ประวัติ มาร์คุส ตูราม ดาวยิงสุดแข็งแกร่งและดุดันของทัพเลส์ เบลอส์
ชื่อเต็ม : มาร์คุส ลิลิยอง ตูราม-อูลิแย็ง (Marcus Lilian Thuram-Ulien)
วัน/เดือน/ปีเกิด : 6 สิงหาคม ค.ศ. 1997
ส่วนสูง : 1.92 ซม.
ตำแหน่ง : กองหน้า
สโมสรปัจจุบัน : อินเตอร์ มิลาน
มาร์คุส ตูราม คือหนึ่งในกองหน้าฟอร์มแรงของวงการลูกหนังฝรั่งเศส ปัจจุบันค้าแข้งกับอินเตอร์ มิลาน ยักษ์ใหญ่ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา และเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติฝรั่งเศสโดยเส้นทางลูกหนังของตูรามเริ่มต้นขึ้นกับโซโชซ์ในปี 2015 โดยเจ้าตัวเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกเดอซ์ (ลีกระดับสองของฝรั่งเศส) นานถึง 3 ฤดูกาล ก่อนจะขยับขึ้นสู่ลีกสูงสุดกับแก็งก็องในปี 2017 และใช้เวลา 2 ปีพิสูจน์ฝีเท้าในลีกเอิง
ด้วยฟอร์มอันโดดเด่นทำให้โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ดึงตัวไปร่วมทีมในปี 2019 โดยตูรามลงเล่นในบุนเดสลีกายาว 4 ฤดูกาล พัฒนาฝีเท้าจนกลายเป็นกองหน้าที่ครบเครื่อง ทั้งความเร็ว พละกำลัง และการจบสกอร์
ต่อมาในปี 2023 เขาย้ายร่วมทัพอินเตอร์ มิลาน แบบไม่มีค่าตัว และสามารถสร้างอิมแพคได้ทันที ด้วยการช่วยทีมคว้าแชมป์เซเรีย อา ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ลงสนาม
ส่วนในนามทีมชาติ ตูรามประเดิมสนามให้ทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ในปี 2020 และมีชื่อติดทัพลุยศึกใหญ่ต่อเนื่อง ทั้งยูโร 2020, ยูโร 2024 และฟุตบอลโลก 2022 โดยในเวิลด์คัพครั้งล่าสุด เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ทะลุเข้าชิงชนะเลิศ ก่อนจะคว้ารองแชมป์ไปครอง
ชีวิตส่วนตัว :มาร์คุส ตูราม เติบโตมาในครอบครัวลูกหนังอย่างแท้จริง โดยเป็นลูกชายของ ลิลิยอง ตูราม อดีตกองหลังทีมชาติฝรั่งเศสระดับตำนาน และยังเป็นพี่ชายของเคเฟรน ตูราม มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสของยูเวนตุสอีกด้วย
เขาเกิดที่เมืองปาร์มา ประเทศอิตาลี ในช่วงที่คุณพ่อกำลังค้าแข้งอยู่กับสโมสรปาร์มา และชื่อ “มาร์คุส” ของเขาก็ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ มาร์คัส การ์วีย์ นักเคลื่อนไหวชาวจาเมกา แม้พ่อจะเคยเล่นให้ทั้งยูเวนตุสและบาร์เซโลน่า แต่ในวัยเด็ก ตูรามกลับเป็นแฟนบอลของเอซี มิลาน และเรอัล มาดริด นอกจากนี้ เขายังมีเชื้อสายกวาเดอลูปจากทางฝั่งคุณพ่อ ซึ่งเป็นรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่หล่อหลอมตัวตนของเขาทั้งในและนอกสนามอีกด้วย
เส้นทางสโมสรโซโชซ์ :
มาร์คุส ตูราม เริ่มต้นเส้นทางนักเตะอาชีพกับโซโชซ์ สโมสรที่เขาฝึกฝนมาตั้งแต่ระดับเยาวชน ก่อนจะได้ประเดิมสนามในลีกเดอซ์เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2015 ในเกมพบชาโตรูซ์ โดยลงมาเป็นตัวสำรองช่วงท้ายเกม
ตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับทีม ตูรามลงสนามรวม 43 นัด และทำได้ 1 ประตู ซึ่งเกิดขึ้นในเกมบุกไปพ่ายตูร์ 1–3 เมื่อเดือนเมษายน 2017 ถือเป็นช่วงเวลาสั่งสมประสบการณ์สำคัญในระดับอาชีพของเขา
แก็งก็อง :ฟอร์มที่พัฒนาขึ้นทำให้เขาได้โอกาสย้ายสู่ลีกเอิงกับ สโมสรแก็งก็องในเดือนกรกฎาคม 2017 แม้ค่าตัวจะไม่ถูกเปิดเผย แต่ดีลนี้กลายเป็นก้าวสำคัญในอาชีพของเจ้าตัว
โดยหนึ่งในโมเมนต์ที่ถูกพูดถึงมากคือการได้เผชิญหน้ากับจานลุยจิ บุฟฟ่อน ผู้รักษาประตูระดับตำนานของปารีส แซงต์-แชร์กแมง ซึ่งเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมของพ่อเขาที่ทั้งปาร์มาและยูเวนตุส
ไฮไลต์สำคัญของตูรามกับแก็งก็องเกิดขึ้นในศึกเฟรนช์ ลีกคัพ ฤดูกาล 2018/19 เมื่อเขาสังหารจุดโทษช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ช่วยทีมเขี่ยแชมป์เก่าอย่างเปแอสเชตกรอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ แม้ก่อนหน้านั้นจะพลาดจุดโทษไปแล้วในเกมเดียวกัน
ถัดมาเพียง 20 วัน เขายังยิงประตูตีเสมอในเกมรอบรองชนะเลิศที่เสมอกับโมนาโก 2–2 แม้จะยิงจุดโทษไม่เข้าในช่วงดวลจุดโทษ (โดนดานิเยล ซูบาซิช เซฟไว้) แต่สุดท้ายแก็งก็องก็ยังผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้อยู่ดี
โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค :ฤดูกาล 2019–20
วันที่ 22 กรกฎาคม 2019 โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ประกาศคว้าตัว มาร์คุส ตูราม มาร่วมทีมด้วยสัญญา 4 ปี โดยมีรายงานว่าค่าตัวอยู่ที่ราว 12 ล้านยูโร พร้อมรับเสื้อหมายเลข 10 ต่อจากธอร์กาน อาซาร์ ที่ย้ายไปโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งตูรามไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวนาน โดยประเดิมสนามเกมแรกในศึกเดเอฟเบ โพคาล รอบแรก พบกับซานด์เฮาเซ่น และยิงประตูชัยให้ทีมได้ทันที เรียกความเชื่อมั่นตั้งแต่ก้าวแรกในเยอรมนี
ส่วนในเวทีบุนเดสลีกา เขาปลดล็อกประตูแรกได้ในนัดที่ 5 ของตัวเอง เมื่อวันที่ 22 กันยายน ด้วยการเหมาคนเดียว 2 ประตู พาทีมเปิดบ้านเอาชนะฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ 2–1 โชว์ให้เห็นศักยภาพกองหน้าที่ครบเครื่อง
อีกหนึ่งช่วงเวลาที่ถูกพูดถึงอย่างมากเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2020 ในเกมถล่มยูนิโอน เบอร์ลิน 4–1 ซึ่งตูรามยิงคนเดียว 2 ประตู โดยหลังจากประตูแรก เขาทำท่าคุกเข่าลงในสนาม เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนการประท้วงในสหรัฐอเมริกา ภายหลังเหตุการณ์การเสียชีวิตของจอร์จ ฟลอยด์ สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเขาที่มีมากกว่านักฟุตบอลในสนาม
ช่วงปี 2021–2023 :มาร์คุส ตูราม ยังคงมีบทบาทสำคัญกับโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค โดยหนึ่งในเกมที่แฟนบอลจดจำได้ดีคือศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2020 ที่เขาเหมาคนเดียว 2 ประตู พาทีมบุกเสมอเรอัล มาดริด 2–2 แบบสุดมัน อย่างไรก็ตาม เส้นทางไม่ได้ราบรื่นเสมอไป โดยในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน ตูรามกลายเป็นข่าวด้านลบ หลังถูกใบแดงไล่ออกจากสนามในเกมพบฮอฟเฟนไฮม์ จากเหตุการณ์ถ่มน้ำลายใส่ สเตฟาน พอช คู่แข่ง ส่งผลให้เขาถูกลงโทษแบน 6 นัด พร้อมปรับเงิน 40,000 ยูโร
ฤดูกาล 2021/22 ถือเป็นช่วงฟอร์มตกของเจ้าตัวอย่างชัดเจน เมื่อเขาไม่สามารถทำประตูได้เลยใน 15 นัดแรกของบุนเดสลีกา ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยผลงานเพียง 3 ประตู จากการยิงใส่โวล์ฟสบวร์ก, สตุ๊ตการ์ต และกรอยเธอร์ เฟือร์ธ
แต่ตูรามกลับมาเรียกฟอร์มเก่งได้อีกครั้งในช่วงต้นฤดูกาล 2022/23 โดยภายในเดือนพฤศจิกายน 2022 เขาซัดไปแล้ว 10 ประตูจาก 15 นัด เทียบเท่าสถิติสูงสุดส่วนตัวตั้งแต่ฤดูกาลแรกกับทีม
ท้ายที่สุด ในเดือนเมษายน 2023 สโมสรยืนยันว่า ตูรามจะอำลาทีมหลังจบฤดูกาล 2022/23 หลังเจ้าตัวตัดสินใจไม่ต่อสัญญา ปิดฉากช่วงเวลา 4 ปีกับทีมในเยอรมนีอย่างเป็นทางการ
อินเตอร์ มิลาน:วันที่ 1 กรกฎาคม 2023 มาร์คุส ตูราม ย้ายร่วมทัพอินเตอร์ มิลาน ยักษ์ใหญ่จากอิตาลีแบบไม่มีค่าตัว พร้อมเซ็นสัญญายาวถึงปี 2028 ถือเป็นดีลสุดคุ้มที่กลายเป็นหนึ่งในหมากสำคัญของทีมทันที
เขาใช้เวลาไม่นานในการปลดล็อกประตูแรก โดยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กันยายน ในเกมถล่มฟิออเรนตินา 4–0 ก่อนจะมาทำประตูแรกในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กับต้นสังกัดใหม่ได้ในวันที่ 3 ตุลาคม พาอินเตอร์เฉือนชนะเบนฟิกา 1–0 ในรอบแบ่งกลุ่ม โดยประตูดังกล่าวยังทำให้เขากลายเป็นนักเตะฝรั่งเศสรายที่ 3 ที่ยิงให้กับอินเตอร์ในรายการนี้ ต่อจากยูริ จอร์เกฟฟ์ และปาทริค วิเอร่า
ฤดูกาลแรกในอิตาลีของตูรามเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ เมื่อเขาทำไป 13 ประตู พร้อม 13 แอสซิสต์ มีส่วนสำคัญพาทีมคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ได้สำเร็จตั้งแต่ปีแรกที่ย้ายมา แสดงให้เห็นถึงคุณภาพและความคุ้มค่าแบบเต็มร้อยของดีลนี้
ทีมชาติฝรั่งเศส:
มาร์คุส ตูราม เริ่มสร้างชื่อในนามทีมชาติฝรั่งเศสตั้งแต่ระดับเยาวชน โดยเป็นส่วนหนึ่งของทีมยู-19 ที่คว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโร รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ในปี 2016 ก่อนจะถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2020 สำหรับเกมพบฟินแลนด์, โปรตุเกส และสวีเดน
เขาประเดิมสนามนัดแรกในเกมอุ่นเครื่องกับฟินแลนด์ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2020 แม้ผลจะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ 0–2 ที่สต๊าด เดอ ฟรองซ์ แต่ก็ถือเป็นก้าวสำคัญในเส้นทางทีมชาติ และต่อมาเขายังมีชื่อติดทีมลุยศึกยูโร 2020 (ที่เลื่อนมาแข่งในปี 2021)
ไฮไลต์สำคัญเกิดขึ้นในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ซึ่งตูรามถูกเรียกตัวเสริมทัพช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนจะมีบทบาทในนัดชิงชนะเลิศกับอาร์เจนตินา โดยถูกส่งลงสนามพร้อมกับ ร็องดาล โคโล มูอานี ในนาทีที่ 41 ขณะที่ฝรั่งเศสตามหลัง 0–2 ซึ่งตูรามมีส่วนสำคัญในการพาทีมคัมแบ็ก เมื่อเป็นคนแอสซิสต์ให้ คีเลียน เอ็มบัปเป ยิงตีเสมอ 2–2 ในช่วงท้ายเกม อย่างไรก็ตาม เขายังถูกใบเหลืองจากจังหวะพุ่งล้มในเขตโทษ ก่อนที่ฝรั่งเศสจะพ่ายในการดวลจุดโทษ หลังเสมอสุดมัน 3–3
ต่อมาในวันที่ 7 กันยายน เขาทำประตูแรกในนามทีมชาติชุดใหญ่ได้สำเร็จ ในเกมยูโร 2024 รอบคัดเลือก ที่ฝรั่งเศสเอาชนะไอร์แลนด์ 2–0 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในเส้นทางทีมชาติของกองหน้ารายนี้
สไตล์การเล่น:มาร์คุส ตูราม คือกองหน้าสมัยใหม่ที่ผสมผสาน “พละกำลัง” กับ “ความฉลาดในเกม” ได้อย่างลงตัว เขาเป็นนักเตะที่โค้ชชื่นชอบ เพราะสามารถเล่นได้หลากหลายบทบาทในแนวรุก และสร้างอิมแพคได้ทั้งการยิงประตูและการปั้นเกม
จุดเด่นที่สุดของตูรามคือ ความแข็งแกร่งทางร่างกาย บวกกับ ความเร็วที่จัดจ้าน ทำให้เขาสามารถพักบอลได้ดีมาก ใช้ร่างกายบังบอล รอเพื่อนเติมเกม ก่อนจะเชื่อมเกมรุกต่ออย่างมีประสิทธิภาพ
ในระบบกองหน้าคู่ (โดยเฉพาะกับอินเตอร์ มิลาน) เขามักรับบทเป็น “ตัวชน + ตัวเชื่อมเกม” คอยดึงตัวประกบ เปิดพื้นที่ให้คู่หู และสลับกับการวิ่งทะลุแนวรับด้วยสปีดที่อันตราย
และอีกหนึ่งจุดแข็งคือ การเคลื่อนที่แบบมีไอเดียเขาอ่านเกมได้ดี รู้จังหวะหาพื้นที่ว่าง และเลือกไลน์วิ่งได้เฉียบคม ทำให้มีโอกาสจบสกอร์หรือสร้างโอกาสให้เพื่อนอยู่เสมอ นอกจากนี้ ตูรามยังมีความสามารถในการ เล่นชิ่งและแอสซิสต์ ไม่ใช่แค่จบสกอร์เอง แต่สามารถทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมเกมรุกได้อย่างไหลลื่น เหมาะกับฟุตบอลเกมเร็วและการโต้กลับ











