ประวัติ รามี่ เบนเซไบนี่ แนวรับสุดแกร่งแห่งทัพจิ้งจอกทะเลทราย

sittiwut | 23/04/2026 10:41 น. | 6 Views

 


ชื่อเต็ม : รามี่ เซลมาเน รามี เบนเซไบนี่ (Amir Selmane Rami Bensebaini)

วัน/เดือน/ปีเกิด : 16 เมษายน ค.ศ. 1995
ส่วนสูง : 1.87 ซม.
ตำแหน่ง : แบ็กซ้าย, เซ็นเตอร์แบ็ก
สโมสรปัจจุบัน : โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์


          รามี่ เบนเซไบนี่ เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวแอลจีเรีย ที่เล่นได้ทั้งตำแหน่งแบ็กซ้ายและเซ็นเตอร์แบ็ก ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี และเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติแอลจีเรีย


          เส้นทางลูกหนังของ เบนเซไบนี่ เริ่มต้นที่สโมสรพาราดู เอซี โดยเข้าร่วมทีมเยาวชนตั้งแต่ปี 2008 ก่อนก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2013 ด้วยฟอร์มที่โดดเด่นทำให้เขาเคยได้รับโอกาสไปทดสอบฝีเท้ากับเอฟซี ปอร์โต และต่อด้วยอาร์เซน่อล ทีมดังจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งในช่วงทดลองฝีเท้า เขาได้ลงเล่นเกมอุ่นเครื่องให้ทีมชุดอายุไม่เกิน 21 ปี พบกับลูตัน ทาวน์ และโคลเชสเตอร์ อีกด้วย

          กลางปี 2014 เบนเซไบนี่ ถูกปล่อยยืมตัวไปหาประสบการณ์ในลีกเบลเยียมกับลีเออร์เซ่ โดยประเดิมสนามนัดแรกในเกมพบกับคลับ บรูช ในฐานะตัวสำรองช่วงทดเวลาบาดเจ็บตลอดฤดูกาลนั้น เขาลงเล่นในลีกไป 23 นัด ยิงได้ 1 ประตู แม้ผลงานส่วนตัวจะน่าพอใจ แต่ไม่สามารถช่วยทีมรอดพ้นการตกชั้นได้


          จากนั้นในเดือนมิถุนายน 2015 เขาถูกปล่อยยืมตัวอีกครั้ง คราวนี้ย้ายไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในลีกเอิง ฝรั่งเศส กับมงต์เปลลิเยร์ สำหรับฤดูกาล 2015–16 ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาฝีเท้าบนเวทียุโรป


แรนส์ :


          เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2016 เบนเซไบนีj ตัดสินใจย้ายร่วมทีมแรนส์ ด้วยสัญญา 4 ปี นับเป็นก้าวสำคัญในการปักหลักค้าแข้งบนเวทียุโรปอย่างเต็มตัว เขาลงรับใช้สโมสรเป็นเวลา 3 ฤดูกาล โดยลงเล่นรวมทุกรายการไป 98 นัด และทำได้ 3 ประตู


โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค:

          วันที่ 14 สิงหาคม 2019 แนวรับทีมชาติแอลจีเรียย้ายซบโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ทีมดังจาก บุนเดสลีกา เยอรมัน ด้วยค่าตัวราว 8 ล้านยูโร พร้อมเซ็นสัญญายาว 4 ปี ก่อนจะประเดิมสนามในศึกบุนเดสลีกาในฐานะตัวจริงทันที และมีส่วนช่วยทีมคว้าชัยเหนือโคโลญจน์ได้สำเร็จอีกด้วย

          หลังจากนั้นไม่นาน เขากดประตูแรกกับต้นสังกัดใหม่ได้ในเกมพบแวร์เดอร์ เบรเมน แม้เกมเดียวกันจะถูกไล่ออกจากสนามก็ตาม แต่ผลงานที่โดดเด่นจริงๆ เกิดขึ้นในวันที่ 7 ธันวาคม 2019 เมื่อเจ้าตัวระเบิดฟอร์มเหมาคนเดียว 2 ประตู พาทีมเอาชนะบาเยิร์น มิวนิค แชมป์เก่าไปได้ 2-1 อย่างเร้าใจสุดๆ


          ต่อมาในวันที่ 21 ตุลาคม 2020 เบนเซไบนี่สร้างชื่อในเวทียุโรป ด้วยการยิงประตูแรกในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก จากลูกจุดโทษ ในเกมบุกเสมออินเตอร์ มิลาน 2-2

          กระทั่งเดือนเมษายน 2023 โรลันด์ เวียร์คุส ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสรยืนยันว่า เบนเซไบนี่จะอำลาทีมหลังจบฤดูกาล 2022–23 หลังเจ้าตัวตัดสินใจไม่ต่อสัญญา


โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ :


          วันที่ 5 มิถุนายน 2023 เบนเซไบนีj ย้ายร่วมทัพโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แบบไม่มีค่าตัว พร้อมเซ็นสัญญา 4 ปี ก่อนลงประเดิมสนามอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2023 ในศึกเดเอฟเบ โพคาล นัดบุกถล่มช็อตต์ ไมนซ์ 6-1 โดยเป็นอีกหนึ่งก้าวใหม่ในอาชีพของเจ้าตัวบนเวทีลูกหนังเยอรมนี โดยปัจจุบันเจ้าตัวลงรับใช้ทัพ "เสือเหลือง" ไปแล้ว 3 ฤดูกาล และยิงให้ทีมไปแล้วถึง 9 ลูก บ่งบอกชัดเจนว่าเจ้าตัวเป็นกองหลังที่ขึ้นมาทำประตูได้อย่างเฉียบคมและอันตรายเป็นอย่างมาก


ทีมชาติแอลจีเรีย :

          เดือนพฤศจิกายน 2015 เบนเซไบนี่ถูกเรียกติดทีมชาติแอลจีเรียเป็นครั้งแรก สำหรับศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก เกมพบแทนซาเนีย ถือเป็นจุดเริ่มต้นบนเวทีระดับชาติของเจ้าตัว


          จากนั้นในวันที่ 7 มกราคม 2017 เขาได้โอกาสลงประเดิมสนามให้ทีมชาติชุดใหญ่ ในศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ 2017 นัดพบมอริเตเนีย ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นหนึ่งในกำลังหลักของทีม จากนั้นเบนเซไบนี่มีชื่อติดทัพ “จิ้งจอกทะเลทราย” ลุยศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ ปี 2023 ซึ่งถือว่าเป็นการติดทีมชาติไปลุยทัวร์นาเม้นต์ใหญ่อย่างต่อเนื่อง

          ล่าสุดในเดือนเบนเซไบนี่มีชื่อติดทัพ “จิ้งจอกทะเลทราย” ลุยศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ 2025 ซึ่งเจ้าตัวมีส่วนช่วยให้ทีมทะลุเข้าไปไกลถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ตอกย้ำสถานะตัวหลักในแนวรับของทีมชาติแอลจีเรียอย่างต่อเนื่อง

สไตล์การเล่น :

          รามี เบนเซไบนี่ จัดว่าเป็นกองหลังสมัยใหม่ที่เล่นได้ “ครบเครื่อง” โดยเฉพาะบทบาทแบ็กซ้ายที่สามารถขยับเข้าไปยืนเซ็นเตอร์แบ็กได้แบบไม่เคอะเขิน

          จุดเด่นแรกคือความแข็งแกร่งและเกมรับที่ไว้ใจได้ เขาอ่านเกมดี เข้าปะทะแม่น และเล่นลูกกลางอากาศได้โดดเด่น ทำให้รับมือกับกองหน้าตัวใหญ่ได้สบาย นอกจากนี้ยังมีวินัยเกมรับสูง ไม่หลุดตำแหน่งง่าย ในด้านเกมรุก เบนเซไบนี่ ถือว่าเติมเกมได้ดุดัน มีจังหวะเติมขึ้นไปเปิดบอลจากด้านข้าง และมีทีเด็ดเรื่องการสอดเข้าไปทำประตู โดยเฉพาะลูกตั้งเตะและจังหวะโหม่งในกรอบเขตโทษ ซึ่งเคยทำประตูสำคัญมาแล้วหลายครั้ง


          อีกหนึ่งจุดที่ทำให้เขาน่าสนใจคือความยืดหยุ่นทางแท็กติก สามารถเล่นได้ทั้งแบ็กซ้ายในระบบแบ็กโฟร์ หรือวิงแบ็กในระบบหลังสาม รวมถึงขยับมายืนเซ็นเตอร์แบ็กฝั่งซ้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          โดยรวมแล้ว เบนเซไบนี่ คือกองหลังที่ผสมผสานความแข็งแกร่ง เกมรับแน่น และเติมเกมรุกได้ดี เหมาะกับฟุตบอลยุคใหม่ที่ต้องการผู้เล่นเกมรับที่มีมิติหลากหลาย

 

ADS