ประวัติ ควีวีน เคลเลเฮอร์ จอมหนึบแห่งทัพยักษ์เขียว

sittiwut | 14/04/2026 17:11 น. | 2 Views

 

ชื่อเต็ม : ควีวีน โอห์ดราน เคลเลเฮอร์ (Caoimhín Odhrán Kelleher)
วัน/เดือน/ปีเกิด : 23 พฤศจิกายน ค.ศ. 1998
ส่วนสูง : 1.88 ซม.
ตำแหน่ง : ผู้รักษาประตู
สโมสรปัจจุบัน : เบรนท์ฟอร์ด


            ควีวีน เคลเลเฮอร์ เป็นผู้รักษาประตูชาวไอร์แลนด์ ปัจจุบันเฝ้าเสาให้กับสโมสรเบรนท์ฟอร์ดในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ รวมถึงติดทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์

            เคลเลเฮอร์เป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่ของลิเวอร์พูล ก่อนก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่และลงประเดิมสนามอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน ปี 2019 จากนั้นเขาค่อยๆ แจ้งเกิดในบทบาท “มือสอง” ของ อลีสซง เบ็คเกอร์ ด้วยฟอร์มเซฟที่เหนียวแน่น และความโดดเด่นในการป้องกันลูกจุดโทษ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูดาวรุ่งที่น่าจับตามอง

            ตลอดช่วงเวลาที่แอนฟิลด์ เขามีส่วนร่วมในความสำเร็จของทีมมากมาย ทั้งแชมป์พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รวมถึงยูฟ่า ซูเปอร์คัพ นอกจากนี้ยังคว้าแชมป์ลีก คัพ ได้ถึง 2 สมัย ในฤดูกาล 2021–22 และ 2023–24

            กระทั่งปี 2025 เคลเลเฮอร์ตัดสินใจย้ายไปร่วมทัพเบรนท์ฟอร์ด ด้วยค่าตัวราว 12.5 ล้านปอนด์ เพื่อโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องในฐานะมือหนึ่ง

            ส่วนในระดับทีมชาติ เขาประเดิมสนามให้ทีมชาติไอร์แลนด์ชุดใหญ่เมื่อเดือนมิถุนายน 2021 และมีส่วนร่วมกับทีมในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก อย่างต่อเนื่อง


ชีวิตวัยเด็ก :

            ควีวีน เคลเลเฮอร์ เกิดเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 1998 ที่เมืองคอร์ก ประเทศไอร์แลนด์ โดยเติบโตและใช้ชีวิตวัยเรียนที่ Presentation Brothers College ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของเส้นทางลูกหนังของเขา

            ส่วนชีวิตนอกสนาม เคลเลเฮอร์มาจากครอบครัวสายกีฬา โดย ฟิอาเคร พี่ชายของเขาก็เป็นนักฟุตบอลอาชีพเช่นกัน ขณะที่พี่ชายอีก 3 คนหันไปเอาดีในกีฬาเฮอร์ลิง (hurling) ซึ่งเป็นกีฬาพื้นเมืองยอดนิยมของไอร์แลนด์ ในเดือนมิถุนายน ปี 2025 นายด่านทีมชาติไอร์แลนด์ประกาศหมั้นหมายกับ เอเมียร์ เมอร์ฟี แฟนสาวคนสนิท ก่อนที่ทั้งคู่จะมีลูกคนแรกด้วยกันในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2026 นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญในชีวิตนอกสนามของเจ้าตัว


เส้นทางสโมสร

ลิเวอร์พูล :

            ควีวีน เคลเลเฮอร์ เริ่มต้นเส้นทางลูกหนังกับสโมสรเล็กๆ อย่าง ร็อคเมาท์ ก่อนย้ายไปพัฒนาฝีมือกับ ริงมาฮอน เรนเจอร์ส และได้โอกาสครั้งสำคัญเมื่อเข้าร่วมอะคาเดมีของลิเวอร์พูลในช่วงซัมเมอร์ปี 2015


            ดาวรุ่งชาวไอริชเริ่มฉายแววในช่วงปรีซีซั่นปี 2018 จนมีชื่อติดทีมชุดใหญ่เดินทางทัวร์สหรัฐอเมริกา ก่อนจะได้รับสัญญาฉบับใหม่ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน แม้ในฤดูกาล 2018–19 เขาจะเป็นเพียงตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนามในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2019 นัดชิงชนะเลิศ ที่ลิเวอร์พูลเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แต่ก็มีชื่อเป็นส่วนหนึ่งของทีมแชมป์ ทำให้เขากลายเป็นนักเตะไอริชคนที่ 12 ที่คว้าถ้วยบิ๊กเอียร์ และเป็นคนแรกในรอบกว่าทศวรรษ

            ฤดูกาลถัดมา แม้จะเพิ่งฟื้นตัวจากการผ่าตัดข้อมือ เคลเลเฮอร์ยังถูกใส่ชื่อเป็นตัวสำรองในเกม ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 2019 ที่ลิเวอร์พูลเอาชนะ เชลซี เอฟซี ก่อนจะได้โอกาสประเดิมสนามอย่างเป็นทางการในศึก อีเอฟแอล คัพ รอบสาม วันที่ 25 กันยายน 2019 พร้อมเก็บคลีนชีตในเกมบุกชนะ มิลตัน คีนส์ ดอนส์ 2–0


            จุดเปลี่ยนสำคัญมาถึงในเดือนธันวาคม 2020 เมื่อเขาได้ออกสตาร์ทในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และโชว์ฟอร์มเก็บคลีนชีตพาทีมเฉือน อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 1–0 ก่อนจะต่อยอดด้วยการเฝ้าเสาในพรีเมียร์ลีกนัดแรก และช่วยทีมถล่ม วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 4–0 พร้อมทำสถิติคลีนชีต 3 นัดติดต่อกัน กลายเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูอายุน้อยที่สุดของลิเวอร์พูลที่ทำได้

            ด้วยฟอร์มที่สม่ำเสมอทำให้ เยอร์เกน คล็อปป์ กุนซือของทีมในขณะนั้น ขยับเขาขึ้นเป็นมือสองอย่างเป็นทางการ รองจาก อลิสซง เบ็คเกอร์ และเหนือกว่า อาเดรียน ซาน มิเกล ก่อนที่เจ้าตัวจะต่อสัญญาระยะยาวกับสโมสรจนถึงปี 2026 ในเดือนมิถุนายน 2021

            หนึ่งในค่ำคืนที่แฟนบอลไม่มีวันลืมเกิดขึ้นในนัดชิงชนะเลิศ ลีก คัพ 2022 เมื่อเคลเลเฮอร์ไม่เพียงโชว์เซฟทั้งเกม แต่ยังสังหารจุดโทษปิดท้าย พาลิเวอร์พูลเอาชนะ เชลซี เอฟซี ในการดวลเป้า 11–10 อย่างสุดระทึก


            ฤดูกาล 2022–23 เขายังคงตอกย้ำฉายา “จอมเซฟจุดโทษ” หลังป้องกันได้ถึง 3 ลูกในเกมกับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ พร้อมทำลายสถิติของ เปเป้ เรน่า กลายเป็นผู้รักษาประตูที่เซฟจุดโทษในช่วงดวลเป้ามากที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร

            แม้โอกาสลงสนามจะไม่มากนักจน สตีเฟน เคนนี กุนซือทีมชาติไอร์แลนด์ออกมาแสดงความเห็นว่าเขาควรย้ายทีมเพื่อโอกาสลงเล่น แต่เคลเลเฮอร์ยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยในเกม ลีก คัพ 2023–24 เขายังเคยสวมปลอกแขนกัปตันทีมช่วงท้ายเกมกับ เลสเตอร์ ซิตี้ อีกด้วย

            ในนัดชิงชนะเลิศ ลีก คัพ 2024 ที่สนาม เวมบลีย์ สเตเดียม เขาโชว์ซูเปอร์เซฟหลายครั้งก่อนที่ประตูชัยช่วงต่อเวลาของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ จะพาทีมเฉือน เชลซี เอฟซี คว้าแชมป์ไปครองได้อีกครั้ง


            ต่อมาในเดือนตุลาคม 2024 หลัง อลิสซง เบ็คเกอร์ ได้รับบาดเจ็บ เคลเลเฮอร์ได้รับโอกาสลงเฝ้าเสาต่อเนื่อง และสร้างไฮไลต์สำคัญในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่พบกับ เรอัล มาดริด ด้วยการเซฟจุดโทษของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ช่วยให้ทีมชนะ 2–0 พร้อมสร้างสถิติเป็นผู้รักษาประตูคนแรกของลิเวอร์พูลที่เซฟจุดโทษได้ 2 นัดติดต่อกัน

            ตลอดช่วงเวลาที่แอนฟิลด์ เคลเลเฮอร์ลงสนาม 67 นัด เก็บได้ 24 คลีนชีต และจารึกชื่อเป็นเจ้าของสถิติผู้รักษาประตูที่เซฟจุดโทษในการดวลเป้ามากที่สุด (6 ครั้ง) รวมถึงพาทีมชนะการดวลเป้าสูงสุด (4 ครั้ง) ในประวัติศาสตร์สโมสร


เบรนท์ฟอร์ด :

            เคลเลเฮอร์ เปิดฉากบทใหม่ในอาชีพเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2025 ด้วยการย้ายไปร่วมทัพ เบรนท์ฟอร์ด เอฟซี ทีมร่วมศึกพรีเมียร์ลีก โดยเซ็นสัญญาระยะยาว 5 ปี พร้อมออปชันขยายเพิ่มอีก 1 ปี แม้ค่าตัวจะไม่ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานอยู่ที่ราว 12.5 ล้านปอนด์ และอาจเพิ่มสูงถึง 18 ล้านปอนด์ตามเงื่อนไขโบนัส


            นายด่านชาวไอริชประเดิมสนามให้ต้นสังกัดใหม่เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ในเกมลีกที่พ่ายให้กับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1–3 อย่างไรก็ตาม เขาใช้เวลาไม่นานในการเรียกความมั่นใจกลับมา เมื่อสามารถเก็บคลีนชีตแรกกับทีมได้ในเกมเฉือนชนะ แอสตัน วิลล่า 1–0 เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม

            การย้ายทีมครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของเคลเลเฮอร์ ในการขึ้นสู่บทบาท “มือหนึ่ง” อย่างเต็มตัว และพิสูจน์ศักยภาพของตัวเองในเวทีพรีเมียร์ลีกอย่างต่อเนื่อง


ทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ :

            เคลเลเฮอร์ เริ่มต้นรับใช้ทีมชาติ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ตั้งแต่ระดับเยาวชน โดยมีชื่อติดทีมชุดอายุไม่เกิน 17 ปี ลุยศึก ยูฟ่า ยูโรเปี้ยน รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี 2015 และลงประเดิมสนามในนามทีมชาติชุด ยู17 ตั้งแต่ปี 2014 ในเกมพบกับ ทีมชาติมอลตา ก่อนจะไต่ระดับขึ้นไปติดทีม ยู19 และ ยู21 ตามลำดับ

            ด้วยฟอร์มที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้เขาถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในปี 2018 สำหรับเกมอุ่นเครื่องกับ ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ และศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ที่พบกับ ทีมชาติเดนมาร์ก


            โอกาสลงสนามจริงมาถึงในวันที่ 8 มิถุนายน 2021 เมื่อเจ้าตัวถูกส่งลงเล่นเป็นตัวสำรองในครึ่งหลัง เกมเสมอ ทีมชาติฮังการี 0–0 นับเป็นการประเดิมสนามในนามทีมชาติชุดใหญ่

            ไฮไลต์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2024 ในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก รอบคัดเลือก โดยเคลเลเฮอร์เซฟจุดโทษของ โยเอล โปห์ยานปาโล ในนาทีที่ 77 ของเกมกับ ทีมชาติฟินแลนด์ ช่วยให้ไอร์แลนด์คว้าโอกาสไปเพลย์ออฟชิงอันดับ 3 ได้สำเร็จ

สไตล์การเล่น :

            ควีวีน เคลเลเฮอร์ คือผู้รักษาประตูยุคใหม่ที่เล่นด้วยความนิ่งเกินวัย โดดเด่นทั้งเรื่องเซฟลูกยากๆให้เป็นง่าย และการมีส่วนร่วมกับเกมมากกว่านายด่านแบบดั้งเดิม จุดแข็งที่สุดของเขาคือการป้องกันลูกยิง โดยเฉพาะจังหวะดวลตัวต่อตัวที่มักอ่านทางได้เฉียบขาด บวกกับการยืนตำแหน่งที่แม่นยำ ทำให้ลดมุมยิงของคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายครั้งจึงเห็นเขาเซฟแบบไม่ต้องพุ่งเว่อร์ แต่ได้ผลลัพธ์เต็มร้อย


            นอกจากนี้ เคลเลเฮอร์ยังมีความเยือกเย็นเมื่อต้องเล่นภายใต้ความกดดัน กล้าครองบอลและจ่ายบอลจากแนวลึกได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการต่อบอลสั้นหรือวางยาวขึ้นเกม จึงตอบโจทย์ฟุตบอลสมัยใหม่ที่ผู้รักษาประตูต้องมีบทบาทกับการ build-up อีกหนึ่งเอกลักษณ์คือการเล่นแบบ “สวีปเปอร์คีปเปอร์” ที่มักออกมาตัดบอลนอกกรอบเขตโทษ อ่านเกมล่วงหน้าได้ดี ช่วยเคลียร์จังหวะอันตรายก่อนจะกลายเป็นโอกาสของคู่แข่ง

            โดยรวมแล้ว เขาคือผู้รักษาประตูที่ครบเครื่องทั้งเกมรับและการใช้เท้า ผสมความนิ่ง ความมั่นใจ และไหวพริบ จนกลายเป็นหนึ่งในนายด่านที่น่าจับตามองในพรีเมียร์ลีกยุคปัจจุบัน

ADS