ประวัติ โยโร กำแพงสุดแกร่งแห่งทัพปีศาจแดง
ชื่อเต็ม : เลนี ฌอง-ลุค โยโร (Leny Jean-Luc Yoro)
วัน/เดือน/ปีเกิด : 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 2005
ส่วนสูง : 1.90 ซม.
ตำแหน่ง : เซ็นเตอร์แบ็ก
สโมสรปัจจุบัน : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เลนี โยโร เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวฝรั่งเศส เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กให้กับสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และทีมชาติฝรั่งเศสรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีโยโรเป็นผลผลิตจากอะคาเดมีของ ลีลล์ โดยเข้าร่วมสโมสรตั้งแต่วัยเด็ก ก่อนจะสร้างประวัติศาสตร์ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ด้วยวัยเพียง 16 ปี 6 เดือน 1 วัน ในเกมลีกเอิงเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2022 กลายเป็นหนึ่งในนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ได้ลงสนามในระดับอาชีพของสโมสร
ในฤดูกาลแรกกับทีมชุดใหญ่ โยโรมักถูกใช้งานในบทบาทตัวสำรองเป็นหลัก แต่ในฤดูกาลเต็มถัดมา เจ้าตัวพัฒนาแบบก้าวกระโดดจนกลายเป็นแกนหลักในแนวรับของลีลล์ทั้งที่ยังเป็นวัยรุ่น พร้อมประเดิมเวทียุโรปครั้งแรกในเดือนสิงหาคม 2023 ผลงานอันโดดเด่นส่งให้เขามีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมลีกเอิง ฤดูกาล 2023–24
เดือนกรกฎาคม ปี 2024 โยโรก้าวสู่บทใหม่ในอาชีพค้าแข้ง หลังย้ายร่วมทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวราว 62 ล้านยูโร (ประมาณ 52.2 ล้านปอนด์) ทำสถิติเป็นนักเตะอายุไม่เกิน 18 ปีที่มีค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ และยังติดอันดับหนึ่งในเซ็นเตอร์แบ็กค่าตัวสูงที่สุดตลอดกาลอีกด้วย
ในระดับทีมชาติ โยโรผ่านการรับใช้ทีมชาติฝรั่งเศสมาแล้วทุกช่วงอายุ ไล่ตั้งแต่ ยู-17, ยู-18, ยู-19, ยู-21 ไปจนถึง ยู-23 สะท้อนถึงเส้นทางดาวรุ่งที่ถูกจับตามองอย่างยิ่งของวงการลูกหนังฝรั่งเศสและยุโรป
ชีวิตช่วงต้น :เลนี โยโร เกิดเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ค.ศ. 2005 ที่เมืองแซงต์-มอริส ประเทศฝรั่งเศส และใช้ชีวิตในช่วงวัยเด็กอยู่แถบชานกรุงปารีส ก่อนจะย้ายมาเติบโตในย่านลิลล์ โดยโยโรเป็นบุตรชายของ อแลง โยโร อดีตนักฟุตบอลเชื้อสายไอวอรีโคสต์ ซึ่งเคยค้าแข้งให้กับทีมสำรองของลีลล์ ขณะที่มารดา ฟลอร์ โบญีส์ เป็นชาวฝรั่งเศสจากภาคเหนือ โดยชื่อ “เลนี” ของเขา ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก เลนนี คราวิตซ์ นักร้องระดับโลกคนโปรดของคุณแม่
เขามีน้องชายทั้งหมด 3 คน ได้แก่ โรเมโอ, เอเดน และเอสเตบัน ซึ่งในจำนวนนี้มี 2 คนที่เดินตามรอยพี่ชายและอยู่ในระบบเยาวชนของสโมสรลีลล์
เส้นทางลูกหนังของโยโรเริ่มต้นตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบ กับสโมสรท้องถิ่นในเมืองอัลฟอร์วิลล์ ก่อนจะย้ายตามครอบครัวมายังพื้นที่ลิลล์ หลังจากนั้นเขาขัดเกลาฝีเท้าในเมือง วิลเนิฟ-ดาสก์ ซึ่งเป็นที่ที่เขาเติบโตขึ้นหลังพ่อแม่แยกทางกัน ก่อนจะก้าวเข้าสู่อะคาเดมีของ ลีลล์ อย่างเป็นทางการในปี 2017
อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญเกิดขึ้นเมื่อโยโรมีอายุ 15 ปี เขาได้ประเดิมสนามในศึก ยูฟ่า ยูธ ลีก เกมพบกับเซบีญา เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2021 โดยถูกส่งลงสนามในช่วงนาทีที่ 79 และเพื่อเป็นการระลึกถึงจุดเริ่มต้นบนเวทียุโรปครั้งนั้น เขาจึงเลือกสวมเสื้อหมายเลข 15 หลังจากก้าวขึ้นสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพ
ชีวิตส่วนตัว :นอกเหนือจากเส้นทางลูกหนังแล้ว เลนี โยโร ยังให้ความสำคัญกับการศึกษาไม่แพ้กัน โดยหลังจากเติบโตและฝึกฝีเท้าในอะคาเดมีของลีลล์ เขาสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายสาย วิทยาการจัดการ (STMG)
ก่อนย้ายมาค้าแข้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเริ่มต้นชีวิตใหม่ในตอนเหนือของอังกฤษ โยโรยังคงอาศัยอยู่กับคุณแม่และน้องชายทั้งสามคน สะท้อนภาพของนักเตะดาวรุ่งที่ยังคงใช้ชีวิตเรียบง่ายและผูกพันกับครอบครัว นอกจากนี้ โยโร ยังเป็นคนรักสัตว์ โดยเขามีสุนัขคู่ใจอยู่ 2 ตัว ชื่อว่า คิงส์ตัน และ ดูกี ซึ่งมักจะปรากฏในโพสต์บนโซเชียลมีเดียของเจ้าตัวอยู่เป็นระยะ
ในด้านความเชื่อ โยโรเป็นคริสเตียนที่เคร่งศรัทธา เขามีรอยสักหลายตำแหน่งบนร่างกายที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อทางศาสนา และมักอ้างอิงข้อพระคัมภีร์ไบเบิลผ่านโซเชียลมีเดียอย่างสม่ำเสมอ โดยสมัยที่ยังค้าแข้งในฝรั่งเศสกับลีลล์ เขาเคยเข้าร่วมโบสถ์อีวานเจลิคัลเป็นประจำ
เส้นทางอาชีพสโมสรลีลล์ ฤดูกาล 2022–23 :
โยโรเริ่มต้นเส้นทางระดับอาชีพกับทีมสำรองของลีลล์ ในปี 2022 ก่อนที่ฟอร์มจะไปเข้าตาจนสโมสรรีบจับเซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2022 โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2022 ในเกมลีกเอิงที่ลีลล์เปิดบ้านเอาชนะนีซ 3-1 ซึ่งเป็นการลงสนามนัดแรกในอาชีพของโยโรกับทีมชุดใหญ่ และด้วยวัยเพียง 16 ปี 6 เดือน 1 วัน เขากลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดอันดับสองในประวัติศาสตร์สโมสรลีลล์ เป็นรองเพียง โฌแอล เดอแพรเตอร์-อองรี และแซงหน้า เอเด็น อาซาร์ ไปอย่างเป็นทางการ
ช่วงต้นเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน ลีลล์ตอกย้ำความเชื่อมั่นในตัวแนวรับดาวรุ่งรายนี้ ด้วยการขยายสัญญาออกไปจนถึงเดือน มิถุนายน 2025
เข้าสู่ฤดูกาล 2022–23 โยโรถูกดันขึ้นมาเป็นสมาชิกถาวรของทีมชุดใหญ่ที่ลุยศึกลีกเอิง และเมื่อวันที่ 17 กันยายน เขาได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมอาชีพนัดแรก ช่วยให้ลีลล์เปิดบ้านเอาชนะ ตูลูส 2-1
หลังเกม เปาโล ฟอนเซก้า กุนซือในเวลานั้น กล่าวชื่นชมลูกทีมวัย 16 ปีว่า : “เลนีสมควรได้รับโอกาสนี้ จากวิธีการทำงานร่วมกับทีม เขาทำผลงานได้ดีมาก เต็มไปด้วยคาแรกเตอร์ แม้อายุเพียง 16 ปี”
แม้จะเป็นเพียงเซ็นเตอร์แบ็กลำดับที่สี่ รองจากกัปตันทีมมากประสบการณ์อย่าง โชเซ ฟอนเต, ติอาโก ฌาโล และอเล็กซานโดร แต่โยโรก็ปิดฤดูกาลด้วยสถิติ ลงเล่นในลีกเอิง 13 นัด เป็นตัวจริง 8 นัด และเก็บเวลาลงสนามรวมมากกว่า 750 นาที ซึ่งถือเป็นการแจ้งเกิดเต็มตัวของแนวรับอนาคตไกลรายนี้
ฤดูกาล 2023–24 : แจ้งเกิดเต็มตัว และประเดิมเวทียุโรปในฤดูกาลที่สองแบบเต็มรูปแบบบนเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ เลนี โยโร ก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริงถาวรในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กฝั่งขวา และลงสนามไปถึง 32 จาก 34 นัดในลีกเอิง แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจจากทีมงานสตาฟฟ์อย่างชัดเจน และด้วยวัยเพียง 18 ปี โยโรกลายเป็นนักเตะที่ถูกใช้งานมากเป็นอันดับสองของลีกฝรั่งเศส โดยลงเล่นรวมทุกรายการถึง 3,690 นาที สะท้อนบทบาทหัวใจแนวรับของลีลล์อย่างแท้จริง
วันที่ 24 สิงหาคม 2023 เขาทำประตูแรกในสีเสื้อลีลล์ได้สำเร็จ ในเกมยูฟ่า ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ ลีก รอบเพลย์ออฟ นัดแรก ที่เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ ริเยกา 2-1 ก่อนจะเดินหน้าสร้างผลงานต่อเนื่องด้วยประตูแรกในลีกเอิง จากลูกวอลเลย์ยิงมุมแคบ ในเกมบุกเสมอ แรนส์ 2-2 หนึ่งเดือนถัดมา
นอกจากนี้ โยโรยังยิงประตูแรกต่อหน้าแฟนบอลที่ สต๊าด ปิแอร์-โมรัว ได้สำเร็จจากลูกโหม่ง ในเกมเสมอ ตูลูส 1-1 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2023 อีกด้วย
ในเดือนเมษายน 2024 โยโรลงเล่นครบทุกนาทีในรอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่า ยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ ลีก ทั้งสองนัดที่พบกับ แอสตัน วิลลา โดยลีลล์พลาดเข้ารอบรองชนะเลิศอย่างน่าเสียดาย หลังพ่ายในการดวลจุดโทษ
เมื่อปิดฤดูกาล ลีลล์จบอันดับ 4 ของลีกเอิง คว้าสิทธิ์กลับสู่เวทียุโรปอีกครั้ง และผ่านเข้าไปเล่นรอบคัดเลือกและเพลย์ออฟของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2024–25 ซึ่งโยโรถือเป็นหนึ่งในกำลังหลักที่พาทีมประสบความสำเร็จ
ผลงานเชิงสถิติของโยโรยิ่งตอกย้ำความยอดเยี่ยม เมื่อมีรายงานในเดือนตุลาคม 2023 ระบุว่า เขาเป็น กองหลังที่ชนะการดวลมากเป็นอันดับสองของยุโรป ในบรรดานักเตะทุกช่วงอายุ ด้วยอัตราความสำเร็จสูงถึง 89% และยังเป็นผู้เล่นอายุต่ำกว่า 23 ปีที่ชนะการดวลภาคพื้นดินมากที่สุดอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น โยโรยังเป็นหนึ่งในกองหลังไม่กี่รายของยุโรปที่ทำผลงานติด ท็อป 10% ทั้งในด้านอัตราความสำเร็จในการดวลเกมรับ และการดวลลูกกลางอากาศ เคียงข้างปราการหลังระดับโลกอย่าง เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค
ด้านการออกบอล เขายังถูกจัดให้เป็นหนึ่งในนักเตะจ่ายบอลดีที่สุดของลีกเอิง โดยจนถึงเดือนมีนาคม 2024 เขาผ่านบอลไปแล้ว 1,537 ครั้ง มากเป็นอันดับ 7 ของลีกในทุกตำแหน่ง พร้อมอัตราความแม่นยำสูงถึง 92.3% และจากผลงานอันโดดเด่นส่งให้โยโรมีชื่อลุ้นรางวัล ดาวรุ่งยอดเยี่ยมลีกเอิง ฤดูกาล 2023–24 และถูกเลือกติด ทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล ท่ามกลางเสียงยกย่องจากกูรูฟุตบอลว่าเป็นหนึ่งในกองหลังดาวรุ่งที่ดีที่สุดของยุโรป และมีศักยภาพก้าวขึ้นสู่ระดับเวิลด์คลาสในอนาคต
หลังพิธีมอบรางวัล UNFP โยโรกล่าวด้วยความถ่อมตัวว่า
“มันเหมือนความฝันในวัยเด็กที่เป็นจริง ฤดูกาลนี้ยอดเยี่ยมมาก ทั้งแฟนบอล สตาฟฟ์ และเพื่อนร่วมทีม ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับความสนใจ แต่ในฐานะนักฟุตบอล คุณต้องคุ้นเคยกับสิ่งเหล่านี้ สุดท้ายผมแค่เล่นฟุตบอลในแบบของผม ไม่ว่าใครจะดูอยู่ก็ตาม”
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด :ฤดูกาล 2024–25 : ออกไปหาความท้าทาย และบทใหม่บนแผ่นดินอังกฤษ
วันที่ 18 กรกฎาคม 2024 เลนี โยโร เปิดฉากบทใหม่ในอาชีพค้าแข้งอย่างเป็นทางการ หลังเซ็นสัญญาย้ายร่วมทัพ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก ด้วยสัญญา 5 ปี พร้อมออปชันขยายเพิ่มอีก 1 ปี
รายงานจากสื่อหลายสำนักระบุว่า ค่าตัวเบื้องต้นของดีลนี้อยู่ที่ 62 ล้านยูโร (ราว 52.2 ล้านปอนด์) พร้อมแอดออนตามผลงานอีกสูงสุด 8 ล้านยูโร ทำให้โยโรกลายเป็น นักเตะอายุไม่เกิน 18 ปีที่ค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์ และยังติดอันดับหนึ่งในเซ็นเตอร์แบ็กค่าตัวสูงที่สุดตลอดกาลอีกด้วย โดยเจ้าตัวรับค่าเหนื่อยราว 5.9 ล้านปอนด์ต่อปี (ก่อนหักภาษี) พร้อมโบนัสเพิ่มเติมตามผลงาน
โยโรได้รับเสื้อหมายเลข 15 ซึ่งเป็นเบอร์เดียวกับที่เขาใช้สมัยค้าแข้งกับลีลล์ และยังเป็นหมายเลขในตำนานที่เคยถูกสวมโดย เนมานยา วิดิช อดีตกองหลังกัปตันทีมของสโมสรอีกด้วย ก่อนตัดสินใจเลือก “ปีศาจแดง” แนวรับดาวรุ่งรายนี้ยังตกเป็นเป้าหมายของบิ๊กทีมยุโรปอย่าง เรอัล มาดริด, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง รวมถึงคู่แข่งร่วมลีกอย่าง ลิเวอร์พูล อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เพียงสองสัปดาห์หลังการเซ็นสัญญา โยโรต้องเจออุปสรรคแรก เมื่อเขาได้รับบาดเจ็บกระดูกเท้าแตกในเกมอุ่นเครื่องช่วงปรีซีซั่นที่พบกับอาร์เซน่อล ส่งผลให้ต้องพักรักษาตัวไปช่วงหนึ่ง หลังฟื้นตัวกลับมาได้ โยโรประเดิมสนามอย่างเป็นทางการให้แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ในเกมพรีเมียร์ลีกที่บุกพ่ายอาร์เซน่อล 0-2 ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม โดยถูกส่งลงสนามเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 59
จุดไฮไลต์สำคัญเกิดขึ้นในวันที่ 10 เมษายน 2025 เมื่อโยโรทำประตูแรกในสีเสื้อ “ปีศาจแดง” ได้สำเร็จ จากลูกโหม่งช่วงทดเวลาครึ่งแรก ช่วยให้ทีมไล่ตีเสมอ 1-1 ในเกมบุกเจ๊า โอลิมปิก ลียง 2-2 ของศึกยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก จากการแอสซิสต์ของ มานูเอล อูการ์เต้
ในเกมนัดที่สอง โยโรยังคงออกสตาร์ตเป็นตัวจริง และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมสุดระทึกที่แมนฯ ยูไนเต็ดเอาชนะไป 5-4 หลังต่อเวลาพิเศษ โดยการเซฟลูกยิงสุดอันตรายของเขากลายเป็นคลิปไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์ แม้สุดท้ายปีศาจแดงจะพลาดแชมป์ หลังพ่ายให้กับ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ในนัดชิงชนะเลิศ แต่โยโรก็สร้างสถิติส่วนตัว ด้วยการเป็น ผู้เล่นอายุน้อยเป็นอันดับสองของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ได้ออกสตาร์ตในนัดชิงฟุตบอลยุโรป เป็นรองเพียง บรายอัน คิดด์ ตำนานของสโมสรที่ลงเล่นในรอบชิงยูโรเปี้ยน คัพ ปี 1968
ภายใต้การคุมทีมของ รูเบน อาโมริม โยโร ค่อยๆ ยึดตำแหน่งตัวจริงในแนวรับได้สำเร็จ และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่จุดสว่างของสโมสรในช่วงเวลาที่ยากลำบาก โดยหลังหายเจ็บ เขาลงเล่นให้ทีมไปแล้วมากกว่า 2,000 นาที และออกสตาร์ตเป็นตัวจริง 22 นัด ในทุกรายการ แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของปราการหลังดาวรุ่งรายนี้ในแผนสร้างทีมระยะยาวของ “ปีศาจแดง”
เส้นทางในนามทีมชาติฝรั่งเศส :
เลนี โยโร ถือเป็นหนึ่งในแข้งเยาวชนที่สหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศสจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเขาผ่านการรับใช้ทีมชาติฝรั่งเศสมาแล้วครบทุกช่วงอายุ ตั้งแต่ รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี (ยู-17) ไล่ขึ้นมาจนถึง ยู-23
โยโรเริ่มต้นเส้นทางทีมชาติในเดือน สิงหาคม 2021 เมื่อถูกเรียกติดทีมชาติฝรั่งเศส ยู-17 ด้วยวัยเพียง 15 ปี 9 เดือน 8 วัน ก่อนจะขยับขึ้นสู่ทีม ยู-18 ในปีถัดมา และลงสนามนัดแรกพบกับ เอสโตเนีย เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2022 พร้อมเก็บประสบการณ์ในระดับนี้รวมทั้งหมด 5 นัด
ปี 2023 แนวรับดาวรุ่งรายนี้ถูกดันขึ้นสู่ทีม ฝรั่งเศส ยู-19 เพื่อลุยศึกรอบคัดเลือกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป โดยลงประเดิมสนามในเกมพบกับ นอร์เวย์ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ก่อนจะก้าวกระโดดอีกครั้ง ด้วยการถูกเรียกติดทีม ฝรั่งเศส ยู-21 ภายใต้การคุมทีมของ เธียร์รี อองรี
โยโรลงเล่นนัดแรกกับทีม ยู-21 เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2023 ในเกมเปิดบ้านถล่ม เดนมาร์ก 4-1 ขณะมีอายุเพียง 17 ปี 9 เดือน 25 วัน และมีส่วนร่วมในเกมรอบคัดเลือก ยูโร ยู-21 ในปี 2025 รวม 3 นัด อีกด้วย
ต่อมาเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2024 โยโรได้ประเดิมสนามในระดับ ทีมชาติฝรั่งเศส ยู-23 ในเกมอุ่นเครื่องพบกับ ไอวอรีโคสต์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมทีมก่อนศึก โอลิมปิก 2024 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ โดยเขาได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงเคียงข้างอดีตเพื่อนร่วมทีมลีลล์อย่าง ลูคัส เชอวาลิเยร์ และ บาโฟเด ดิอากิเต้ เดือนถัดมา โยโรมีชื่อติดโผเบื้องต้นสำหรับการแข่งขันฟุตบอลชายในกีฬาโอลิมปิก อย่างไรก็ตาม สุดท้ายเจ้าตัวไม่ได้เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์ หลังสโมสรลีลล์ขอรั้งตัวไว้ เนื่องจากภารกิจสำคัญในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบคัดเลือกและเพลย์ออฟ ฤดูกาล 2024–25 ที่แข่งขันในช่วงเดือนสิงหาคม ก่อนเปิดฤดูกาลลีกเอิง
สไตล์การเล่น :เลนี โยโร เป็นกองหลังถนัดเท้าขวา สูง 1.90 เมตร รูปร่างโปร่งแต่คล่องตัว เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กได้ทั้งระบบกองหลัง 4 คน และ 3 คน ไม่ว่าจะยืนฝั่งขวาหรือฝั่งซ้ายของแนวรับก็ทำได้อย่างไม่ขัดเขิน
จุดเด่นของโยโรคือ การเล่นกับบอลและความนิ่งทางเทคนิค ได้รับคำชมอย่างต่อเนื่องในเรื่องการออกบอลจากแดนหลัง การคุมจังหวะเกม และการตัดสินใจที่เกินวัย ผสานกับการยืนตำแหน่งและการอ่านเกมที่แม่นยำ ทำให้เขาดูเป็นกองหลังสมัยใหม่อย่างแท้จริง
ด้วยความเร็วและช่วงขายาว โยโรสามารถไล่ตามเข้าสกัดคู่แข่งจากด้านหลังได้อย่างยอดเยี่ยม มักมีจังหวะ “โผล่มาแย่งบอลจากไหนไม่รู้” ในช่วงที่แนวรุกกำลังบังบอลหรือพยายามวิ่งตัดแนวรับ เขาชนะการดวลเกมรับได้บ่อย มีอัตราความสำเร็จสูง และเป็นกองหลังที่เลี้ยงผ่านได้ยาก
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วคือ ทัศนคติและสภาพจิตใจ ที่แข็งแกร่งเกินวัย สื่ออย่าง The Athletic เคยยกย่องฟอร์มการเล่นของเขาว่าเต็มไปด้วยความนิ่ง สุขุม และสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับแถวหน้าตั้งแต่ช่วงปีแรก ๆ ในอาชีพ รวมถึงช่วงออกสตาร์ตกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
แม้ในชีวิตส่วนตัวจะเป็นคนค่อนข้างเงียบ สุขุม และไม่หวือหวา แต่ในสนาม โยโรกลับถูกมองว่าเป็นผู้นำโดยธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น เขาเคยสวมปลอกแขนกัปตันทีมตั้งแต่สมัยเล่นชุดอายุไม่เกิน 13 ปี โดยหนึ่งในโค้ชเยาวชนของเขาเล่าว่า
“ทันทีที่เขาก้าวลงสนาม บุคลิกของเขาจะเปลี่ยนไป ผมลองจับเขาเล่นแทบทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นแบ็กขวา กองหน้า เขายอดเยี่ยมหมด ในสนามเขาเป็นผู้ชนะ เป็นคนสำคัญทั้งในเรื่องการสื่อสารและความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมทีม”
ด้วยบุคลิก ความนิ่ง และสไตล์การเล่นที่ครบเครื่อง ทำให้โยรถูกนำไปเปรียบเทียบกับปราการหลังระดับโลกอย่าง ราฟาแอล วาราน และ ริโอ เฟอร์ดินานด์ อยู่บ่อยครั้ง และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกองหลังอนาคตไกลที่สุดของยุคนี้











