ประวัติ บรูโน่ กีมาไรส์ จอมทัพสไตล์แซมบ้าของทัพสาลิกา
ชื่อเต็ม : บรูโน่ กีมาไรส์ โรดริเกซ มูร่า (Bruno Guimarães Rodriguez Moura)
วัน/เดือน/ปีเกิด : 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1997
ส่วนสูง : 1.82 ซม.
ตำแหน่ง : กองกลาง
สโมสรปัจจุบัน : นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด
บรูโน่ กีมาไรส์ คือหนึ่งในมิดฟิลด์สายพลังจากบราซิลที่กำลังสร้างชื่อบนเวทียุโรปอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเขาสวมปลอกแขนกัปตันทีมให้กับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมทั้งเป็นกำลังหลักของทีมชาติบราซิลอีกด้วยเส้นทางลูกหนังของกิมาไรส์เริ่มต้นอย่างจริงจังกับ แอตเลติโก้ พาราเนนเซ่ ในบ้านเกิด เขาโดดเด่นด้วยสไตล์การเล่นที่ครบเครื่อง อ่านเกมขาด ตัดบอลแม่น และจ่ายบอลคมกริบ จนได้รับการจับตามองจากหลายสโมสรในยุโรป ในปี 2020 คือจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเขาย้ายสู่ลีกเอิงกับโอลิมปิก ลียง และพัฒนาฝีเท้าขึ้นอีกขั้น ทั้งในแง่ความนิ่ง ความดุดัน และความเป็นผู้นำในแดนกลาง
ก่อนที่ปี 2022 กิมาไรส์จะก้าวสู่เวทีพรีเมียร์ลีกกับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และกลายเป็นหัวใจสำคัญของทีมอย่างรวดเร็ว ด้วยบุคลิกนักสู้และความสม่ำเสมอ เขาไม่เพียงยกระดับเกมแดนกลางของ “สาลิกาดง” แต่ยังได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมในเวลาต่อมาอีกด้วย
จากดาวรุ่งในบราซิล สู่จอมทัพแห่งพรีเมียร์ลีก บรูโน่ กิมาไรส์ คือภาพสะท้อนของนักเตะที่เติบโตด้วยความมุ่งมั่น และยังมีเส้นทางให้เขาเขียนประวัติศาสตร์อีกยาวไกลบนเวทีลูกหนังโลก
ชีวิตส่วนตัว :นอกสนามแข่งขัน บรูโน่ กิมาไรส์ ใช้ชีวิตเรียบง่ายและให้ความสำคัญกับครอบครัวอย่างมาก เขาเข้าพิธีแต่งงานกับ อานา ลิเดีย มาร์ตินส์ ในเดือนมิถุนายน 2023 ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกใต้รูปปั้นพระเยซูคริสต์อันโด่งดังแห่งนคร ริโอ เด จาเนโร สถานที่ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของบ้านเกิด
ทั้งคู่มีบุตรชายด้วยกันสองคน คนแรกเกิดเมื่อเดือนตุลาคม 2022 และคนที่สองลืมตาดูโลกในเดือนมีนาคม 2024 เติมเต็มชีวิตครอบครัวให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น นอกจากภาษาโปรตุเกสซึ่งเป็นภาษาแม่แล้ว กิมาไรส์ยังสามารถสื่อสารได้ทั้งภาษาฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษ และภาษาสเปน สะท้อนถึงประสบการณ์ชีวิตและเส้นทางลูกหนังที่พาเขาเดินทางข้ามทวีปมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
เส้นทางสโมสร
ก้าวแรกบนถนนลูกหนัง
บรูโน่ กิมาไรส์ เติบโตในย่านเซา คริสโตวาว เมือง ริโอ เด จาเนโร ประเทศบราซิล ชีวิตวัยเด็กของเขาเรียบง่าย คุณพ่อมีอาชีพขับแท็กซี่ ขณะที่คุณปู่เคยอพยพจากสเปนมายังเมืองฮาร์รา ทำให้เขาได้รับสิทธิถือสัญชาติสเปนตามสายเลือดของครอบครัว
เส้นทางนักเตะอาชีพเริ่มต้นกับสโมสร ออแด็กซ์ ริโอ โดยเขาได้ลงประเดิมสนามเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2015 ด้วยวัยเพียง 17 ปี ลงเล่นช่วงสามนาทีสุดท้าย ในเกมลีกของศึก คัมเปโอนาโต้ เปาลิสต้า นัดบุกชนะบรากันติโน่ 2-1 แม้จะเป็นเวลาในสนามเพียงสั้นๆ แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของเส้นทางอาชีพ
ปี 2017 คือช่วงเวลาที่ชื่อของเขาเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น หลังทำผลงานโดดเด่นในรายการ โคปา เซา เปาโล เดอ ฟูตบอล จูเนียร์ จนได้รับการดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่แบบเต็มตัว นับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้มิดฟิลด์ดาวรุ่งรายนี้เริ่มฉายแววบนเวทีฟุตบอลบราซิลอย่างแท้จริง
แอตเลติโก พาราเนนเซ่ :วันที่ 11 พฤษภาคม 2017 บรูโน่ กิมาไรส์ ย้ายร่วมทีม แอตเลติโก พาราเนนเ ด้วยสัญญายืมตัวจนถึงเดือนเมษายน 2018 โดยในช่วงแรกเขาถูกส่งไปเก็บประสบการณ์กับทีมรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เพื่อปรับตัวและสั่งสมความแข็งแกร่งก่อนก้าวสู่ทีมชุดใหญ่
โอกาสบนเวทีลีกสูงสุดของบราซิลมาถึงในวันที่ 17 มิถุนายน 2017 เมื่อเขาถูกส่งลงสนามเป็นตัวสำรองในครึ่งหลัง เกมบุกชนะ แอตเลติโก้ กัวเนนเซ่ 1-0 ในศึก บราซิล ซีรี่ เอ ถือเป็นอีกหมุดหมายสำคัญที่ทำให้มิดฟิลด์ดาวรุ่งรายนี้ได้พิสูจน์ตัวเองในระดับประเทศ
หลังโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจ สโมสรตัดสินใจซื้อขาดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2018 พร้อมมอบสัญญายาวถึงปี 2021 แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อแข้งรายนี้อย่างเต็มเปี่ยม และเพียงไม่นานหลังเซ็นถาวร เขาก็ทำประตูแรกในระดับอาชีพได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2018 ยิงประตูที่สี่ของทีมในเกมถล่ม ริโอ บรังโก พีอาร์ 7-1 ในศึก คัมปิโอนาโต้ พาราเนนเซ่
จากนั้นกิมาไรส์ก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริงแบบถาวรของทีมชุดใหญ่ ภายใต้การคุมทัพของ ติอาโก้ นูเนส ด้วยสไตล์การเล่นที่ครบเครื่อง ทั้งการคุมจังหวะเกม ความขยัน และความนิ่งเกินวัย ทำให้สโมสรตอบแทนด้วยการต่อสัญญาใหม่จนถึงปี 2023 เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2019 ตอกย้ำสถานะหัวใจสำคัญในแดนกลางของทีมอย่างแท้จริง
โอลิมปิก ลียง :วันที่ 29 มกราคม 2020 บรูโน่ กิมาไรส์ ตัดสินใจก้าวสู่เวทียุโรปอย่างเต็มตัว ด้วยการเซ็นสัญญา 4 ปีครึ่งกับ โอลิมปิก ลียง สโมสรชั้นนำแห่งศึกลีกเอิง ฝรั่งเศส ค่าตัวในการย้ายทีมครั้งนี้มีรายงานอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านยูโร ซึ่ง แอตเลติโก พาราเนนเซ่ ต้นสังกัดเดิมยังได้รับเงื่อนไขส่วนแบ่งการขายต่อในอนาคตอีก 20 เปอร์เซ็นต์ อีกด้วย
การย้ายมาลียงถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของมิดฟิลด์ชาวบราซิล เขาต้องปรับตัวทั้งสไตล์การเล่นที่เข้มข้นขึ้น จังหวะเกมที่รวดเร็วกว่าเดิม และความกดดันในฟุตบอลยุโรป แต่ด้วยความมั่นใจและคุณภาพในแดนกลาง กิมาไรส์ก็เริ่มต้นเส้นทางบทใหม่ได้อย่างน่าจับตา พร้อมประกาศตัวเป็นหนึ่งในแข้งบราซิลที่น่าติดตามบนเวทีลูกหนังยุโรปในเวลานั้น
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด :วันที่ 30 มกราคม 2022 บรูโน่ กิมาไรส์ เปิดบทใหม่ในอาชีพค้าแข้ง ด้วยการย้ายร่วมทัพ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก ด้วยสัญญา 4 ปีครึ่ง ค่าตัวรวมสูงสุดราว 40 ล้านปอนด์
เขาประเดิมสนามเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ในฐานะตัวสำรองช่วงท้ายเกมที่เปิดบ้านชนะ เอฟเวอร์ตัน 3-1 ก่อนจะสร้างความฮือฮาด้วยประตูแรกให้ทีม ในเกมบุกชนะเซาท์แฮมป์ตัน 2-1 เมื่อวันที่ 10 มีนาคม จากจังหวะวอลเลย์ไขว้หลังอันทรงพลัง ในนัดที่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงครั้งแรก
ฟอร์มร้อนแรงยังไม่หยุดแค่นั้น วันที่ 17 เมษายน เขากดสองประตูพาทีมเฉือนชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 โดยประตูชัยเกิดขึ้นในนาทีที่ 95 สร้างเสียงเฮกระหึ่มทั่วสนาม เซนต์ เจมส์ พาร์ก เลยทีเดียว
ปลายปี 2022 สโมสรจัดพิธีไว้อาลัยต่อการจากไปของตำนานลูกหนังโลก เปเล่ และกิมาไรส์ได้สวมเสื้อทีมชาติบราซิลลงสนามเพื่อเป็นเกียรติแก่ราชาลูกหนังผู้ล่วงลับ
ต่อมาวันที่ 7 ตุลาคม 2023 เขาต่อสัญญาฉบับใหม่กับสโมสรอีก 5 ปี ตอกย้ำบทบาทแกนหลักของทีม
ในฤดูกาล 2023–24 เขาวิ่งรวมระยะทางถึง 423 กิโลเมตร จาก 37 นัดในพรีเมียร์ลีก มากที่สุดในบรรดาผู้เล่นทั้งหมดของลีก สะท้อนถึงพลัง ความทุ่มเท และหัวใจนักสู้เกินร้อย หลังการย้ายทีมของ แมตต์ ริตชี่ ไปพอร์ทสมัธ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2024 กิมาไรส์ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้นำทีมร่วมกับ แดน เบิร์น, คีแรน ทริปเปียร์, จามาล ลาสเซลล์ส และ คัลลัม วิลสัน ก่อนที่วันที่ 19 สิงหาคม เขาจะได้รับการแต่งตั้งเป็นกัปตันทีมอย่างเป็นทางการ
ช่วงเวลาประวัติศาสตร์มาถึงในวันที่ 16 มีนาคม 2025 เมื่อกิมาไรส์กลายเป็นกัปตันทีมนิวคาสเซิ่ลคนแรกในรอบ 70 ปี ที่ชูถ้วยแชมป์ในประเทศ และเป็นแชมป์รายการแรกของสโมสรในรอบ 56 ปี หลังพาทีมเอาชนะ ลิเวอร์พูล ในนัดชิงชนะเลิศศึก ลีก คัพ หลังเสียงนกหวีดสุดท้าย มิดฟิลด์ชาวบราซิลกล่าวทั้งน้ำตาว่า ที่นี่คือบ้านหลังที่สองของเขา และสโมสรแห่งนี้กำลังสร้างประวัติศาสตร์ พร้อมทิ้งประโยคสะเทือนใจว่า วันหนึ่งเมื่อถึงเวลาต้องจากลา เขาอยากให้แฟนบอลร้องชื่อของเขาเหมือนที่พวกเขาเคยร้องให้กับตำนานอย่าง อลัน เชียเรอร์
ทีมชาติบราซิล :แม้บรูโน่ กิมาไรส์ จะมีสิทธิ์เลือกเล่นให้ทีมชาติสเปนจากสายเลือดของครอบครัว แต่ท้ายที่สุดเขาตัดสินใจสวมเสื้อทีมชาติบราซิล และเดินตามความฝันในนาม “แซมบ้า” อย่างเต็มภาคภูมิ
เขาเริ่มต้นกับทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในศึกคัดเลือกโอลิมปิกโซนอเมริกาใต้ปี 2020 ก่อนจะมีชื่อติดทีมลุยมหกรรมกีฬาโอลิมปิก เกมส์ โตเกียว 2020 ซึ่งจัดแข่งขันในปี 2021 นับเป็นอีกก้าวสำคัญบนเวทีระดับนานาชาติ
เดือนกันยายน 2020 กิมาไรส์ถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ เพื่อลงแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ พบกับโบลิเวีย และเปรู โดยก่อนหน้านั้นเขาเคยมีชื่อติดทีมในเดือนมีนาคมปีเดียวกัน แต่โปรแกรมถูกเลื่อนออกไปเพราะสถานการณ์โควิด-19
วันที่ 17 พฤศจิกายน 2020 เขาได้ประเดิมสนามให้ทีมชาติบราซิลอย่างเป็นทางการ ในเกมบุกชนะอุรุกวัย 2-0 กลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่เจ้าตัวจดจำไม่ลืม ต่อมาในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2022 เขามีชื่อติดทีมชาติบราซิลชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ตอกย้ำสถานะกำลังหลักของแดนกลาง “แซมบ้า” บนเวทีลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก
สไตล์การเล่น :
บรูโน่ กิมาไรส์ คือมิดฟิลด์สายครบเครื่องที่เล่นได้แบบ “ทำทุกอย่างในคนเดียว” เขาผสมผสานทักษะชั้นสูงเข้ากับพลังงานและความขยันแบบไม่รู้จักหมด ทำให้กลายเป็นหัวใจสำคัญของ นิวคาสเซิ่ล อย่างแท้จริง
เขาสามารถยืนต่ำในบทบาทเพลย์เมกเกอร์ตัวคุมจังหวะเกม หรือขยับขึ้นลงแบบมิดฟิลด์บ็อกซ์ทูบ็อกซ์ก็ได้อย่างลื่นไหล จุดเด่นของกิมาไรส์อยู่ที่การอ่านเกมแม่นยำ การจ่ายบอลทะลุแนวรับที่เฉียบคม และความสามารถพาบอลฝ่าแรงกดดันจากคู่แข่ง นอกจากนี้ เขายังโดดเด่นเรื่องการไล่เพรสซิ่ง การเข้าสกัด และการแย่งบอลกลับคืนมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ทีมสามารถเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้รวดเร็วในจังหวะเดียว
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ กิมาไรส์จึงไม่ได้เป็นแค่กองกลางธรรมดา แต่คือศูนย์กลางการขับเคลื่อนเกมของนิวคาสเซิล ทั้งในแง่การสร้างสรรค์เกมรุก การควบคุมจังหวะ และการเติมพลังให้ทีมตลอด 90 นาทีอีกด้วย










