โศกนาฏกรรมของเอเวลิน แม็คเฮล: หญิงสาวเบื้องหลังภาพ “การฆ่าตัวตายที่งดงามที่สุด”
เอเวลิน แม็คเฮล ไม่ต้องการให้ใครได้เห็นร่างของเธอหลังความตาย ในจดหมายลาตาย เธอเขียนไว้ชัดเจนว่าไม่อยากให้ครอบครัวต้องเห็น “ส่วนใดส่วนหนึ่ง” ของร่างกายเธอเลย ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกอย่างโหดร้าย เพราะภาพการเสียชีวิตของเธอกลับกลายเป็นหนึ่งในภาพถ่ายที่โด่งดังที่สุดตลอดกาล
คำเตือน: บทความนี้มีเนื้อหาที่กล่าวถึงเหตุการณ์รุนแรงและอาจสร้างความสะเทือนใจแก่ผู้อ่าน
ความปรารถนาสุดท้ายของเอเวลินคือการจากไปอย่างเงียบงัน เธออยากให้ครอบครัวจดจำเธอในภาพของหญิงสาวคนเดิม ก่อนที่เธอจะก้าวออกจากดาดฟ้าชมวิวชั้น 86 ของตึกเอ็มไพร์สเตตแต่ทว่าความตั้งใจนั้นไม่เคยเป็นจริง เช้าวันที่ 1 พฤษภาคม ปี 1947 ร่างของแม็คเฮลร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า ก่อนจะกระแทกเข้ากับรถลีมูซีนขององค์การสหประชาชาติที่จอดอยู่ริมถนน เสียงร่างกายปะทะกับเหล็กดังสนั่นดึงดูดความสนใจของผู้คนบริเวณนั้น และในบรรดาผู้ที่วิ่งเข้ามาดูเหตุการณ์ มีนักศึกษาช่างภาพหนุ่มชื่อโรเบิร์ต ไวลส์ เขามาถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว และเพียงสี่นาทีหลังจากการเสียชีวิตของเธอ เขาก็กดชัตเตอร์ บันทึกภาพร่างของเอเวลินที่นอนนิ่งสงบอยู่ท่ามกลางซากโลหะบิดเบี้ยวเอาไว้ และภาพนั้น…จะกลายเป็นภาพที่โลกไม่มีวันลืม
ภาพที่ไวลส์ถ่ายไว้เผยให้เห็นร่างของเอเวลิน แม็คเฮลในสภาพที่ชวนประหลาดใจ เธอดูสงบนิ่งราวกับกำลังหลับใหล ร่างของเธอเอนนอนอยู่ท่ามกลางซากรถที่ยับเยิน เท้าทั้งสองไขว้กันอย่างเป็นระเบียบ มือซ้ายที่สวมถุงมือวางอยู่บนหน้าอก พร้อมกำสร้อยไข่มุกเอาไว้แน่น หากมองภาพนี้โดยไม่รู้เบื้องหลัง มันแทบดูเหมือนฉากที่ถูกจัดวางขึ้นอย่างตั้งใจ แต่ความจริงกลับมืดมนกว่านั้นมาก และไม่นานหลังจากนั้น ภาพถ่ายของไวลส์ก็แพร่กระจายไปทั่วโลก
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ปี 1947 ภาพนี้ได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสาร LIFE ในฐานะ “ภาพประจำสัปดาห์” และร่างของแม็คเฮลซึ่งเธอหวังว่าไม่มีใครจะได้เห็นหลังความตาย กลับกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วโลกได้จ้องมอง
แล้วเอเวลิน แม็คเฮลคือใครกันแน่? อะไรคือเหตุผลที่ผลักดันให้เธอก้าวกระโดดจากตึกเอ็มไพร์สเตตในเดือนพฤษภาคม ปี 1947? นี่คือเรื่องราวของหญิงสาวลึกลับ ผู้ปรากฏอยู่ในภาพที่ถูกขนานนามว่า “การฆ่าตัวตายที่งดงามที่สุด”
ชีวิตลึกลับของเอเวลิน แม็คเฮล :แม้ว่าการเสียชีวิตของเธอจะกลายเป็นที่จดจำไปทั่วโลกจากภาพ “การฆ่าตัวตายที่งดงามที่สุด” แต่เรื่องราวชีวิตของเอเวลิน แม็คเฮลกลับเลือนรางอย่างน่าประหลาด ราวกับถูกกลืนหายไปพร้อมกับกาลเวลา
เอเวลินเกิดเมื่อวันที่ 20 กันยายน ปี 1923 ที่เมืองเบิร์กลีย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เธอเป็นลูกคนที่หกจากพี่น้องทั้งหมดเจ็ดคน ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ Codex 99 ชีวิตวัยเด็กของเธอไม่ได้ราบรื่นนัก ครอบครัวของเธอต้องย้ายที่อยู่บ่อยครั้งตามหน้าที่การงานของพ่อ ขณะเดียวกัน แม่ของเอเวลินก็มีอาการซึมเศร้าอย่างรุนแรง ซึ่งถูกเชื่อว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ชีวิตคู่ของพ่อแม่เธอพังทลายลง ในปี 1940 ทั้งสองแยกทางกัน และหลังจากการหย่าร้างเสร็จสิ้น สิทธิ์ในการเลี้ยงดูก็ตกเป็นของผู้เป็นพ่อ
หลังจากนั้น เอเวลินเข้าเรียนมัธยมปลายในเมืองเซนต์หลุยส์ เคยสมัครเข้าร่วมหน่วย Women’s Army Corps อยู่ช่วงสั้นๆ ก่อนจะย้ายไปที่เมืองบอลด์วิน บนลองไอแลนด์ เพื่ออาศัยอยู่กับพี่ชายคนหนึ่ง และเริ่มต้นทำงานเป็นพนักงานบัญชีในแมนฮัตตัน
ในปี 1945 ชีวิตของเธอดูเหมือนจะเริ่มมีความหวัง เมื่อเธอได้พบกับแบร์รี โรดส์ ชายหนุ่มที่กลายมาเป็นคู่หมั้นของเธอ ทั้งสองเริ่มวางแผนแต่งงานกันอย่างจริงจัง โดยตั้งใจจะจัดพิธีในเดือนมิถุนายน ปี 1947 ที่บ้านของพี่ชายของแบร์รี แต่แผนการทั้งหมดกลับไม่มีวันเกิดขึ้น เพียงหนึ่งเดือนก่อนถึงวันแต่งงาน เอเวลิน แม็คเฮลตัดสินใจจบชีวิตของตนเอง ทิ้งไว้เพียงคำถาม และเรื่องราวที่ยังคงคลุมเครือมาจนถึงทุกวันนี้
เบื้องหลัง “การฆ่าตัวตายที่งดงามที่สุด” :อะไรคือสิ่งที่ผลักดันให้หญิงสาวผู้สวยงาม มีอนาคต และกำลังจะเข้าสู่ชีวิตแต่งงาน ตัดสินใจจบชีวิตของตัวเอง? หากเรื่องราวชีวิตของเอเวลิน แม็คเฮลยังคงเลือนราง ความรู้สึกภายในใจของเธอก็ยิ่งเป็นปริศนาที่ไม่มีใครล่วงรู้
หนึ่งวันก่อนเหตุการณ์ วันที่ 30 เมษายน ปี 1947 เอเวลินได้ไปเยี่ยมคู่หมั้นของเธอ แบร์รี โรดส์ ภายหลังเขาเล่าว่า ทุกอย่างดูเป็นปกติในเช้าวันที่เธอจากไป แม้จะยอมรับว่าเอเวลินเคยแสดงความกังวลเกี่ยวกับการแต่งงานที่กำลังจะมาถึง
“เธอมักพูดเสมอว่า กลัวว่าจะเป็นภรรยาที่ดีไม่ได้” เขากล่าวในภายหลัง “แต่ตอนที่ผมจูบลา เธอดูมีความสุข และเป็นปกติไม่ต่างจากผู้หญิงคนอื่นที่กำลังจะแต่งงาน”
ทว่าความกังวลเหล่านั้น ดูเหมือนจะลึกซึ้งเกินกว่าที่ใครจะมองเห็น เช้าวันที่ 1 พฤษภาคม ปี 1947 เอเวลินเดินทางมาถึงนิวยอร์กในเวลาประมาณเก้าโมงเช้า เธอเขียนจดหมายลาตายลงบนกระดาษของโรงแรม Governor Clinton ก่อนจะซื้อตั๋วขึ้นไปยังจุดชมวิวของตึกเอ็มไพร์สเตต จากนั้น เธอถอดเสื้อโค้ตออกอย่างสงบ พับวางไว้บนราวกั้นอย่างเรียบร้อย แล้วเอเวลิน แม็คเฮล…ก็ก้าวออกไปจากชั้น 86 นั้นเองเบื้องล่างบนท้องถนน สัญญาณแรกที่บอกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ปรากฏในรูปของผ้าพันคอสีขาวที่พยานเห็นว่ากำลังลอยละล่องอยู่กลางอากาศ ก่อนที่ไม่กี่อึดใจต่อมา—เสียงกระแทกจะดังสนั่น
เอเวลิน แม็คเฮลร่วงหล่นจากความสูงกว่า 1,000 ฟุต ก่อนกระแทกลงบนหลังคารถลีมูซีนขององค์การสหประชาชาติ เธอกลายเป็นผู้เสียชีวิตรายที่ 12 ที่กระโดดลงมาจากตึกเอ็มไพร์สเตต นับตั้งแต่เปิดให้ประชาชนเข้าชมในปี 1931 แต่คำถามสำคัญยังคงค้างคา ทำไมกัน? เบาะแสเพียงชิ้นเดียวที่เอเวลินทิ้งไว้ คือจดหมายลาตายของเธอ
ตามรายงานของ The St. Louis Star and Times:
“ฉันไม่ต้องการให้ใคร ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวหรือคนนอก ได้เห็นร่างของฉันแม้แต่ส่วนเดียว ได้โปรดเผาศพฉันเสีย ฉันขอร้องคุณและครอบครัวว่าอย่าจัดพิธีใดๆ ให้ฉัน และอย่าเก็บฉันไว้ในความทรงจำเลย”บรรทัดถัดมาในจดหมายของเธอ ถูกขีดทับไว้ราวกับความลังเลในวินาทีสุดท้าย : “คู่หมั้นของฉันขอฉันแต่งงานในเดือนมิถุนายน ฉันไม่คิดว่าฉันจะเป็นภรรยาที่ดีให้ใครได้เลย เขาควรมีชีวิตที่ดีกว่านี้โดยไม่มีฉัน”
ก่อนที่เอเวลินจะเขียนทิ้งท้ายไว้ว่า : “บอกพ่อของฉันด้วย ว่าฉันมีนิสัยแบบแม่มากเกินไป”
ท้ายที่สุด ร่างของเธอถูกเผาตามความประสงค์ และไม่มีพิธีศพใดๆ เกิดขึ้นแต่ความปรารถนาที่เธออยากให้ไม่มีใครได้เห็นร่างของเธอนั้น…กลับไม่เคยเป็นจริง เพียงไม่ถึงสองสัปดาห์หลังการเสียชีวิต ภาพถ่ายของโรเบิร์ต ไวลส์ก็ถูกตีพิมพ์ และแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นหนึ่งในภาพที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ภาพของหญิงสาวที่ต้องการจะเลือนหายไปจากโลก แต่กลับถูกจดจำไปชั่วกาลนาน
มรดกของโศกนาฏกรรมเอเวลิน แม็คเฮล :จนถึงวันนี้ ภาพช่วงเวลาสุดท้ายของเอเวลิน แม็คเฮล ยังคงถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในภาพถ่ายที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา นับตั้งแต่ถูกบันทึกไว้ในวันนั้นของเดือนพฤษภาคม ภาพดังกล่าวก็กลายเป็นเสมือนสัญลักษณ์บางอย่างที่ยากจะลบเลือน
สื่อมวลชนพากันเรียกมันว่า “การฆ่าตัวตายที่งดงามที่สุด” ขณะที่ศิลปินชื่อดังอย่าง แอนดี วอร์ฮอล ยังได้นำภาพนี้ไปใช้เป็นแรงบันดาลใจในผลงานพิมพ์ของเขา Suicide (Fallen Body)
เช่นเดียวกับภาพถ่ายระดับตำนานอื่นๆ อย่าง “Kiss of Life” ภาพนี้ถ่ายทอดช่วงเวลาที่ทั้งงดงามและสะเทือนอารมณ์ และในกรณีนี้ มันคือความงามที่แฝงด้วยความเศร้าอย่างลึกซึ้ง
ทว่า ยิ่งภาพนี้เป็นที่รู้จักมากขึ้นเท่าไร เรื่องราวของหญิงสาวในภาพกลับยิ่งพร่าเลือนและคลุมเครือมากขึ้นเท่านั้น อะไรคือเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้เอเวลิน แม็คเฮลเลือกจบชีวิตของตนเอง? เหตุใดเธอจึงเลือกกระโดดจากตึกเอ็มไพร์สเตต? คำตอบทั้งหมดที่โลกมี คือเศษเสี้ยวความรู้สึกที่เธอทิ้งไว้ในจดหมายลาตาย และบางที…เรื่องราวทั้งหมดของเธอ อาจไม่มีวันถูกเปิดเผยอย่างแท้จริงเลย









