ประวัติ บรูโน่ กีมาไรส์ จอมทัพสไตล์แซมบ้าของทัพสาลิกา

sittiwut | 20/02/2026 12:23 น. | 7 Views

 

 

ชื่อเต็ม : บรูโน่ กีมาไรส์ โรดริเกซ มูร่า (Bruno Guimarães Rodriguez Moura)
วัน/เดือน/ปีเกิด : 16 พฤศจิกายน ค.ศ. 1997
ส่วนสูง : 1.82 ซม.
ตำแหน่ง : กองกลาง
สโมสรปัจจุบัน : นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด


          บรูโน่ กีมาไรส์ คือหนึ่งในมิดฟิลด์สายพลังจากบราซิลที่กำลังสร้างชื่อบนเวทียุโรปอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเขาสวมปลอกแขนกัปตันทีมให้กับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมทั้งเป็นกำลังหลักของทีมชาติบราซิลอีกด้วย

          เส้นทางลูกหนังของกิมาไรส์เริ่มต้นอย่างจริงจังกับ แอตเลติโก้ พาราเนนเซ่ ในบ้านเกิด เขาโดดเด่นด้วยสไตล์การเล่นที่ครบเครื่อง อ่านเกมขาด ตัดบอลแม่น และจ่ายบอลคมกริบ จนได้รับการจับตามองจากหลายสโมสรในยุโรป ในปี 2020 คือจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเขาย้ายสู่ลีกเอิงกับโอลิมปิก ลียง และพัฒนาฝีเท้าขึ้นอีกขั้น ทั้งในแง่ความนิ่ง ความดุดัน และความเป็นผู้นำในแดนกลาง

          ก่อนที่ปี 2022 กิมาไรส์จะก้าวสู่เวทีพรีเมียร์ลีกกับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และกลายเป็นหัวใจสำคัญของทีมอย่างรวดเร็ว ด้วยบุคลิกนักสู้และความสม่ำเสมอ เขาไม่เพียงยกระดับเกมแดนกลางของ “สาลิกาดง” แต่ยังได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมในเวลาต่อมาอีกด้วย

          จากดาวรุ่งในบราซิล สู่จอมทัพแห่งพรีเมียร์ลีก บรูโน่ กิมาไรส์ คือภาพสะท้อนของนักเตะที่เติบโตด้วยความมุ่งมั่น และยังมีเส้นทางให้เขาเขียนประวัติศาสตร์อีกยาวไกลบนเวทีลูกหนังโลก


ชีวิตส่วนตัว :

          นอกสนามแข่งขัน บรูโน่ กิมาไรส์ ใช้ชีวิตเรียบง่ายและให้ความสำคัญกับครอบครัวอย่างมาก เขาเข้าพิธีแต่งงานกับ อานา ลิเดีย มาร์ตินส์ ในเดือนมิถุนายน 2023 ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกใต้รูปปั้นพระเยซูคริสต์อันโด่งดังแห่งนคร ริโอ เด จาเนโร สถานที่ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของบ้านเกิด

          ทั้งคู่มีบุตรชายด้วยกันสองคน คนแรกเกิดเมื่อเดือนตุลาคม 2022 และคนที่สองลืมตาดูโลกในเดือนมีนาคม 2024 เติมเต็มชีวิตครอบครัวให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น นอกจากภาษาโปรตุเกสซึ่งเป็นภาษาแม่แล้ว กิมาไรส์ยังสามารถสื่อสารได้ทั้งภาษาฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษ และภาษาสเปน สะท้อนถึงประสบการณ์ชีวิตและเส้นทางลูกหนังที่พาเขาเดินทางข้ามทวีปมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

เส้นทางสโมสร

ก้าวแรกบนถนนลูกหนัง

          บรูโน่ กิมาไรส์ เติบโตในย่านเซา คริสโตวาว เมือง ริโอ เด จาเนโร ประเทศบราซิล ชีวิตวัยเด็กของเขาเรียบง่าย คุณพ่อมีอาชีพขับแท็กซี่ ขณะที่คุณปู่เคยอพยพจากสเปนมายังเมืองฮาร์รา ทำให้เขาได้รับสิทธิถือสัญชาติสเปนตามสายเลือดของครอบครัว

          เส้นทางนักเตะอาชีพเริ่มต้นกับสโมสร ออแด็กซ์ ริโอ โดยเขาได้ลงประเดิมสนามเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2015 ด้วยวัยเพียง 17 ปี ลงเล่นช่วงสามนาทีสุดท้าย ในเกมลีกของศึก คัมเปโอนาโต้ เปาลิสต้า นัดบุกชนะบรากันติโน่ 2-1 แม้จะเป็นเวลาในสนามเพียงสั้นๆ แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของเส้นทางอาชีพ


          ปี 2017 คือช่วงเวลาที่ชื่อของเขาเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น หลังทำผลงานโดดเด่นในรายการ โคปา เซา เปาโล เดอ ฟูตบอล จูเนียร์ จนได้รับการดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่แบบเต็มตัว นับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้มิดฟิลด์ดาวรุ่งรายนี้เริ่มฉายแววบนเวทีฟุตบอลบราซิลอย่างแท้จริง


แอตเลติโก พาราเนนเซ่ :

          วันที่ 11 พฤษภาคม 2017 บรูโน่ กิมาไรส์ ย้ายร่วมทีม แอตเลติโก พาราเนนเ ด้วยสัญญายืมตัวจนถึงเดือนเมษายน 2018 โดยในช่วงแรกเขาถูกส่งไปเก็บประสบการณ์กับทีมรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เพื่อปรับตัวและสั่งสมความแข็งแกร่งก่อนก้าวสู่ทีมชุดใหญ่

          โอกาสบนเวทีลีกสูงสุดของบราซิลมาถึงในวันที่ 17 มิถุนายน 2017 เมื่อเขาถูกส่งลงสนามเป็นตัวสำรองในครึ่งหลัง เกมบุกชนะ แอตเลติโก้ กัวเนนเซ่ 1-0 ในศึก บราซิล ซีรี่ เอ ถือเป็นอีกหมุดหมายสำคัญที่ทำให้มิดฟิลด์ดาวรุ่งรายนี้ได้พิสูจน์ตัวเองในระดับประเทศ


          หลังโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจ สโมสรตัดสินใจซื้อขาดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2018 พร้อมมอบสัญญายาวถึงปี 2021 แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อแข้งรายนี้อย่างเต็มเปี่ยม และเพียงไม่นานหลังเซ็นถาวร เขาก็ทำประตูแรกในระดับอาชีพได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2018 ยิงประตูที่สี่ของทีมในเกมถล่ม ริโอ บรังโก พีอาร์ 7-1 ในศึก คัมปิโอนาโต้ พาราเนนเซ่

          จากนั้นกิมาไรส์ก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริงแบบถาวรของทีมชุดใหญ่ ภายใต้การคุมทัพของ ติอาโก้ นูเนส ด้วยสไตล์การเล่นที่ครบเครื่อง ทั้งการคุมจังหวะเกม ความขยัน และความนิ่งเกินวัย ทำให้สโมสรตอบแทนด้วยการต่อสัญญาใหม่จนถึงปี 2023 เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2019 ตอกย้ำสถานะหัวใจสำคัญในแดนกลางของทีมอย่างแท้จริง


โอลิมปิก ลียง :

          วันที่ 29 มกราคม 2020 บรูโน่ กิมาไรส์ ตัดสินใจก้าวสู่เวทียุโรปอย่างเต็มตัว ด้วยการเซ็นสัญญา 4 ปีครึ่งกับ โอลิมปิก ลียง สโมสรชั้นนำแห่งศึกลีกเอิง ฝรั่งเศส ค่าตัวในการย้ายทีมครั้งนี้มีรายงานอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านยูโร ซึ่ง แอตเลติโก พาราเนนเซ่ ต้นสังกัดเดิมยังได้รับเงื่อนไขส่วนแบ่งการขายต่อในอนาคตอีก 20 เปอร์เซ็นต์ อีกด้วย


          การย้ายมาลียงถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของมิดฟิลด์ชาวบราซิล เขาต้องปรับตัวทั้งสไตล์การเล่นที่เข้มข้นขึ้น จังหวะเกมที่รวดเร็วกว่าเดิม และความกดดันในฟุตบอลยุโรป แต่ด้วยความมั่นใจและคุณภาพในแดนกลาง กิมาไรส์ก็เริ่มต้นเส้นทางบทใหม่ได้อย่างน่าจับตา พร้อมประกาศตัวเป็นหนึ่งในแข้งบราซิลที่น่าติดตามบนเวทีลูกหนังยุโรปในเวลานั้น


นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด :

          วันที่ 30 มกราคม 2022 บรูโน่ กิมาไรส์ เปิดบทใหม่ในอาชีพค้าแข้ง ด้วยการย้ายร่วมทัพ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งศึก พรีเมียร์ลีก ด้วยสัญญา 4 ปีครึ่ง ค่าตัวรวมสูงสุดราว 40 ล้านปอนด์

          เขาประเดิมสนามเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ในฐานะตัวสำรองช่วงท้ายเกมที่เปิดบ้านชนะ เอฟเวอร์ตัน 3-1 ก่อนจะสร้างความฮือฮาด้วยประตูแรกให้ทีม ในเกมบุกชนะเซาท์แฮมป์ตัน 2-1 เมื่อวันที่ 10 มีนาคม จากจังหวะวอลเลย์ไขว้หลังอันทรงพลัง ในนัดที่ได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงครั้งแรก

          ฟอร์มร้อนแรงยังไม่หยุดแค่นั้น วันที่ 17 เมษายน เขากดสองประตูพาทีมเฉือนชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 โดยประตูชัยเกิดขึ้นในนาทีที่ 95 สร้างเสียงเฮกระหึ่มทั่วสนาม เซนต์ เจมส์ พาร์ก เลยทีเดียว


          ปลายปี 2022 สโมสรจัดพิธีไว้อาลัยต่อการจากไปของตำนานลูกหนังโลก เปเล่ และกิมาไรส์ได้สวมเสื้อทีมชาติบราซิลลงสนามเพื่อเป็นเกียรติแก่ราชาลูกหนังผู้ล่วงลับ

          ต่อมาวันที่ 7 ตุลาคม 2023 เขาต่อสัญญาฉบับใหม่กับสโมสรอีก 5 ปี ตอกย้ำบทบาทแกนหลักของทีม

          ในฤดูกาล 2023–24 เขาวิ่งรวมระยะทางถึง 423 กิโลเมตร จาก 37 นัดในพรีเมียร์ลีก มากที่สุดในบรรดาผู้เล่นทั้งหมดของลีก สะท้อนถึงพลัง ความทุ่มเท และหัวใจนักสู้เกินร้อย หลังการย้ายทีมของ แมตต์ ริตชี่ ไปพอร์ทสมัธ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2024 กิมาไรส์ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้นำทีมร่วมกับ แดน เบิร์น, คีแรน ทริปเปียร์, จามาล ลาสเซลล์ส และ คัลลัม วิลสัน ก่อนที่วันที่ 19 สิงหาคม เขาจะได้รับการแต่งตั้งเป็นกัปตันทีมอย่างเป็นทางการ

          ช่วงเวลาประวัติศาสตร์มาถึงในวันที่ 16 มีนาคม 2025 เมื่อกิมาไรส์กลายเป็นกัปตันทีมนิวคาสเซิ่ลคนแรกในรอบ 70 ปี ที่ชูถ้วยแชมป์ในประเทศ และเป็นแชมป์รายการแรกของสโมสรในรอบ 56 ปี หลังพาทีมเอาชนะ ลิเวอร์พูล ในนัดชิงชนะเลิศศึก ลีก คัพ หลังเสียงนกหวีดสุดท้าย มิดฟิลด์ชาวบราซิลกล่าวทั้งน้ำตาว่า ที่นี่คือบ้านหลังที่สองของเขา และสโมสรแห่งนี้กำลังสร้างประวัติศาสตร์ พร้อมทิ้งประโยคสะเทือนใจว่า วันหนึ่งเมื่อถึงเวลาต้องจากลา เขาอยากให้แฟนบอลร้องชื่อของเขาเหมือนที่พวกเขาเคยร้องให้กับตำนานอย่าง อลัน เชียเรอร์



ทีมชาติบราซิล :

          แม้บรูโน่ กิมาไรส์ จะมีสิทธิ์เลือกเล่นให้ทีมชาติสเปนจากสายเลือดของครอบครัว แต่ท้ายที่สุดเขาตัดสินใจสวมเสื้อทีมชาติบราซิล และเดินตามความฝันในนาม “แซมบ้า” อย่างเต็มภาคภูมิ

          เขาเริ่มต้นกับทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในศึกคัดเลือกโอลิมปิกโซนอเมริกาใต้ปี 2020 ก่อนจะมีชื่อติดทีมลุยมหกรรมกีฬาโอลิมปิก เกมส์ โตเกียว 2020 ซึ่งจัดแข่งขันในปี 2021 นับเป็นอีกก้าวสำคัญบนเวทีระดับนานาชาติ

          เดือนกันยายน 2020 กิมาไรส์ถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ เพื่อลงแข่งขันฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ พบกับโบลิเวีย และเปรู โดยก่อนหน้านั้นเขาเคยมีชื่อติดทีมในเดือนมีนาคมปีเดียวกัน แต่โปรแกรมถูกเลื่อนออกไปเพราะสถานการณ์โควิด-19


          วันที่ 17 พฤศจิกายน 2020 เขาได้ประเดิมสนามให้ทีมชาติบราซิลอย่างเป็นทางการ ในเกมบุกชนะอุรุกวัย 2-0 กลายเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่เจ้าตัวจดจำไม่ลืม ต่อมาในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2022 เขามีชื่อติดทีมชาติบราซิลชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ตอกย้ำสถานะกำลังหลักของแดนกลาง “แซมบ้า” บนเวทีลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก

สไตล์การเล่น :

          บรูโน่ กิมาไรส์ คือมิดฟิลด์สายครบเครื่องที่เล่นได้แบบ “ทำทุกอย่างในคนเดียว” เขาผสมผสานทักษะชั้นสูงเข้ากับพลังงานและความขยันแบบไม่รู้จักหมด ทำให้กลายเป็นหัวใจสำคัญของ นิวคาสเซิ่ล อย่างแท้จริง


          เขาสามารถยืนต่ำในบทบาทเพลย์เมกเกอร์ตัวคุมจังหวะเกม หรือขยับขึ้นลงแบบมิดฟิลด์บ็อกซ์ทูบ็อกซ์ก็ได้อย่างลื่นไหล จุดเด่นของกิมาไรส์อยู่ที่การอ่านเกมแม่นยำ การจ่ายบอลทะลุแนวรับที่เฉียบคม และความสามารถพาบอลฝ่าแรงกดดันจากคู่แข่ง นอกจากนี้ เขายังโดดเด่นเรื่องการไล่เพรสซิ่ง การเข้าสกัด และการแย่งบอลกลับคืนมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ทีมสามารถเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้รวดเร็วในจังหวะเดียว

          ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ กิมาไรส์จึงไม่ได้เป็นแค่กองกลางธรรมดา แต่คือศูนย์กลางการขับเคลื่อนเกมของนิวคาสเซิล ทั้งในแง่การสร้างสรรค์เกมรุก การควบคุมจังหวะ และการเติมพลังให้ทีมตลอด 90 นาทีอีกด้วย

ADS