ประวัติ อเล็กซ์ กรีมัลโด้ วิงแบ็กเท้าซ้ายสุดเฉียบคม
ชื่อเต็ม : อเลฮานโดร "อาเล็กซ์" กรีมัลโด้ การ์เซีย (Alejandro "Álex" Grimaldo García)
วัน/เดือน/ปีเกิด : 20 กันยายน ค.ศ. 1995
ส่วนสูง : 1.71 ซม.
ตำแหน่ง : วิงแบ็กซ้าย, แบ็กซ้าย
สโมสรปัจจุบัน : ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น
อเล็กซ์ กรีมัลโด้ คือหนึ่งในแบ็กซ้ายจอมบุกที่โดดเด่นที่สุดของฟุตบอลยุคใหม่ ด้วยสไตล์การเล่นดุดัน เติมเกมรุกจัดจ้าน และเปิดบอลอันแม่นยำ เขากลายเป็นกำลังสำคัญของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ในเวทีบุนเดสลีกา รวมถึงติดทีมชาติ สเปน อย่างต่อเนื่องกรีมัลโด้ เกิดเมื่อวันที่ 20 กันยายน 1995 เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวสเปนที่เล่นในตำแหน่งวิงแบ็กฝั่งซ้าย จุดเด่นของเขาคือความเร็ว เทคนิค และการเติมเกมริมเส้นแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทำให้เขาเป็นอาวุธสำคัญทั้งในเกมรุกและเกมรับ
เส้นทางอาชีพบาร์เซโลน่า :
เส้นทางลูกหนังของ อเล็กซ์ กรีมัลโด้ เริ่มต้นขึ้นในเมืองบาเลนเซีย ก่อนที่พรสวรรค์อันโดดเด่นจะพาเขาเข้าสู่ศูนย์ฝึกเยาวชนชื่อดังของ บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2008 ซึ่งที่นั่นเอง เขาถูกจับตามองว่าเป็นหนึ่งในแบ็กซ้ายอนาคตไกลของสโมสร
กรีมัลโด้ สร้างชื่ออย่างรวดเร็วกับทีมสำรองของบาร์ซ่า โดยลงประเดิมสนามอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2011 ในเกมบุกถล่ม การ์ตาเคน่า 4-0 ด้วยวัยเพียง 15 ปี 349 วัน กลายเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ได้ลงเล่นในศึกเซกุนด้า ดิวิชั่น ณ เวลานั้น ก่อนที่สถิติดังกล่าวจะถูกทำลายโดยลามีน ยามัลในปี 2023
อย่างไรก็ตาม เส้นทางของดาวรุ่งรายนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2013 เขาได้รับบาดเจ็บหนักที่หัวเข่า จนต้องพักยาวตลอดทั้งฤดูกาล แต่ด้วยหัวจิตหัวใจที่แข็งแกร่ง กรีมัลโด้ กลับมาลงสนามได้อีกครั้งในเดือนมกราคมปีถัดมา และช่วยทีมจบอันดับ 3 ของลีกได้สำเร็จ
ต่อมาวันที่ 13 กันยายน 2014 คืออีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ เมื่อเจ้าตัวทำประตูแรกในระดับอาชีพได้ ในเกมบุกชนะ อลาเบส 3-2 โดยตลอดฤดูกาลนั้น เขาซัดไป 4 ประตูจาก 36 นัด แม้สุดท้ายทีมจะต้องตกชั้นก็ตาม
แม้จะผ่านช่วงเวลาทั้งรุ่งโรจน์และยากลำบากตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ประสบการณ์เหล่านั้นได้หล่อหลอมให้ กรีมัลโด้ เติบโตเป็นนักเตะที่แข็งแกร่ง และกลายเป็นหนึ่งในแบ็กซ้ายคุณภาพของวงการฟุตบอลยุโรปในเวลาต่อมา
เบนฟิก้า :ปลายปี 2015 คือจุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพของ อเล็กซ์ กรีมัลโด้ หลังหมดอนาคตกับทีมชุดใหญ่ของบาร์เซโลน่า เขาตัดสินใจย้ายไปเปิดบทใหม่กับ เบนฟิก้า ยักษ์ใหญ่แห่งโปรตุเกส ด้วยค่าตัวราว 1.5 ล้านยูโร พร้อมสัญญายาวถึงปี 2021 โดยบาร์เซโลน่ายังถือเงื่อนไขส่วนแบ่งค่าตัวในอนาคตเอาไว้ด้วย
กรีมัลโด้ ใช้เวลาไม่นานในการปรับตัว เขาลงเล่นนัดแรกให้เบนฟิก้าเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2016 ในเกมถล่ม โมไรเรนเซ่ 6-1 ศึกฟุตบอลถ้วยลีกโปรตุเกส ก่อนจะประเดิมสนามในลีกสูงสุดช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ และมีส่วนช่วยทีมคว้าแชมป์ลีกโปรตุเกส 3 สมัยติดต่อกันได้สำเร็จ
ในฤดูกาล 2016/17 ถือเป็นปีแจ้งเกิดอย่างแท้จริงของแบ็กซ้ายชาวสเปน เขาออกสตาร์ตด้วยการช่วยทีมคว้าแชมป์ซูเปอร์คัพโปรตุเกสเหนือ บราก้า 3-0 พร้อมแอสซิสต์สุดสวยให้ ฟรังโก แชร์วี่ ยิงประตูแรกของเกมอีกด้วย จากนั้นไม่กี่เดือนต่อมา กรีมัลโด้ ยิงประตูแรกให้สโมสรได้สำเร็จจากลูกฟรีคิกสุดเฉียบ ในเกมถล่ม เฟเรนเซ่ 4-0 และปิดฤดูกาลอย่างสวยงามด้วยการลงเล่นเต็ม 90 นาทีในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยโปรตุเกส ที่เบนฟิก้า เอาชนะ วิตอเรีย กีมาไรส์ 2-1
บนเวทียุโรป เขาเริ่มสร้างชื่อในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยลงเล่นเกมแรกในรายการนี้เมื่อปี 2016 ดวลกับกับ เบซิคตัส ทีมดังจากตุรกี ก่อนจะยิงประตูแรกในแชมเปี้ยนส์ลีกได้ในเกมชนะ เออีเค เอเธนส์ 3-2 เมื่อปี 2018หนึ่งในโมเมนต์ที่แฟนบอลเบนฟิก้ายังจดจำได้ คือฟรีคิกระยะเกือบ 30 เมตรในช่วงท้ายเกมกับ เออีเค เอเธนส์ ที่พุ่งเสียบตาข่ายอย่างสุดงาม พาทีมคว้าชัย 1-0 แบบสะใจทั้งสนาม และยืนยันให้เห็นว่า กรีมัลโด้ ไม่ได้เป็นแค่แบ็กจอมเติมเกม แต่ยังมีอาวุธหนักจากลูกนิ่งที่อันตรายไม่แพ้ใครในยุโรปอีกด้วย
เลเวอร์คูเซ่น :หลังสร้างชื่อและกวาดความสำเร็จร่วมกับ เบนฟิก้า อยู่หลายปี อเล็กซ์ กรีมัลโด้ ก็ตัดสินใจออกมาหาความท้าทายใหม่ในเยอรมนี โดยย้ายร่วมทัพ เลเวอร์คูเซ่น แบบไม่มีค่าตัวเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2023 พร้อมเซ็นสัญญายาว 4 ปี
การเริ่มต้นของเขากับ ทัพ “ห้างขายยา” เกิดขึ้นในศึกเดเอฟเบ โพคาล ก่อนที่ไม่นานเจ้าตัวจะสร้างโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการซัดฟรีคิกสุดคมใส่ บาเยิร์น มิวนิค ในเกมบิ๊กแมตช์ที่จบลงด้วยผลเสมอ 2-2 ซึ่งนั่นคือประตูแรกของเขากับสโมสร และเป็นการประกาศศักดาให้แฟนบอลบุนเดสลีการู้ทันทีว่า เลเวอร์คูเซ่น ได้แบ็กซ้ายระดับเวิลด์คลาสมาร่วมทีมแล้ว
ฤดูกาล 2023/24 กลายเป็นปีประวัติศาสตร์ของเลเวอร์คูเซ่น และ กรีมัลโด้ คือหนึ่งในกำลังสำคัญที่สุดของทีม เขาช่วยพาสโมสรคว้าแชมป์ บุนเดสลีก้า สมัยแรกในประวัติศาสตร์ หลังเปิดบ้านถล่ม แวร์เดอร์ เบรเมน 5-0 โดยเจ้าตัวยังแอสซิสต์ประตูปิดท้ายในเกมฉลองแชมป์อีกด้วย ผลงานของ กรีมัลโด้ ในซีซั่นนั้นยอดเยี่ยมเกินคำว่า “แบ็กซ้ายธรรมดา” เขาจบฤดูกาลในฐานะเจ้าของสถิติแอสซิสต์สูงสุดของลีกที่ 13 ครั้ง และมีส่วนร่วมกับประตูมากกว่านักเตะเลเวอร์คูเซ่นทุกคน ทั้งที่เล่นในตำแหน่งแนวรับริมเส้น
และจากฟอร์มอันร้อนแรงนั้นทำให้เขาถูกเลือกติดทีมยอดเยี่ยมบุนเดสลีกาประจำฤดูกาล และยังมีชื่อลุ้นรางวัล บัลลงดอร์ ปี 2024 หลังพาเลเวอร์คูเซ่นสร้างฤดูกาลไร้พ่ายสุดยิ่งใหญ่ทั้งในลีกและบอลถ้วย
ความอันตรายจากลูกนิ่งยังคงเป็นเครื่องหมายการค้าของเขา โดยในเดือนกันยายน ปี 2025 กรีมัลโด้ ระเบิดฟอร์มซัดฟรีคิกสองประตูในเกมชนะ แฟรงค์เฟิร์ต 3-1 กลายเป็นนักเตะคนแรกในรอบกว่าสิบปีที่ยิงฟรีคิกสองลูกในเกมเดียวของบุนเดสลีกาได้สำเร็จ จากนั้นไม่นาน เขายังยิงสองประตูอีกครั้งในเกมสุดมันส์ชนะ ไมนซ์ 4-3 พร้อมมีชื่อลุ้นรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนของลีก ตอกย้ำสถานะของเขาในฐานะหนึ่งในฟูลแบ็กที่ครบเครื่องและอันตรายที่สุดของยุโรปในยุคปัจจุบัน
ทีมชาติสเปน :ในระดับทีมชาติ อเล็กซ์ กรีมัลโด้ ถูกยกให้เป็นหนึ่งในแข้งพรสวรรค์สูงของวงการฟุตบอลสเปนมาตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเขาถูกเรียกติดทีมชาติ สเปน รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีครั้งแรกเมื่อปี 2013 ทั้งที่ยังอายุไม่ถึง 18 ปี และได้ลงสนามในเกมอุ่นเครื่องกับ เบลเยียม ทันที แสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวถูกจับตามองในฐานะอนาคตของทีมชาติอย่างแท้จริง
แม้จะต้องใช้เวลาหลายปีในการรอโอกาสกับทีมชาติชุดใหญ่ แต่ฟอร์มอันยอดเยี่ยมกับ เลเวอร์คูเซ่น ก็ทำให้ กรีมัลโด้ ถูกเรียกติดทีมชาติสเปนชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน ปี 2023 สำหรับศึกคัดเลือกยูโร 2024 และเพียงไม่กี่วันหลังจากนั้น เขาก็ได้ลงสนามเป็นตัวจริงทันทีในเกมพบ ไซปรัส และสร้างอิมแพกต์ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการแอสซิสต์ให้ มิเกล โอยาร์ซาบัล ยิงประตูที่สอง พา ทัพ “กระทิงดุ” บุกชนะ 3-1 ถือเป็นการเปิดตัวที่ทั้งนิ่ง มั่นใจ และเต็มไปด้วยคุณภาพ
จากผลงานที่ยอดเยี่ยม กรีมัลโด้ มีชื่อติดทีมชาติสเปนชุดลุยศึก ยูโร 2024 รอบสุดท้ายในฐานะหนึ่งใน 26 ขุนพลของทีม แม้หลายฝ่ายคาดว่าเขาจะยึดตำแหน่งตัวจริงทางฝั่งซ้ายได้ แต่สุดท้าย มาร์ก กูกูเรย่า ได้รับความไว้วางใจมากกว่า อย่างไรก็ตาม กรีมัลโด้ ยังมีส่วนร่วมกับทีมในเกมชนะ แอลเบเนีย 1-0 และถล่ม จอร์เจีย 4-1 พร้อมช่วยเพิ่มมิติด้านเกมรุกให้ทีมทุกครั้งที่ถูกส่งลงสนาม
จากเด็กปั้นบาร์เซโลน่า สู่ตัวหลักของเลเวอร์คูเซ่น และก้าวขึ้นมาติดทีมชาติสเปนชุดใหญ่ในที่สุด เส้นทางของ อเล็กซ์ กรีมัลโด้ คือเรื่องราวของนักเตะที่ไม่เคยยอมแพ้ และค่อยๆ พิสูจน์ตัวเองจนได้รับการยอมรับในเวทีระดับสูงสุดของฟุตบอลยุโรป
สไตล์การเล่น :
อเล็กซ์ กรีมัลโด้ คือฟูลแบ็กสมัยใหม่อย่างแท้จริง นักเตะประเภทที่ไม่ได้มีหน้าที่แค่เกมรับ แต่สามารถเปลี่ยนจังหวะเกมทั้งสนามได้ด้วยเท้าซ้ายอันทรงพลังและความเข้าใจเกมระดับสูง โดยจุดเด่นที่สุดของเขาคือการเติมเกมรุกจากฝั่งซ้าย กรีมัลโด้ เล่นได้ทั้งแบ็กซ้ายและวิงแบ็ก โดยเฉพาะในระบบที่เปิดพื้นที่ให้เติมสูง เขาจะยิ่งอันตราย เพราะมีทั้งสปีด เทคนิค และการครอสบอลที่แม่นยำ สามารถสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้ตลอดทั้งเกม
สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากแบ็กทั่วไป คือคุณภาพของ “ลูกนิ่ง” ไม่ว่าจะฟรีคิกระยะตรงหรือเปิดจากด้านข้าง เขามีเท้าซ้ายที่เฉียบคมระดับมือสังหาร หลายครั้งประตูสำคัญของ เลเวอร์คูเซ่น มาจากลูกฟรีคิกหรือแอสซิสต์ของเขาโดยตรง
ในเกมรุก กรีมัลโด้ ชอบขยับเข้าพื้นที่ด้านในคล้ายมิดฟิลด์ เพื่อช่วยเชื่อมเกมและเปิดทางให้เพื่อนเติมขึ้นริมเส้น ทำให้เขาไม่ใช่แค่ผู้เล่นริมเส้นธรรมดา แต่เป็นนักเตะที่มีบทบาทต่อระบบเกมรุกทั้งทีม แม้จะมีภาพจำเรื่องเกมบุก แต่เกมรับของเขาก็พัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการอ่านเกม การยืนตำแหน่ง และการเข้าสกัดจังหวะสำคัญ ซึ่งช่วยให้เขาเล่นในระดับสูงของยุโรปได้อย่างสม่ำเสมอ
ด้วยสไตล์การเล่นที่ครบเครื่อง ทั้งสร้างสรรค์เกม ยิงประตู แอสซิสต์ และเล่นลูกนิ่งได้อันตราย กรีมัลโด้ จึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในแบ็กซ้ายที่สมบูรณ์แบบและมีอิทธิพลต่อเกมมากที่สุดคนหนึ่งของฟุตบอลยุคปัจจุบัน











