ประวัติ ราดู ดรากูชิน แนวรับจอมทุ่มเทแห่งแดนผีดิบ

sittiwut | 15/05/2026 10:47 น. | 8 Views

 


ชื่อเต็ม : ราดู มาเตย์ ดรากูชิน (Radu Drăgușin)

วัน/เดือน/ปีเกิด : 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2002
ส่วนสูง : 1.91 ซม.
ตำแหน่ง : เซ็นเตอร์แบ็ก, แบ็กขวา
สโมสรปัจจุบัน : ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์


          ราดู ดรากูชิน คือกองหลังชาวโรมาเนียที่เล่นได้ทั้งเซ็นเตอร์แบ็กและแบ็กขวา ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ สโมสรดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ รวมถึงเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติโรมาเนียอีกด้วย

          เส้นทางลูกหนังของ ดรากูชิน เริ่มต้นกับทีมสำรองของ ยูเวนตุส ในปี 2020 ก่อนจะได้โอกาสประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุเพียง 18 ปี ด้วยสไตล์การเล่นที่แข็งแกร่ง ดุดัน และเล่นลูกกลางอากาศได้ดี ทำให้เขาถูกปล่อยยืมตัวเก็บประสบการณ์กับหลายสโมสรในอิตาลี ไม่ว่าจะเป็น ซามพ์โดเรีย, ซาแลร์นิตาน่า และ เจนัว

          ผลงานกับเจนัวโดดเด่นเกินต้าน จนสโมสรตัดสินใจเซ็นสัญญาถาวรในปี 2023 ก่อนที่ชื่อของเขาจะกลายเป็นข่าวใหญ่ในตลาดนักเตะเดือนมกราคมปีถัดมา เมื่อ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ทุ่มเงินเบื้องต้นราว 25 ล้านยูโร (ประมาณ 21.5 ล้านปอนด์) คว้าตัวไปร่วมทีม พร้อมสร้างสถิติเป็นนักฟุตบอลชาวโรมาเนียที่มีค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาล


ชีวิตช่วงต้นและชีวิตส่วนตัว :

          ชีวิตนอกสนามของ ราดู ดรากูชิน เขาเติบโตมาในครอบครัวสายกีฬาเต็มตัว เขาเกิดที่กรุง บูคาเรสต์ โดยมีคุณแม่ สเวตลานา ซิเมียน อดีตนักบาสเกตบอลทีมชาติโรมาเนีย และคุณพ่อ แดน ดรากูชิน อดีตนักวอลเลย์บอลทีมชาติ ทำให้เจ้าตัวซึมซับความเป็นนักกีฬามาตั้งแต่เด็ก ขณะที่ “เมย์รา” น้องสาวของเขา ก็เดินตามรอยครอบครัวด้วยการเล่นบาสเกตบอลเช่นกัน

          ด้านชีวิตส่วนตัว ดรากูชินประกาศหมั้นกับ โยอานา สแตน เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2025 ก่อนที่ทั้งคู่จะเข้าพิธีแต่งงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มกราคม 2026 ถือเป็นอีกช่วงเวลาสำคัญของปราการหลังชาวโรมาเนีย นอกเหนือจากความสำเร็จในเส้นทางลูกหนังกับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ และทีมชาติโรมาเนีย


เส้นทางลูกหนัง :

          เส้นทางลูกหนังของ ราดู ดรากูชิน เริ่มต้นจากการถูกลูกพี่ลูกน้องชักชวนให้ลองเล่นฟุตบอล ก่อนที่เขาจะเข้าร่วมทีมเยาวชนของ Sportul Studențesc ตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ

          ดรากูชินใช้เวลาอยู่กับสโมสรนาน 4 ปี พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แต่หลังจากทีมต้องยุบตัวลง เขาจึงย้ายไปอยู่กับ เรกัล สปอร์ต บูคูเรสติ ซึ่งกลายเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญในเส้นทางค้าแข้งของเขา ที่นั่น เจ้าตัวได้เล่นร่วมกับดาวรุ่งฝีเท้าดีหลายคน ไม่ว่าจะเป็น อ็อคตาเวียน โปเปสคู และ ลูกา ฟลอริกา โดยช่วงเวลาดังกล่าวช่วยหล่อหลอมให้ดรากูชินพัฒนาทั้งร่างกาย ความแข็งแกร่ง และความเข้าใจเกม จนเริ่มฉายแววเป็นกองหลังอนาคตไกลของวงการฟุตบอลโรมาเนีย


ยูเวนตุส :

          ปี 2018 คือจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตค้าแข้งของ ราดู ดรากูชิน เมื่อหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ของยุโรปอย่าง เชลซี, เปแอสเช และ แอตเลติโก้ มาดริด ต่างให้ความสนใจในตัวเขา แต่สุดท้ายเป็น ยูเวนตุส ที่คว้าตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัวราว 260,000 ยูโร

          ช่วงแรก ดรากูชินถูกส่งไปเล่นในทีมรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี แต่ด้วยพัฒนาการที่รวดเร็ว เขาก้าวขึ้นสู่ทีมยู-19 ในเวลาไม่นาน ก่อนจะได้ประเดิมสนามกับทีม Juventus Next Gen หรือทีมยู-23 เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2020 ในเกมพบกับ โปร ปาเทรีย ศึกเซเรีย ซี โดยลงสนามเป็นตัวสำรองตั้งแต่นาทีที่ 36


          ฟอร์มที่นิ่งเกินวัยทำให้ อันเดรีย ปีร์โล เรียกเขาขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของยูเวนตุสในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน สำหรับเกมเซเรีย อา ที่พบกับ ลาซิโอ ก่อนที่เจ้าตัวจะได้เปิดตัวทั้งในระดับสโมสรชุดใหญ่และเวทียุโรปอย่างเป็นทางการ ในเกมที่ “ม้าลาย” เอาชนะ ดินาโม เคียฟ 3-0 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม วันที่ 2 ธันวาคม 2020

          จากนั้นเพียง 11 วัน ดรากูชินก็ได้สัมผัสเกมลีกสูงสุดอิตาลีครั้งแรก หลังถูกส่งลงสนามแทน มัตไตส์ เดอ ลิกต์ ช่วงท้ายเกม ในแมตช์ที่ยูเวนตุสบุกชนะ เจนัว 3-1

          ต่อมาในวันที่ 13 มกราคม 2021 เจ้าตัวได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงครั้งแรกในศึก โคปปา อิตาเลีย และช่วยให้ยูเวนตุสเฉือนเจนัว 3-2 หลังต่อเวลาพิเศษ ขณะที่ประตูแรกในอาชีพของเขาเกิดขึ้นกับทีมยู-23 ในเกมชนะอัลบิโนเลฟเฟ่ 3-0 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีเดียวกัน ด้วยผลงานที่โดดเด่นทั้งกับทีมเยาวชนและทีมชุดใหญ่ ทำให้ยูเวนตุสไม่รอช้า จัดการต่อสัญญาระยะยาว 4 ปีให้กับดาวรุ่งชาวโรมาเนียรายนี้ในเดือนเมษายน 2021 ท่ามกลางความคาดหวังว่าเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักในแนวรับของสโมสรในอนาคต


ยืมตัว ซามพ์โดเรีย - ซาแลร์นิตาน่า :

          เพื่อโอกาสลงสนามที่มากขึ้น ราดู ดรากูชิน ถูก ยูเวนตุส ปล่อยยืมตัวไปเก็บประสบการณ์กับ ซามพ์โดเรีย ในศึก เซเรีย อา ตลอดฤดูกาล 2021–22


          โดย ดรากูชิน ประเดิมสนามให้ซามพ์โดเรียเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2021 ในเกมลีกที่ทีมเอาชนะสเปเซีย 2-1 โดยเขาถูกส่งลงมาแทน วาเลริโอ แวร์เร ที่มีอาการบาดเจ็บตั้งแต่นาทีที่ 19 ก่อนจะได้รับโอกาสลงเล่นเต็ม 90 นาทีครั้งแรกเพียงไม่กี่วันถัดมา ในเกมพ่าย อตาลันต้า 1-3 อย่างไรก็ตาม เส้นทางกับซามพ์โดเรียไม่ได้ราบรื่นนัก และสัญญายืมตัวถูกยกเลิกก่อนกำหนดในเดือนมกราคม 2022 ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปหาความท้าทายใหม่กับ ซาแลร์นิตาน่า แบบยืมตัวจนจบฤดูกาล

          กองหลังชาวโรมาเนียลงเล่นนัดแรกให้ซาแลร์นิตานาเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2022 พร้อมออกสตาร์ตเป็นตัวจริงทันที ในเกมเสมอกับ สเปเซีย 2-2 ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการสะสมประสบการณ์บนเวทีลีกสูงสุดอิตาลีของเจ้าตัว


เจนัว :

          หลังผ่านประสบการณ์ยืมตัวกับหลายสโมสรในอิตาลี ราดู ดรากูชิน ก็เริ่มค้นพบจุดเปลี่ยนสำคัญของตัวเอง เมื่อย้ายไปอยู่กับ เจนัว ในศึก เซเรีย บี แบบยืมตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2022 พร้อมออปชั่นซื้อขาด

          ดรากูชิน กลายเป็นหัวใจสำคัญในแนวรับของ เจนัว อย่างรวดเร็ว ด้วยสไตล์การเล่นที่แข็งแกร่ง เล่นลูกกลางอากาศได้โดดเด่น และอ่านเกมได้เกินวัย จนในเดือนมกราคม 2023 เอเย่นต์ของเขาออกมายืนยันว่า เจนัวตัดสินใจใช้ออปชันซื้อขาดเรียบร้อย หลังนักเตะทำผลงานได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ โดยค่าตัวอยู่ที่ราว 5.5 ล้านยูโร บวกโบนัสเพิ่มเติมอีก 1.8 ล้านยูโร

          ตลอดฤดูกาล 2022–23 ปราการหลังชาวโรมาเนียลงสนามถึง 40 นัดรวมทุกรายการ พร้อมยิงได้ 4 ประตู ช่วยให้ เจนัว จบอันดับ 2 ของลีก และคว้าตั๋วเลื่อนชั้นกลับสู่ เซเรีย อา ได้สำเร็จ เมื่อกลับมาสู่ลีกสูงสุดอิตาลี ดรากูชินยังคงโชว์ฟอร์มแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยเขาทำประตูแรกในเซเรีย อา ได้เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2023 ในเกมที่เจนัวเปิดบ้านเฉือน เวโรน่า ไป 1-0

          ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมตลอดปีส่งให้เจ้าตัวคว้ารางวัลนักฟุตบอลโรมาเนียยอดเยี่ยมแห่งปี 2023 จากหนังสือพิมพ์กีฬา กาเซต้า สปอร์ตูริลอร์ ก่อนจะตอกย้ำความร้อนแรงอีกครั้งช่วงปลายเดือนธันวาคม ด้วยการโหม่งประตูตีเสมอช่วยเจนัวไล่เจ๊า อินเตอร์ มิลาน 1-1 ท่ามกลางเสียงชื่นชมจากแฟนบอลและสื่ออิตาลีทั่วประเทศ


ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ :

          เดือนมกราคม 2024 ชื่อของ ราดู ดรากูชิน กลายเป็นหนึ่งในนักเตะเนื้อหอมที่สุดของตลาดซื้อขาย หลังมีข่าวได้รับความสนใจจากทั้ง ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ และ บาเยิร์น มิวนิค ก่อนที่สุดท้ายจะเป็น “ไก่เดือยทอง” ที่คว้าตัวเขาไปร่วมทีม พร้อมเซ็นสัญญายาวถึงปี 2030

          ค่าตัวการย้ายทีมเบื้องต้นอยู่ที่ 25 ล้านยูโร หรือประมาณ 21.5 ล้านปอนด์ ส่งให้ดรากูชินกลายเป็นนักฟุตบอลชาวโรมาเนียที่มีค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาล แซงหน้าสถิติเดิมของ อาเดรียน มูตู ที่ย้ายจาก ปาร์ม่า ไป เชลซี เมื่อปี 2003 นอกจากนี้ เจนัว ยังมีโอกาสได้รับโบนัสเพิ่มเติมอีก 5 ล้านยูโรตามเงื่อนไขผลงานอีกด้วย


          ดรากูชินประเดิมสนามในศึก พรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2024 โดยลงมาเป็นตัวสำรองช่วงท้ายเกมแทน โอลิเวอร์ สคิปป์ ในแมตช์เสมอ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-2 ก่อนจะได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงครั้งแรกกับสเปอร์สในเกมบุกพ่าย ฟูแล่ม 0-3 เมื่อเดือนมีนาคม อย่างไรก็ตาม เส้นทางในอังกฤษของเจ้าตัวไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบทั้งหมด ในเกมประเดิมสนามศึก ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก วันที่ 26 กันยายน 2024 เขาถูกใบแดงไล่ออกจากสนามตั้งแต่นาทีที่ 7 แม้สุดท้ายสเปอร์สจะเอาชนะ คาราบัก ไปได้ 3-0 ก็ตาม

          ช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดเกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2025 เมื่อดรากูชินได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าหัวเข่าขวา (ACL) ระหว่างเกมกับ เอลฟ์บอร์ก ส่งผลให้ต้องพักยาวตลอดทั้งฤดูกาล แต่แม้จะไม่ได้ลงสนามในช่วงท้ายซีซัน เขายังได้รับเหรียญแชมป์ หลัง สเปอร์ส เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก ได้สำเร็จในเดือนพฤษภาคม


          หลังใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายหลายเดือน กองหลังทีมชาติโรมาเนียกลับมาลงซ้อมกับทีมชุดใหญ่ได้อีกครั้งในเดือนตุลาคม 2025 ก่อนเรียกความฟิตกับทีมยู-21 ในเกมอุ่นเครื่องแบบปิด และท้ายที่สุด เขาก็กลับมาลงสนามอย่างเป็นทางการได้อีกครั้งเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2025 โดยลงมาเป็นตัวสำรองช่วงท้ายเกม ในแมตช์ที่สเปอร์สเฉือนชนะ คริสตัล พาเลซ 1-0 ถือเป็นการคัมแบ็กที่แฟนบอลไก่เดือยทองรอคอยอย่างแท้จริง


ทีมชาติโรมาเนีย :

          ในระดับทีมชาติ ราดู ดรากูชิน เริ่มสร้างชื่อกับทีมชาติโรมาเนียชุดเยาวชน ก่อนถูกเรียกติดทีมลุยศึก ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี 2021 ภายใต้การคุมทีมของ อาเดรียน มูตู อดีตกองหน้าชื่อดังของประเทศ แม้ในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว ดรากูชินจะได้ลงสนามเพียงนัดเดียว แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์สำคัญ เมื่อเขาถูกส่งลงมาแทน อเล็กซ์ ปาชคานู ที่มีอาการบาดเจ็บ ในเกมเสมอกับ เยอรมัน ยู-21 แบบไร้สกอร์

          ปี 2022 คืออีกก้าวสำคัญในเส้นทางอาชีพ หลังเจ้าตัวถูกเรียกติดทีมชาติโรมาเนียชุดใหญ่เป็นครั้งแรก และได้ประเดิมสนามเมื่อวันที่ 25 มีนาคม ในเกมอุ่นเครื่องที่พ่ายทีมชาติกรีซ ไป 0-1 โดยลงสนามช่วงท้ายเกม


          หลังจากนั้น ดรากูชินค่อยๆ ก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักในแนวรับของทีมชาติ โดยในรอบคัดเลือก ยูโร 2024 เขาลงเล่นครบทั้ง 10 นัด ช่วยให้โรมาเนียจบแชมป์กลุ่ม ไอ โดยแพ้เพียงเกมเดียวให้กับ เบลเยี่ยม

          เมื่อถึงรอบสุดท้ายของยูโร 2024 เจ้าตัวมีชื่อติดทีมชุดลุยทัวร์นาเมนต์อย่างเป็นทางการ และได้ลงเล่นเป็นตัวจริงครบทั้ง 4 นัด จับคู่คุมแนวรับร่วมกับ อันเดรย์ บูร์กา พาโรมาเนียคว้าแชมป์กลุ่มได้อย่างน่าประทับใจ แม้สุดท้ายจะต้องหยุดเส้นทางไว้ที่รอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังพ่ายต่อ เนเธอร์แลนด์ 0-3

          อีกหนึ่งช่วงเวลาน่าจดจำเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2024 เมื่อดรากูชินยิงประตูแรกให้ทีมชาติโรมาเนียชุดใหญ่ได้สำเร็จ ในเกมบุกชนะ ไซปรัส 3-0 ศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ถือเป็นรางวัลตอบแทนพัฒนาการอันยอดเยี่ยมของกองหลังรายนี้บนเวทีนานาชาติ

 

สไตล์การเล่น :

          ด้วยรูปร่างสูงใหญ่ แข็งแกร่ง และเล่นลูกกลางอากาศได้โดดเด่น ราดู ดรากูชิน ถูกยกให้เป็นกองหลังสไตล์โมเดิร์นที่ครบเครื่องคนหนึ่งของยุคใหม่ โดยตำแหน่งถนัดของเขาคือเซ็นเตอร์แบ็ก แต่ก็สามารถขยับไปเล่นแบ็กขวาได้เช่นกันหากทีมต้องการ


          ดรากูชินเคยเปิดเผยว่า เขามอง เวอร์จิล ฟาน ไดย์ค เป็นแบบอย่างในการเล่นฟุตบอล ซึ่งหลายฝ่ายก็มองเห็นความคล้ายคลึงระหว่างทั้งคู่ โดยเฉพาะความนิ่งเวลาเล่นกับบอล การอ่านจังหวะเกม และการยืนตำแหน่งในแนวรับที่ดูเกินวัย นอกจากจุดเด่นด้านพละกำลังและเกมรับแบบดุดันแล้ว กองหลังชาวโรมาเนียยังมีความมั่นใจในการครองบอล สามารถพาบอลขึ้นจากแนวหลังได้ดี รวมถึงมีบุคลิกการเล่นที่สุขุม ไม่ตื่นตระหนกภายใต้ความกดดัน ทำให้เขาถูกมองว่าเป็นหนึ่งในปราการหลังอนาคตไกลของฟุตบอลยุโรป

          แม้อายุยังน้อย แต่สไตล์การเล่นที่แข็งแกร่งและมีวินัย ทำให้ดรากูชินกลายเป็นกำลังสำคัญของทั้ง สเปอร์ส และทีมชาติโรมาเนียได้อย่างรวดเร็ว

ADS