ประวัติ อี คัง-อิน มิดฟิลด์จอมลุยพลังงานขับเคลื่อนเกมรุกของทัพโสมขาว

sittiwut | 07/05/2026 16:09 น. | 3 Views

 

ชื่อเต็ม : อี คัง-อิน (Lee Kang-in)
วัน/เดือน/ปีเกิด : 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2001
ส่วนสูง : 1.73 ซม.
ตำแหน่ง : มิดฟิลด์ตัวรุก, ปีก
สโมสรปัจจุบัน : ปารีส แซงต์ แชร์กแมง


             อี คัง-อิน คือเพลย์เมกเกอร์สายเทคนิคจากเกาหลีใต้ ปัจจุบันค้าแข้งในตำแหน่งกองกลางตัวรุกหรือปีกให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ยักษ์ใหญ่แห่งลีกเอิง ฝรั่งเศส และเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติเกาหลีใต้

             ดาวเตะรายนี้เป็นผลผลิตจากอะคาเดมีของบาเลนเซีย ก่อนจะสร้างชื่อแบบสุดฮือฮา ด้วยการประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุเพียง 17 ปี เมื่อปี 2018 กลายเป็นนักเตะเกาหลีใต้ที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ลงเล่นอาชีพในยุโรปทันที และในฤดูกาลแรกของเขา เจ้าตัวก็มีส่วนร่วมพาทีมคว้าแชมป์โกปา เดล เรย์ ได้อย่างน่าประทับใจ

             ซีซั่นถัดมา อี คัง-อิน ได้สัมผัสเวทียุโรปอย่างยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก่อนจะย้ายไปพัฒนาฝีเท้ากับมายอร์ก้าในปี 2021 ซึ่งที่นั่นเขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่เลี้ยงบอลโดดเด่นที่สุดในยุโรป ด้วยสไตล์การเล่นที่คล่องตัว เทคนิคจัดจ้าน และกล้าเล่นในจังหวะหนึ่งต่อหนึ่ง จนไปเข้าตาเปแอสเช และย้ายร่วมทีมในปี 2023

             ในระดับทีมชาติ อี คัง-อิน แจ้งเกิดเต็มตัวในปี 2019 หลังคว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย และรางวัลโกลเด้น บอล ในศึกฟุตบอลโลก ยู-20 ปีเดียวกัน โดยพาทีมเกาหลีใต้ทะลุเข้าชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปีเดียวกัน และมีชื่อติดทีมลุยศึกฟุตบอลโลก 2022 รวมถึงเอเชียน คัพ 2023

             ด้วยพรสวรรค์และพัฒนาการที่ต่อเนื่อง อี คัง-อิน ถูกยกให้เป็นหนึ่งในแข้งเอเชียที่น่าจับตามองมากที่สุดในเวทียุโรปยุคปัจจุบัน


ชีวิตนอกสนามของ อี คัง-อิน

             ย้อนกลับไปในปี 2007 ตอนอายุเพียง 6 ขวบ อี คัง-อิน เริ่มเป็นที่รู้จักในเกาหลีใต้จากการร่วมรายการเรียลลิตี้ฟุตบอล Fly Shoot Dori ของ KBS N Sports ด้วยพรสวรรค์ที่โดดเด่นเกินวัย ทำให้เขาเตะตาแมวมองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะได้เข้าไปฝึกฝนกับอะคาเดมีเยาวชนของ ยู ซัง-ชอล อดีตแข้งทีมชาติเกาหลีใต้ชื่อดัง

             จากนั้นในปี 2009 เขาเข้าร่วมทีมเยาวชนอินชอน ยูไนเต็ด รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี พร้อมพัฒนาฝีเท้าควบคู่กับการเรียนที่โรงเรียนประถมซอกจอง และลงเล่นให้กับทีม Flyings FC ในระดับเยาวชนอีกด้วย

             จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2011 เมื่อเจ้าตัวบินลัดฟ้าไปสเปนตามคำแนะนำของโค้ช และได้เข้าทดสอบฝีเท้ากับสองสโมสรดังอย่างบียาร์เรอัลและบาเลนเซีย ซึ่งท้ายที่สุดก็กลายเป็นก้าวแรกสู่เส้นทางลูกหนังยุโรปในเวลาต่อมา


ชีวิตส่วนตัว :

             อี คัง-อิน เกิดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2001 ที่เมืองอินชอน เป็นน้องคนสุดท้องจากพี่น้องทั้งหมดสามคน โดยคุณพ่อของเขา อี อุน-ซอง เป็นครูสอนเทควันโด และยังเป็นแฟนฟุตบอลตัวยง โดยเฉพาะการชื่นชอบตำนานลูกหนังอย่าง ดิเอโก้ มาราโดนา ซึ่งมีอิทธิพลต่อความรักในกีฬาฟุตบอลของอี คัง-อิน ตั้งแต่วัยเด็ก


เส้นทางสโมสร

บาเลนเซีย :

             ลี คัง-อิน ย้ายเข้าร่วมอะคาเดมีของบาเลนเซียในเดือนกรกฎาคม ปี 2011 ก่อนจะค่อยๆ ไต่เต้าขึ้นมาตามลำดับ จนกระทั่งวันที่ 15 ธันวาคม 2017 เขาถูกเรียกตัวขึ้นสู่ทีมสำรอง บาเลนเซีย เมสตาญ่า และได้ลงประเดิมสนามครั้งแรกในอีกไม่กี่วันถัดมา ในเกมพบกับเดปอร์ติโบ อารากอน โดยถูกส่งลงมาเล่นช่วงท้ายเกม


ฤดูกาล 2018–19:

             ฤดูกาล 2018–19 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของดาวรุ่งรายนี้ อี คัง-อิน ได้โอกาสประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ของบาเลนเซียเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2018 ในศึกโกปา เดล เรย์ เกมที่พบกับเอโบร โดยเจ้าตัวออกสตาร์ทเป็นตัวจริงและลงเล่นถึง 83 นาที พร้อมสร้างสถิติเป็นนักเตะเกาหลีใต้ที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ลงเล่นอาชีพในยุโรป

             หลังจากนั้นไม่นาน เขาได้สัมผัสเวที ลา ลีกา เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2019 ในเกมพบเรอัล บายาโดลิด โดยถูกเปลี่ยนตัวลงสนามช่วงท้ายเกม ในนัดที่จบลงด้วยผลเสมอ 1-1

             ด้วยวัยเพียง 17 ปี 10 เดือน 24 วัน อี คัง-อิน สร้างสถิติเป็นหนึ่งในผู้เล่นอายุน้อยที่สุดของ ลา ลีกา ฤดูกาลนั้น เป็นนักเตะต่างชาติอายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นให้บาเลนเซีย และยังเป็นนักเตะเอเชียคนแรกที่ได้ลงสนามในลีกให้กับสโมสรอีกด้วย รวมถึงเป็นแข้งชาวเกาหลีใต้รายที่ 5 ที่ได้สัมผัสเวที ลา ลีกา


ก้าวสู่ทีมชุดใหญ่เต็มตัว :

             วันที่ 30 มกราคม 2019 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ เมื่อ อี คัง-อิน ถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของบาเลนเซียอย่างเป็นทางการ พร้อมได้รับเสื้อหมายเลข 16 กลายเป็นดาวรุ่งที่ถูกจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งของสโมสรในเวลานั้น จากเด็กอะคาเดมีสู่เวทีลา ลีกา เส้นทางของอี คัง-อิน ในสีเสื้อบาเลนเซีย คือการแจ้งเกิดของ “เพลย์เมกเกอร์เอเชีย” ที่โลกฟุตบอลเริ่มหันมาจับตาอย่างจริงจัง


ฤดูกาล 2019–20 :

             วันที่ 17 กันยายน 2019 อี คัง-อิน ได้ลงประเดิมสนามในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรก ในเกมที่บาเลนเซียบุกชนะเชลซี 1-0 โดยเจ้าตัวถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองช่วงท้ายเกมแทนโรดริโก้ การลงเล่นนัดนี้ทำให้เขากลายเป็นนักเตะชาวเกาหลีใต้ที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ลงเล่นในรายการนี้ ด้วยวัยเพียง 18 ปี 6 เดือน ทำลายสถิติเดิมของ จอง อู-ยอง อีกทั้งยังติดอันดับผู้เล่นอายุน้อยที่สุดอันดับ 5 ที่ได้ลงสนามให้บาเลนเซียในเวทีแชมเปี้ยนส์ลีกอีกด้วย



ประตูแรกใน ลา ลีกา :


             เพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น วันที่ 25 กันยายน 2019 อี คัง-อิน ก็ปลดล็อกประตูแรกใน ลา ลีกา ได้สำเร็จ ในเกมสุดมันที่เสมอกับเกตาเฟ่ 3-3 ประตูนี้ไม่ใช่แค่ “ประตูแรก” ธรรมดา แต่ยังพาเขาสร้างสถิติเป็นนักเตะต่างชาติอายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูให้บาเลนเซีย ด้วยวัย 18 ปี 219 วัน ทำลายสถิติเดิมของ โมฮาเหม็ด ซิสโซโก้ และยังกลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์สโมสรที่ทำประตูได้ เป็นรองเพียง ฮวน เมนา และ เฟร์นานโด โกเมซ เท่านั้น

             แม้สถิตินี้จะถูกทำลายในฤดูกาลถัดมาโดย ยูนุส มูซาห์ เพื่อนร่วมทีมชาวอเมริกัน แต่ช่วงเวลานั้นก็เพียงพอให้ชื่อของ อี คัง-อิน ถูกจดจำในฐานะดาวรุ่งที่ก้าวขึ้นมาท้าทายทุกขีดจำกัด ฤดูกาลนี้ถือเป็นปีที่ อี คัง-อิน เริ่มเปล่งประกายอย่างจริงจัง ทั้งในเวทีลาลีกาและยุโรป ความกล้าเล่น ความนิ่งเกินวัย และเทคนิคเฉพาะตัว ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในแข้งอนาคตไกลที่แฟนบอลบาเลนเซียฝากความหวังไว้มากที่สุดในเวลานั้น


ฤดูกาล 2020–21:

             เปิดฉากฤดูกาล 2020–21 ได้อย่างร้อนแรง เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2020 อี คัง-อิน ระเบิดฟอร์มด้วยการทำ 2 แอสซิสต์ ในเกมที่บาเลนเซียเอาชนะเลบันเต้ 4-2 ผลงานดังกล่าวทำให้เขากลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดในศตวรรษที่ 21 ที่สามารถทำ 2 แอสซิสต์ในเกมลาลีกา ด้วยวัยเพียง 19 ปี 207 วัน ทำลายสถิติเดิมของ ฆวน มาต้า ที่เคยทำไว้ในปี 2008 ลงได้สำเร็จ

             แม้จะปฏิเสธข้อเสนอต่อสัญญาหลายครั้งตลอดทั้งปี แต่ อี คัง-อิน ก็ยังคงได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องภายใต้การคุมทีมของกุนซือ ฆาบี กราเซีย และมีบทบาทสำคัญในทีม “ไอ้ค้างคาว” ที่จบฤดูกาลด้วยอันดับกลางตาราง

             หลังมีข่าวย้ายทีมอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงปรีซีซั่น และถูกใส่ชื่อในลิสต์ขายมาโดยตลอด ในที่สุดวันที่ 29 สิงหาคม 2021 อี คัง-อิน ตัดสินใจยกเลิกสัญญากับบาเลนเซีย ปิดฉากช่วงเวลาหลายปีในถิ่นเมสตาญ่า เพื่อออกไปเริ่มต้นบทใหม่ในเส้นทางอาชีพ นี่คือช่วงเวลาที่แสดงให้เห็นทั้งพรสวรรค์และความเป็นมืออาชีพของดาวรุ่งรายนี้ แม้สถานการณ์รอบตัวจะไม่เอื้ออำนวย แต่เขายังคงพิสูจน์ตัวเองในสนามได้อย่างต่อเนื่อง


มายอร์ก้า :

             หลังแยกทางกับบาเลนเซีย ไม่นานนัก วันที่ 30 สิงหาคม 2021 มายอร์ก้า สโมสรเพื่อนร่วมศึกลาลีกา ประกาศคว้าตัว อี คัง-อิน ไปร่วมทีมแบบไม่มีค่าตัว พร้อมเซ็นสัญญาระยะยาว 4 ปี นับเป็นก้าวสำคัญในการรีสตาร์ทอาชีพของเจ้าตัว


             ในฤดูกาล 2022–23 อี คัง-อิน ยกระดับฟอร์มการเล่นขึ้นอย่างชัดเจน กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เลี้ยงบอลโดดเด่นที่สุดใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรป ด้วยอัตราความสำเร็จในการเลี้ยงบอลสูงที่สุด และติดอันดับ 6 ของผู้เล่นที่เลี้ยงผ่านคู่แข่งสำเร็จมากที่สุด สไตล์การเล่นที่คล่องแคล่ว กล้าเล่น กล้าลุย และเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เขากลายเป็นหัวใจสำคัญในเกมรุกของมายอร์ก้า และเป็นหนึ่งในนักเตะที่ถูกจับตามองมากที่สุดในลาลีกาช่วงเวลานั้น

             ผลงานอันโดดเด่นกับมายอร์ก้า ไม่เพียงช่วยยกระดับทีม แต่ยังเป็นใบเบิกทางสำคัญ ที่ทำให้ อี คัง-อิน ได้รับโอกาสก้าวสู่สโมสรระดับท็อปของยุโรปในเวลาต่อมา ช่วงเวลาที่มายอร์ก้า จึงไม่ใช่แค่การกลับมาเริ่มต้นใหม่ แต่คือการพิสูจน์ตัวเองว่าเขาพร้อมแล้วสำหรับเวทีที่ใหญ่กว่า


ปารีส แซงต์-แชร์กแมง:

             วันที่ 8 กรกฎาคม 2023 ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ประกาศคว้าตัว อี คัง-อิน อย่างเป็นทางการ ด้วยสัญญา 5 ปีถึงปี 2028 กลายเป็นนักเตะเกาหลีใต้คนแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร โดยมีค่าตัวราว 22 ล้านยูโร เจ้าตัวลงประเดิมสนามในศึก ลีก เอิง นัดเปิดฤดูกาล พบกับลอริยองต์และเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยในถิ่นปาร์ก เดส์ แพร็งส์ ของเขา


             25 ตุลาคม 2023 อี คัง-อิน ยิงประตูแรกให้เปแอสเชได้สำเร็จ และเป็นประตูแรกของเขาในเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในเกมที่ถล่ม เอซี มิลาน 3-0 ก่อนจะยิงประตูแรกในลีกเอิงได้ในอีกไม่กี่วันถัดมา ในเกมชนะ มงต์เปลลิเย่ร์ 3-0 แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่รวดเร็วกับทีมใหม่

             ต้นปี 2024 อี คัง-อิน ระเบิดฟอร์มในนัดชิง โทรเฟ่ เดส์ ช็องปิยงส์ ยิงประตูเปิดเกม พาทีมชนะ ตูลูส 2-0 พร้อมคว้ารางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ และแชมป์แรกกับสโมสร โดยในฤดูกาล 2023–24 เขามีส่วนช่วยให้ เปแอสเช คว้าแชมป์ลีกเอิง และแชมป์เฟรนช์คัพ และกลายเป็นนักเตะเอเชียคนแรกที่คว้าแชมป์ลีกเอิงได้สำเร็จอีกด้วย


ฤดูกาล 2024–25:

             แม้ในฤดูกาลถัดมา อี คัง-อิน จะได้โอกาสลงสนามลดลง จากการแข่งขันภายในทีมที่สูงขึ้น โดยเฉพาะการมาของ ควิช่า ควารัตสเคเลีย และพัฒนาการของ เดซิเร่ ดูเอ้ แต่เขายังสร้างผลงานสำคัญ และกลายเป็นนักเตะเอเชียคนที่สองที่ได้เหรียญแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ต่อจาก ปาร์ค จีซอง แม้จะประสบความสำเร็จคว้าทริปเปิลแชมป์ระดับทวีป แต่เจ้าตัวก็เริ่มพิจารณาความเป็นไปได้ในการย้ายทีมช่วงซัมเมอร์ ขณะที่สโมสรไม่ได้มีท่าทีอยากปล่อยตัวเขาออกไปง่ายๆ


             ต่อมาในวันที่ 15 มิถุนายน 2025 อี คัง-อิน ถูกส่งลงสนามเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 72 ก่อนจะยิงจุดโทษเป็นประตูแรกของตัวเองในศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก ช่วยให้ทีมเอาชนะ แอตเลติโก้ มาดริด ไปอย่างขาดลอย 4-0 ส่วนในเกม ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 2025 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม เขาถูกเปลี่ยนลงสนามในนาทีที่ 67 ขณะที่ทีมตามหลัง ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ 0-2 ก่อนจะยิงประตูแรกให้ เปแอสเช ตีไข่แตกได้สำเร็จ ก่อนที่พวกเขาจะตามตีเสมอ 2-2 ได้ในเวลาต่อมา และเขายังรับหน้าที่ยิงจุดโทษลูกที่สามในช่วงดวลเป้า พาทีมคว้าชัย 4-3 ได้อย่างสุดมันส์อีกด้วย


ทีมชาติเกาหลีใต้ :

             ในศึก ฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี 2019 อี คัง-อิน ถูกเลือกติดทีมชาติเกาหลีใต้ชุดอายุไม่เกิน 20 ปี และลงสนามครบทุกนัดทั้งรอบแบ่งกลุ่มและรอบน็อกเอาต์ พาทีมสร้างประวัติศาสตร์เข้าชิงชนะเลิศได้เป็นครั้งแรก ก่อนจบด้วยตำแหน่งรองแชมป์ โดยเจ้าตัวทำผลงานโดดเด่น ยิง 2 ประตู กับ 4 แอสซิสต์จาก 7 เกม คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์ (Golden Ball) ไปครอง

             ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปีเดียวกัน อี คัง-อิน ถูกเรียกติดทีมชาติครั้งแรกในเดือนมีนาคม 2019 สำหรับเกมอุ่นเครื่อง และกลายเป็นนักเตะอายุน้อยลำดับที่ 7 ที่มีชื่อในทีมชาติชุดใหญ่ของเกาหลีใต้ ก่อนจะประเดิมสนามนัดแรกในในฐานะตัวจริง เกมที่เสมอทีมชาติจอร์เจีย 2-2 เมื่อวันที่ 5 กันยายน ปี 2019


             ก่อนศึก ฟุตบอลโลก 2022 ไม่นาน อี คัง-อิน ถูกเรียกติดทีมอีกครั้งจากพัฒนาการที่โดดเด่นในเวทีลา ลีกา ตอนนั้น แม้จะไม่ได้ลงเล่นในเกมอุ่นเครื่อง แต่ก็มีชื่อติด 26 คนสุดท้ายชุดลุยฟุตบอลโลก และมีส่วนสำคัญด้วยการแอสซิสต์ให้ โช กยู-ซอง โหม่งทำประตูในเกมรอบแบ่งกลุ่มนัดพบกานาอีกด้วย

             ต่อมาในปี 2023 อี คัง-อิน ได้รับการยกเว้นการเกณฑ์ทหาร หลังคว้าเหรียญทองในศึก เอเชี่ยน เกมส์ 2022 (จัดแข่งขันในปี 2023) ก่อนจะระเบิดฟอร์มในเกมอุ่นเครื่องกับตูนิเซีย ยิง 2 ประตู รวมถึงลูกฟรีคิกสุดสวย ซึ่งเป็นประตูแรกและประตูที่สองของเขาในทีมชาติชุดใหญ่


             ในศึก เอเอฟซี เอเชียน คัพ ปี 2023 อี คัง-อิน เป็นกำลังหลักของทีม พาเกาหลีใต้ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ โดยยิง 2 ประตูในเกมชนะบาห์เรน 3-1 และมีทั้งประตูจากลูกฟรีคิก รวมถึงแอสซิสต์จากลูกเตะมุมในเกมเสมอมาเลเซีย 3-3 อีกทั้งยังเป็นผู้เล่นที่สร้างโอกาสสำคัญและเปิดบอลสำเร็จมากที่สุดของทีมจนถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ อย่างไรก็ตาม เส้นทางของเกาหลีใต้ต้องหยุดลงในรอบรองชนะเลิศ หลังพ่ายต่อจอร์แดน และมีรายงานตามมาว่า อี คัง-อิน มีปัญหาภายในกับบรรดานักเตะรุ่นพี่ในทีม รวมถึงกัปตันทีมอย่าง ซน ฮึง-มิน ก่อนเกมดังกล่าวอีกด้วย

สไตล์การเล่น :


             อี คัง-อิน คือเพลย์เมกเกอร์สายเทคนิคที่ครบเครื่องและยืดหยุ่นสูง สามารถขยับเล่นได้ทั้งปีกขวา มิดฟิลด์ตัวรุก ไปจนถึงบทบาท “ฟอลส์ไนน์” โดยจุดเด่นอยู่ที่การคอนโทรลบอลระดับสูง วิสัยทัศน์ในการจ่าย และความอันตรายในลูกนิ่ง

             กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เขามักโดดเด่นเป็นพิเศษในพื้นที่แคบ ใช้จุดศูนย์ถ่วงต่ำและการเร่งสปีดระยะสั้นเล่นงานแนวรับ ก่อนจะสร้างสรรค์เกมรุกด้วยการจ่ายบอลที่แม่นยำและเฉียบคม ทำให้เขาเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนเกมรุกที่น่ากลัวของทีมในจังหวะเข้าทำพื้นที่สุดท้าย

ADS