8 มีนาคม ยิง+จ่าย เกมชนะ แรนส์ 4–1 ทำให้มีส่วนร่วมกับประตูในลีกเอิงแตะหลัก 20 ครั้งต่อฤดูกาลเป็นครั้งแรกในชีวิตค้าแข้ง โดยในซีซั่นนั้นบาร์โคล่าช่วยพาเปแอสเชคว้าแชมป์ลีกเอิงสมัยที่ 13 ของสโมสร พร้อมจบในฐานะรองจ่าฝูงแอสซิสต์ของลีก (10 ครั้ง) เป็นรองเพียงรายาน แชร์กี แค่ครั้งเดียว
นัดชิงชนะเลิศ เฟร้นช์ คัพ วันที่ 24 พฤษภาคม 2025 เขาระเบิดฟอร์มยิง 2 จ่าย 1 ถล่ม แร็งส์ 3–0 ก่อนสร้างประวัติศาสตร์ในนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกช่วยทีมคว้าชัยชนะเหนือ อินเตอร์ มิลาน 5–0 โดยเขาแอสซิสต์ประตูที่ห้า ช่วยให้เปแอสเชคว้าแชมป์ยุโรปสมัยแรกของสโมสร และเป็นแชมป์รายการนี้ครั้งแรกในอาชีพของเขาอีกด้วย
บาร์โคล่าลงเล่นนัดที่ 100 ให้เปแอสเชในเกมชนะ อินเตอร์ ไมอามี่ 4–0 ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ปี 2025 ซึ่งยังเป็นนัดที่ 61 ของเขาในฤดูกาล 2024–25 ทำลายสถิติผู้เล่นลีกเอิงที่ลงสนามมากที่สุดในหนึ่งฤดูกาลของสโมสร
จากดาวรุ่งค่าตัวแพง สู่กำลังหลักในทีมชุดประวัติศาสตร์ บาร์โคล่ากำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาคือหนึ่งในแนวรุกแห่งอนาคตของทั้งเปแอสเชและวงการฟุตบอลยุโรปอย่างแท้จริง
เส้นทางทีมชาติฝรั่งเศส :แบร๊ดลีย์ บาร์โคล่า ถูกเรียกติดทีมชาติฝรั่งเศสรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคม 2020 เพื่อเตะเกมอุ่นเครื่อง 2 นัด ทว่าเจ้าตัวยังไม่ได้ลงสนาม เนื่องจากโปรแกรมทีมเยาวชนส่วนใหญ่ถูกยกเลิกจากสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงเวลาต่อมา
จุดเปลี่ยนสำคัญมาถึงวันที่ 16 พฤษภาคม 2024 เมื่อเขามีชื่อติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ครั้งแรก เพื่อลุยศึก ยูโร 2024 และวันที่ 5 มิถุนายน 2024 เขาประเดิมสนามในเกมอุ่นเครื่องชนะ ลักเซมเบิร์ก 3–0 ที่สนามสต๊าด แซงต์-แซ็งโฟเรียง เมืองเม็ตซ์ โดยลงมาแทน มาร์คุส ตูราม นาทีที่ 81 พร้อมทำแอสซิสต์ให้ คีลิยัน เอ็มบัปเป ยิงประตูปิดท้าย ถือเป็นการมีส่วนร่วมกับประตูแรกในนามทีมชาติชุดใหญ่
อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาเดียวกัน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ต้นสังกัดของเขา ไม่อนุญาตให้บาร์โคล่าเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีม วาร์เรน เอเมรี่
ต่อมา วันที่ 25 มิถุนายน 2024 เขาได้ออกสตาร์ตตัวจริงครั้งแรกให้ทีมชาติ ในเกมรอบแบ่งกลุ่มยูโร 2024 นัดที่สาม เสมอกับ โปแลนด์ 1–1 ก่อนจะถูกส่งลงสำรองอีกสองนัดในรอบน็อกเอาต์ คือ 15 นาทีในเกมพบ โปรตุเกส รอบก่อนรองชนะเลิศ และ 30 นาทีในรอบรองชนะเลิศที่พ่าย สเปน 1–2 แม้เวลาในสนามจะไม่มากนัก แต่เจ้าตัวได้รับคำชื่นชมว่าสร้าง “ความประทับใจอย่างแข็งแกร่ง” ตลอดทัวร์นาเมนต์
ต่อมาในวันที่ 6 กันยายน 2024 ที่สนามปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ในศึก ยูฟ่า เนชั่น ลีก พบกับ อิตาลี บาร์โคล่าทำประตูแรกในนามทีมชาติได้อย่างสุดช็อก เพียง 12 วินาทีหลังเสียงนกหวีดเริ่มเกม กลายเป็นประตูที่เร็วที่สุดของฝรั่งเศสในรอบ 90 ปี และยังเป็นประตูที่อิตาลีเสียเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติอีกด้วย
เดือนถัดมา เขายิงประตูที่สองในนามทีมชาติได้ในรายการเดียวกัน เกมพบอิสราเอล ตอกย้ำสถานะดาวรุ่งพุ่งแรงที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในอาวุธสำคัญของฝรั่งเศสยุคใหม่อย่างเต็มตัว
สไตล์การเล่น :
แบร๊ดลีย์ บาร์โคล่า คือแนวรุกสารพัดประโยชน์ที่ขยับเล่นได้ทั้งสองฝั่งของแนวรุกสามประสาน รวมถึงยืนหน้าเป้าเมื่อทีมต้องการความคล่องตัว แม้จะถนัดเท้าขวาโดยธรรมชาติ แต่เจ้าตัวชอบประจำการฝั่งซ้าย เพื่อใช้สปีดและทักษะดวลหนึ่งต่อหนึ่งลากตัดเข้าในด้วยเท้าข้างถนัด ก่อนเลือกจบสกอร์เอง วางบอลให้เพื่อน หรือสอดเข้าเขตโทษในจังหวะทำลายแนวรับ จุดเด่นของเขาอยู่ที่ความเร็วจัดจ้าน การเปลี่ยนจังหวะฉับไว และความมั่นใจเวลาเผชิญหน้ากับกองหลัง ซึ่งทำให้เกมรุกฝั่งซ้ายมีมิติมากขึ้นทุกครั้งที่ได้บอล
บาร์โคล่า เคยเผยว่าเขาได้แรงบันดาลใจจากยอดแข้งอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง โดยเมื่อปี 2020 เขามองว่าสไตล์การเล่นของตัวเองมีความใกล้เคียงกับสองดาวยิงรายนี้ ทั้งในแง่การใช้ความเร็ว การหาพื้นที่ และความมุ่งมั่นในการจบสกอร์









