ประวัติ ปิแอร์ คาลูลู แนวรับสุดแกร่งของทัพเลส์ เบลอส์

sittiwut | 28/04/2026 12:41 น. | 13 Views

 

ชื่อเต็ม : ปิแอร์ คาเซเย รอมเมล คาลูลู เคียเต็งวา (Pierre Kazeye Rommel Kalulu Kyatengwa)
วัน/เดือน/ปีเกิด : 5 มิถุนายน ค.ศ. 2000
ส่วนสูง : 1.82 ซม.
ตำแหน่ง : แบ็กขวา, เซ็นเตอร์แบ็ก
สโมสรปัจจุบัน : ยูเวนตุส


            ปิแอร์ คาลูลู เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวฝรั่งเศสที่เล่นในตำแหน่งกองหลัง ปัจจุบันสังกัดยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี และเป็นหนึ่งในขุนพลทีมชาติฝรั่งเศส

            เส้นทางลูกหนังของ คาลูลู เริ่มต้นจากการเป็นแบ็กขวาในช่วงเยาวชน ด้วยความเร็วและความคล่องตัวที่โดดเด่น แต่เมื่อก้าวขึ้นสู่ระดับอาชีพ เขาพัฒนาบทบาทของตัวเองจนสามารถถอยมาเล่นเป็นกองหลังตัวกลางได้อย่างแข็งแกร่ง อ่านเกมเฉียบขาด และมีความนิ่งเกินวัย กลายเป็นอีกหนึ่งแนวรับสารพัดประโยชน์ที่โค้ชไว้วางใจ

            ในส่วนของชีวิตนอกสนาม คาลูลูเกิดในเขตที่ 8 ของเมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส และมีเชื้อสายคองโก โดยคุณพ่อเกิดที่เมืองคาบิมบา ในอดีตคองโกของเบลเยียม ขณะที่คุณแม่มาจากเมืองลิกาซี ในคองโก-เลโอโปลด์วิลล์ เขาได้รับสัญชาติฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ปี 2000 จากการแปลงสัญชาติของครอบครัว

            จากเด็กหนุ่มเชื้อสายแอฟริกันในลียง สู่แนวรับทีมชาติฝรั่งเศส คาลูลูกำลังเขียนเส้นทางของตัวเองในวงการฟุตบอลยุโรปอย่างน่าจับตามอง และยังมีอนาคตอีกไกลให้พิสูจน์ฝีเท้าในระดับสูงสุด


ชีวิตส่วนตัว :

            นอกสนามแข้ง คาลูลูเติบโตมาในครอบครัวที่ฟุตบอลคือสายเลือดอย่างแท้จริง โดยเขาเป็นน้องชายของสองนักฟุตบอลอย่าง อัลโด้ คาลูลู และ เกเดออง คาลูลู ที่ต่างโลดแล่นอยู่ในเส้นทางลูกหนังเช่นกัน ขณะเดียวกัน เขายังเป็นพี่ชายของ โจเซฟ คาลูลู อีกหนึ่งนักฟุตบอลอาชีพอีกด้วย

            เรียกได้ว่าครอบครัวคาลูลูคือ “ตระกูลลูกหนัง” ที่สร้างนักเตะคุณภาพออกมาหลายคน และมีส่วนสำคัญในการหล่อหลอมให้ปิแอร์เติบโตขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพระดับแนวหน้าของยุโรปในวันนี้


เส้นทางสโมสร

โอลิมปิก ลียง :

            คาลูลู เริ่มต้นก้าวสำคัญในเส้นทางลูกหนัง เมื่อย้ายจากสโมสรเยาวชนแซงต์-ปรีสต์ เข้าสู่อคาเดมีของโอลิมปิก ลียง ในช่วงซัมเมอร์ปี 2010 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแหล่งปลุกปั้นดาวรุ่งชั้นนำของฝรั่งเศส และตลอดระยะเวลาเกือบ 8 ปีในลียง เขาค่อยๆ ไต่เต้าผ่านทุกระดับของทีมเยาวชน แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการอย่างต่อเนื่องทั้งเรื่องความเร็ว เทคนิค และการยืนตำแหน่ง ก่อนจะถูกดันขึ้นสู่ทีมสำรองในเดือนมิถุนายน 2018

 



            จุดเปลี่ยนสำคัญมาถึงในเกมลีกเอิง นัดเปิดบ้านพบกับอาเมียงส์ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2020 ที่คาลูลูมีชื่อติดทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก แม้สุดท้ายจะยังไม่ได้รับโอกาสลงสนามและต้องนั่งสำรองตลอดทั้งเกม แต่ก็ถือเป็นก้าวแรกสู่เวทีระดับสูง ที่สะท้อนว่าเขาเริ่มได้รับความไว้วางใจจากทีมงานสตาฟฟ์แล้ว


เอซี มิลาน :

            ซัมเมอร์ปี 2020 คาลูลูตัดสินใจออกจากฝรั่งเศส มุ่งหน้าสู่อิตาลีเพื่อร่วมทัพ “ปีศาจแดง-ดำ” เอซี มิลาน พร้อมเซ็นสัญญายาวถึงปี 2025 และนั่นคือจุดเริ่มต้นของบทพิสูจน์ตัวเองบนเวทียุโรปอย่างแท้จริง

            โอกาสแรกมาถึงอย่างรวดเร็ว เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม เขาลงประเดิมสนามในเกม ยูโรป้า ลีก พบกับ สปาร์ต้า ปราก โดยรับบทเซ็นเตอร์แบ็กฝั่งซ้าย และทำผลงานได้น่าประทับใจ ช่วยทีมเก็บคลีนชีตพร้อมชัยชนะ 1-0 จากนั้นเพียงสามวัน เขาได้เปิดตัวในศึก เซเรีย อา เกมพบ ปาร์ม่าและในนัดถัดไปกับ เจนัว คาลูลูก็สร้างโมเมนต์สำคัญ ยิงประตูแรกในอาชีพชุดใหญ่ได้ทันที พาทีมไล่ตีเสมอ 2-2


            ต่อมาในฤดูกาล 2021–22 คือช่วงที่เขาเริ่มฉายแสงอย่างจริงจัง หลัง อเลสซิโอ โรมันโญลี่ บาดเจ็บ คาลูลูได้โอกาสลงจับคู่เซ็นเตอร์กับ ฟิกาโย โทโมริ ในเกมใหญ่กับ นาโปลี และทำผลงานได้โดดเด่น โดยเฉพาะการรับมือกับดาวยิงอันตรายในขณะนั้นอย่างวิคตอร์ โอซิมเฮน ก่อนจะยิงประตูแรกของฤดูกาลได้ในเกมกับ เอ็มโปลี ช่วยทีมยึดจ่าฝูงได้สำเร็จ ช่วงนั้นแนวรับคู่หูเขากับโทโมริยังพามิลานเก็บคลีนชีตต่อเนื่อง สร้างความแข็งแกร่งให้เกมรับอย่างชัดเจน

            เข้าสู่ฤดูกาล 2022–23 คาลูลูถูกใช้งานอย่างหลากหลาย ทั้งเซ็นเตอร์ฝั่งขวา แบ็กขวา หรือแม้แต่ในระบบกองหลังสามคนร่วมกับ มาลิค เธียว อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายซีซั่น เมื่อกุนซือในขณะนั้นอย่าง สเตฟาโน่ ปิโอลี่ ปรับระบบกลับไปใช้ 4-2-3-1 เขาเริ่มเสียตำแหน่งตัวจริงให้กับเทียว รวมถึงกัปตันทีม ดาวิเด้ คาลาเบรีย ในตำแหน่งแบ็กขวา


            จากนั้นฤดูกาล 2023–24 กลายเป็นช่วงเวลาท้าทายของคาลูลู เมื่ออาการบาดเจ็บเล่นงานต่อเนื่อง ทำให้เขาได้ลงสนามเพียง 11 นัดรวมทุกรายการ ต้องใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายนานหลายเดือน อย่างไรก็ตาม เขากลับมาฟิตสมบูรณ์ได้อีกครั้งในเดือนพฤษภาคม 2024 และเริ่มกลับมาลงสนามช่วยทีมในช่วงท้ายฤดูกาล ถือเป็นสัญญาณบวกก่อนลุยซีซั่นถัดไป


ยูเวนตุส :

            วันที่ 21 สิงหาคม 2024 ยูเวนตุส ทีมดังร่วมศึก เซเรีย อา ประกาศคว้าตัวคาลูลูไปร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี มูลค่า 3.3 ล้านยูโร พร้อมออปชั่นซื้อขาดในราคา 14 ล้านยูโร โดยดีลดังกล่าวมีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 มิถุนายน 2025


            อย่างไรก็ตาม เส้นทางช่วงแรกกับ ทัพ “ม้าลาย” ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบนัก เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ในเกมนัดสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่มของศึก ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2025 คาลูลูทำเข้าประตูตัวเอง ในเกมที่พ่ายให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-5 และกลายเป็นนักเตะจากสโมสรยุโรปคนแรกที่ทำเข้าประตูตัวเองในรายการสโมสรของฟีฟ่าอีกด้วย

            แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ไม่น่าจดจำ แต่สำหรับนักเตะอาชีพ นี่คืออีกหนึ่งบททดสอบสำคัญที่คาลูลูต้องผ่านให้ได้ เพื่อพิสูจน์ตัวเองและกลับมายืนหยัดในแนวรับของยูเวนตุสอย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง


ทีมชาติฝรั่งเศส :


            คาลูลู เริ่มต้นเส้นทางทีมชาติตั้งแต่ระดับเยาวชนของฝรั่งเศสตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2018 โดยไต่เต้าผ่านชุดเล็กหลายรุ่น และมีส่วนร่วมในศึก ยูฟ่า ยูโร ยู-19 ปี 2019 ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญในการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ระดับนานาชาติ

            ก่อนที่ความพยายามจะสัมฤทธิ์ผล เมื่อเขาได้ประเดิมสนามให้ทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ครั้งแรกในวันที่ 5 มิถุนายน 2025 ในเกมพบกับ สเปน ศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ที่สนาม MHPArena เมืองสตุตการ์ต

            จากดาวรุ่งในทีมเยาวชน สู่การติดธง “ตราไก่” ชุดใหญ่ คาลูลูกำลังก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในแนวรับของฝรั่งเศส และมีโอกาสพัฒนาบทบาทของตัวเองในเวทีระดับโลกต่อไปในอนาคต

สไตล์การเล่น :

            ปิแอร์ คาลูลู คือภาพแทนของกองหลังยุคใหม่ที่ครบเครื่องทั้งความเร็ว พลัง และเทคนิค โดยเจ้าตัวสามารถเล่นได้ทั้งเซ็นเตอร์แบ็กฝั่งขวาและแบ็กขวา ปัจจุบันค้าแข้งกับ ยูเวนตุส และกลายเป็นหนึ่งในแนวรับที่ตอบโจทย์ฟุตบอลสมัยใหม่อย่างแท้จริง


            จุดเด่นของคาลูลูอยู่ที่สปีดจัดจ้านและการเพรสซิ่งที่ดุดัน เขามักอ่านเกมได้ขาด กล้าดันขึ้นสูงเพื่อสกัดเกมรุกตั้งแต่ต้นทาง เหมาะกับทีมที่เล่นไลน์กองหลังสูง เพราะสามารถใช้การคาดการณ์ตัดบอลก่อนคู่แข่งจะได้จังหวะสำคัญ

            นอกจากนี้ ในจังหวะเปลี่ยนเกมรับเป็นรุก คาลูลูยังแสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วในการถอยกลับและแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้ดี ทำให้เขาเป็นกองหลังที่ไม่เพียงแค่รับแน่นแต่ยังช่วยให้ทีมรักษาสมดุลเกมได้ตลอดทั้ง 90 นาที

ADS