ประวัติ เจเรมี่ ฟริมปง วิงแบ็กตัวจี๊ดของทัพหงส์แดง
ชื่อเต็ม : เจเรมี่ อักเยกุม ฟริมปง (Jeremie Agyekum Frimpong)
วัน/เดือน/ปีเกิด : 10 ธันวาคม ค.ศ. 2000
ส่วนสูง : 1.71 ซม.
ตำแหน่ง : แบ็กขวา, วิงแบ็กขวา, มิดฟิลด์ฝั่งขวา
สโมสรปัจจุบัน : ลิเวอร์พูล
เจเรมี่ ฟริมปง แบ็กขวาความเร็วสูงชาวดัตช์ ปัจจุบันค้าแข้งในศึกพรีเมียร์ลีกกับลิเวอร์พูล พร้อมรับใช้ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ โดยเจ้าตัวสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งแบ็กขวาและมิดฟิลด์ฝั่งขวา โดดเด่นด้วยสปีดจัดจ้านและเกมรุกที่ดุดันในแง่ชีวิตส่วนตัว ฟริมปงเกิดที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ แต่มีเชื้อสายกานา ก่อนที่ครอบครัวจะย้ายไปตั้งรกรากในอังกฤษตั้งแต่เขาอายุเพียง 7 ขวบ นอกจากนี้ เขายังถือสัญชาติฝรั่งเศสจากทางครอบครัว ทำให้มีสิทธิ์เลือกเล่นให้ทีมชาติได้ถึง 4 ประเทศ ได้แก่ เนเธอร์แลนด์, กานา, อังกฤษ และฝรั่งเศส
ชีวิตนอกสนาม ฟริมปงเป็นคริสเตียนที่เคร่งศาสนา โดยเจ้าตัวยอมรับว่า หลังการระบาดของโควิด-19 เขาเริ่มเข้าร่วมพิธีมิสซาอย่างสม่ำเสมอในช่วงที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองกลาสโกว์
เส้นทางลูกหนังระดับสโมสร
ช่วงเริ่มต้นอาชีพ :
เจเรมี่ ฟริมปง เริ่มต้นเส้นทางลูกหนังกับทีมท้องถิ่นอย่างเอเอฟซี เคลย์ตัน และเคลย์ตัน วิลล่า ก่อนจะฉายแววเด่นในทัวร์นาเมนต์เยาวชน จนไปเข้าตาแมวมองของทั้ง แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล โดยเจ้าตัวถึงขั้นคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของรายการนั้นมาครอง แต่ท้ายที่สุด ฟริมปงเลือกย้ายเข้าสู่อะคาเดมี่ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เนื่องจากอยู่ใกล้บ้านมากกว่า
ดาวเตะรายนี้เข้าร่วมกับ “เรือใบสีฟ้า” ตั้งแต่อายุเพียง 9 ขวบ และค่อยๆ ไต่เต้าพัฒนาฝีเท้าผ่านระบบเยาวชนของสโมสร มีบทบาทสม่ำเสมอทั้งในศึก Premier League 2 และ UEFA Youth League ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแข้งอนาคตไกลที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก
เซลติก :ในวันที่ 2 กันยายน 2019 เจเรมี่ ฟริมปง เซ็นสัญญาระยะยาว 4 ปีร่วมทัพ เซลติก ทีมดังแห่งศึกสก็อตติช พรีเมียร์ชิพ ก่อนจะได้โอกาสประเดิมสนามอาชีพอย่างรวดเร็วในเกมสก็อตติช ลีก คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ พบกับ พาร์ทิค ทิสเซิล เปิดตัวได้อย่างร้อนแรง ฟริมปงคว้ารางวัลแมนออฟเดอะแมตช์ตั้งแต่นัดแรก พร้อมยึดตำแหน่งตัวจริงได้แบบต่อเนื่องทันที จุดเด่นเรื่องความเร็วจัดจ้านและทักษะเกมรุกทางฝั่งขวา ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นขวัญใจแฟนบอล “ม้าลายเขียว-ขาว” อย่างรวดเร็ว
วันที่ 27 ตุลาคม เขาปลดล็อกประตูแรกในอาชีพ จากเกมถล่ม อเบอร์ดีน 4-0 และเพียงไม่กี่เดือนต่อมา ฟริมปงก็คว้าแชมป์แรกในชีวิต เมื่อเซลติกเฉือน เรนเจอร์ส 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศสก็อตติช ลีก คัพ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2019
ด้าน นีล เลนนอน กุนซือของทีมในเวลานั้น ถึงกับออกปากชมลูกทีมรายนี้ว่า “ยอดเยี่ยม” และ “อาจเป็นผู้เล่นเอาท์ฟิลด์ที่ดีที่สุดของเราในครึ่งแรก” แม้ว่าในเกมดังกล่าว ฟริมปงจะถูกใบแดงไล่ออกจากสนามช่วงต้นครึ่งหลัง จากจังหวะทำฟาวล์ใส่ อัลเฟรโด้ โมเรลอส ในเขตโทษก็ตาม
ด้วยผลงานอันโดดเด่นตลอดฤดูกาล ส่งผลให้ในเดือนมิถุนายน 2020 เขาถูกโหวตจากแฟนบอลให้คว้ารางวัล “นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี” ของสโมสรเซลติก ประจำฤดูกาล 2019–20 ได้อย่างไร้ข้อกังขา
เลเวอร์คูเซ่น :เส้นทางของ เจเรมี่ ฟริมปง ก้าวสู่เวทีใหญ่อีกขั้น เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2021 เจ้าตัวย้ายไปร่วมทัพ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น สโมสรดังแห่งบุนเดสลีกา ด้วยสัญญา 4 ปีครึ่ง ก่อนจะขยายสัญญาออกไปจนถึงปี 2028 เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2023 พร้อมค่าฉีกสัญญาราว 35 ล้านปอนด์
ฟริมปงกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมอย่างรวดเร็ว และมีบทบาทโดดเด่นในฤดูกาลประวัติศาสตร์ของเลเวอร์คูเซ่น โดยเป็นหนึ่งในฟันเฟืองหลักที่พาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกาครั้งแรกของสโมสร หลังเปิดบ้านถล่มเบรเมน 5-0 เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2024 พร้อมยุติการครองความยิ่งใหญ่ของ บาเยิร์น มิวนิค ที่ผูกขาดแชมป์มายาวนานถึง 11 ปี
ไม่เพียงเท่านั้น ดาวเตะชาวดัตช์ยังลงสนามเป็นตัวจริงในเกมเปิดบ้านเอาชนะ เอ๊าก์สบวร์ก 2-1 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2024 ซึ่งเป็นนัดที่การันตีว่าเลเวอร์คูเซ่นจบฤดูกาลแบบ “ไร้พ่าย” สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับฟุตบอลลีกสูงสุดของเยอรมนีได้สำเร็จ
ลิเวอร์พูล :วันที่ 30 พฤษภาคม 2025 เจเรมี่ ฟริมปง เปิดตัวเป็นสมาชิกใหม่ของสโมสร ลิเวอร์พูล อย่างเป็นทางการ ด้วยสัญญาระยะยาว มูลค่าราว 35 ล้านยูโร (ประมาณ 29.5 ล้านปอนด์) นับเป็นอีกก้าวสำคัญในอาชีพของเจ้าตัวบนเวทีพรีเมียร์ลีก โดย ฟริมปง ไม่ต้องรอนานก็ได้โอกาสโชว์ฝีเท้า โดยประเดิมสนามนัดแรกเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ในศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์ พบกับคริสตัล พาเลซ และสามารถแจ้งเกิดกับแฟนบอล “หงส์แดง” ได้ทันที ด้วยการทำประตูสุดเหนือชั้นจากจังหวะชิพบอลข้ามผู้รักษาประตู ช่วยให้ทีมตีเสมอ 2-2 ในเวลา 90 นาที
อย่างไรก็ตาม เกมดังกล่าวต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ และเป็นลิเวอร์พูลที่พ่ายไปอย่างน่าเสียดาย แม้ผลงานส่วนตัวของฟริมปงจะสร้างความประทับใจได้ตั้งแต่นัดแรกก็ตาม
ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ :เจเรมี่ ฟริมปง เริ่มต้นรับใช้ทีมชาติ เนเธอร์แลนด์ ในระดับเยาวชนยู-19 โดยลงประเดิมสนามครั้งแรกในเกมพบ อาร์เมเนีย ยู-19 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2018 ก่อนจะขยับขึ้นไปติดทีมยู-20 ในปีถัดมา
พัฒนาการของเจ้าตัวยังคงต่อเนื่อง จนมีชื่อติดทีมชาติเนเธอร์แลนด์ชุดใหญ่ลุยศึก ฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ แม้จะไม่ได้รับโอกาสลงสนามตลอดทัวร์นาเมนต์ แต่ก็เป็นประสบการณ์สำคัญในเวทีระดับโลก โดย ทัพ “อัศวินสีส้ม” ต้องยุติเส้นทางในรอบก่อนรองชนะเลิศ หลังพ่ายต่อ อาร์เจนติน่า ไปอย่างน่าเสียดาย
กระทั่งวันที่ 13 ตุลาคม 2023 ฟริมปงได้ลงประเดิมสนามทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ในเกมรอบคัดเลือกยูโร 2024 พบกับทีมชาติฝรั่งเศส ในฐานะตัวสำรอง
ต่อมาในวันที่ 29 พฤษภาคม 2024 เขามีชื่อติดทีมชาติเนเธอร์แลนด์ลุยศึก ยูฟ่า ยูโร 2024 ก่อนจะปลดล็อกประตูแรกในนามทีมชาติชุดใหญ่ได้สำเร็จ จากเกมอุ่นเครื่องก่อนทัวร์นาเมนต์ที่พบกับทีมชาติแคนาดา เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ตอกย้ำสถานะของเขาในทีมชาติอย่างเต็มตัว
สไตล์การเล่น :
เจเรมี่ ฟริมปง คือวิงแบ็กขวาสไตล์เกมรุกเต็มตัว ที่มักถูกดันขึ้นไปเล่นบทบาทคล้ายปีกฝั่งขวา ด้วยจุดเด่นเรื่องความเร็วระดับจัดจ้านและการเร่งสปีดแบบระเบิดพลัง ทำให้เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่วิ่งสปรินต์ได้ต่อเนื่องและหนักหน่วงตลอดเกม
จุดแข็งของฟริมปงอยู่ที่การเติมเกมทางด้านข้างแบบโอเวอร์แลป การดวลตัวต่อตัวกับกองหลัง และการสร้างโอกาสในจังหวะโต้กลับ ซึ่งเขามักใช้ความเร็วฉีกแนวรับ ก่อนเปิดบอลเรียดหรือจ่ายหักเข้ากลางได้อย่างแม่นยำ จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในผู้เล่นสาย “เปลี่ยนเกมเร็ว” หรือ transitional demon ที่อันตรายสุด ๆ ในพื้นที่สุดท้าย










