ประวัติ เอมิเลียโน่ บูเอนเดีย มิดฟิลด์สุดอันตรายของทัพอาร์เจนไตน์

sittiwut | 22/05/2026 16:44 น. | 1 Views

 

ชื่อเต็ม : เอมิเลียโน่ บูเอนเดีย สตาติ (Emiliano Buendía Stati)
วัน/เดือน/ปีเกิด : 25 ธันวาคม ค.ศ. 1996
ส่วนสูง : 1.72 ซม.
ตำแหน่ง : มิดฟิลด์ตัวรุก, ปีกซ้าย
สโมสรปัจจุบัน : แอสตัน วิลล่า


          เอมิเลียโน่ บูเอนเดีย (เกิด 25 ธันวาคม 1996) เป็นนักฟุตบอลชาวอาร์เจนติน่า ที่เล่นได้ทั้งตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกและปีก ปัจจุบันสวมเสื้อของทีม แอสตัน วิลล่า ทีมดังในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ รวมถึงติดทีมชาติ อาร์เจนติน่า อีกด้วย

          เส้นทางลูกหนังของ บูเอนเดีย เริ่มต้นกับ เกตาเฟ่ สโมสรจากสเปน ซึ่งเขาใช้เวลาพัฒนาฝีเท้ากว่า 4 ปี โดยมีช่วงหนึ่งถูกปล่อยยืมตัวไปเก็บประสบการณ์กับ คูลตูรัล เลโอเนซ่า ก่อนตัดสินใจย้ายไปเปิดบทใหม่ในอังกฤษกับ นอริช ซิตี้่ ในปี 2018 และต่อยอดสู่ทีมแอสตัน วิลล่าในปี 2021


เกตาเฟ่ :

          บูเอนเดีย เกิดที่เมือง มาร์ เดล ปลาตา ประเทศอาร์เจนติน่า และเริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลกับเกตาเฟ่ ก่อนจะได้โอกาสสัมผัสเกมระดับซีเนียร์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2014 แม้ตอนนั้นยังเป็นนักเตะเยาวชนอยู่ก็ตาม โดยเขาลงเล่นให้ทีมสำรองและช่วยทีมบุกคว้าชัย 2–1 และเพียงไม่นานจากนั้น มิดฟิลด์ชาวอาร์เจนไตน์ก็เริ่มแสดงศักยภาพให้เห็น เมื่อยิงประตูแรกในระดับซีเนียร์ได้ในเดือนเมษายนปีเดียวกัน

          ฤดูกาล 2014/15 บูเอนเดีย ยังคงลงเล่นกับทีมสำรอง แต่ผลงานเริ่มโดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเกมที่ซัดคนเดียวสองประตูช่วยทีมชนะฟูเอนลาบราด้า 3–0 ก่อนที่ฟอร์มจะไปเข้าตาสตาฟฟ์โค้ชของทีมชุดใหญ่


          โอกาสสำคัญมาถึงเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2014 เขาได้ลงเล่นเกมอาชีพนัดแรกในฐานะตัวสำรอง ในศึก โกปา เดล เรย์ และจากนั้นไม่นานก็ได้สัมผัสเวที ลา ลีกา เป็นครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2015 หลังเริ่มปักหลักกับทีมชุดใหญ่ได้ บวนเดียยิงประตูแรกในลาลีกาได้ในเดือนกันยายนปีเดียวกัน แม้เกตาเฟ่จะตกชั้นในฤดูกาล 2015/16 สโมสรยังคงเชื่อมั่นในฝีเท้าของเขา และมอบสัญญาฉบับใหม่ระยะยาว 5 ปีให้เขาอีกด้วย


          ต่อมาในปี 2017 เจ้าตัวถูกปล่อยยืมไปยังคูลตูรัล เลโอเนซ่า เพื่อเก็บประสบการณ์และโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลายเป็นอีกก้าวสำคัญก่อนที่เส้นทางของเขาจะพาไปสู่ความท้าทายในอังกฤษในเวลาต่อมา


นอริช ซิตี้ (2018–2021) :


          วันที่ 8 มิถุนายน 2018 บูเอนเดียตัดสินใจย้ายมาหาความท้าทายครั้งใหม่กับ นอริช ซิตี้ ด้วยสัญญา 4 ปี และนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาสำคัญในเส้นทางค้าแข้งของเขา มิดฟิลด์ชาวอาร์เจนไตน์ใช้เวลาไม่นานในการปรับตัว ก่อนจะปลดล็อกประตูแรกให้ทีมได้ในเกมชนะ เบรนท์ฟอร์ด 1-0 เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม

          จากนั้น บูเอนเดียค่อยๆ ก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจในแนวรุกของทีม ด้วยสไตล์การเล่นที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ การจ่ายบอลทะลุช่อง และการเชื่อมเกมรุกอันโดดเด่น เขาซัดเพิ่มอีก 7 ประตูในลีก พร้อมมีส่วนสำคัญพานอริชทะยานคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนชิพ และเลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จ และจากผลงานอันยอดเยี่ยมทำให้แฟนบอลโหวตให้เขาติดอันดับ 3 นักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของสโมสร


          หลังพาทีมเลื่อนชั้น บูเอนเดียได้รับรางวัลตอบแทนทันทีด้วยสัญญาฉบับใหม่ระยะยาว 5 ปีในเดือนกรกฎาคม 2019 แม้นอริชต้องเจองานหนักบนเวทีพรีเมียร์ลีก แต่บูเอนเดียยังคงแสดงให้เห็นถึงคุณภาพส่วนตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนธันวาคม 2019 เขาสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมถึง 29 ครั้ง ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดต่อหนึ่งเดือนของพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่มีการเก็บสถิติในฤดูกาล 2003/04

          วันที่ 7 กรกฎาคม 2020 เพลย์เมกเกอร์ชาวอาร์เจนไตน์ยิงประตูแรกบนเวทีพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จในเกมพบ วัตฟอร์ด แม้สุดท้ายทีมจะพ่าย 1-2 อย่างน่าเสียดาย

          อย่างไรก็ตาม นอริชไม่สามารถต้านทานความแข็งแกร่งของลีกสูงสุดได้ และหลังพ่าย เวสต์แฮม ทีมก็ต้องตกชั้นกลับสู่เดอะ แชมเปี้ยนชิพหลังอยู่บนลีกสูงสุดเพียงฤดูกาลเดียว


ฤดูกาล 2020–21 :

          บูเอนเดียเปลี่ยนความผิดหวังให้กลายเป็นแรงผลักดัน และระเบิดฟอร์มอย่างร้อนแรงในฤดูกาล 2020/21 หนึ่งในเกมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2021 เมื่อเขาทำ 1 ประตู พร้อมแจกอีก 3 แอสซิสต์ ช่วยทีมถล่ม ฮัดเดอส์ฟีลด์ ทาวน์ แบบขาดลอย 7-0

          จากฟอร์มอันยอดเยี่ยม นอริชการันตีการเลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้งในวันที่ 17 เมษายน ก่อนจะปิดจ็อบด้วยตำแหน่งแชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพ หลังเอาชนะ เร้ดดิ้ง 4-1


          ส่วนผลงานส่วนตัวของบูเอนเดียนั้นโดดเด่นไม่แพ้กัน เมื่อเจ้าตัวยิง 15 ประตู และทำอีก 16 แอสซิสต์ในลีก คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาลของเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ไปครอง พร้อมรับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำสโมสรของนอริชอีกหนึ่งรางวัล ปิดฉากซีซั่นที่แทบสมบูรณ์แบบของจอมทัพเลือดฟ้าขาวรายนี้อย่างยิ่งใหญ่


แอสตัน วิลล่า :

          วันที่ 7 มิถุนายน 2021 มีการประกาศว่า แอสตัน วิลล่า บรรลุข้อตกลงคว้าตัวบูเอนเดีย วัย 24 ปี จาก นอริช ซิตี้ หลังเจ้าตัวเสร็จสิ้นภารกิจกับทีมชาติอาร์เจนติน่า โดยการย้ายทีมเสร็จสมบูรณ์อย่างเป็นทางการในวันที่ 10 มิถุนายน และค่าตัวของดีลนี้มีรายงานว่าอยู่ที่ราว 33 ล้านปอนด์ และอาจเพิ่มเป็น 38 ล้านปอนด์ตามเงื่อนไขโบนัสต่างๆ ซึ่งกลายเป็นทั้งการเซ็นสัญญาที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ของแอสตัน วิลล่า ณ เวลานั้น และเป็นการขายนักเตะที่ทำเงินสูงสุดของนอริช ซิตี้เช่นกัน

          บูเอนเดียประเดิมสนามให้ทีมใหม่เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2021 ในเกมเปิดฤดูกาล 2021/22 ที่วิลล่าบุกไปพ่าย วัตฟอร์ด 2-3 ก่อนจะปลดล็อกประตูแรกกับสโมสรได้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา จากเกมเปิดบ้านเสมอ เบรนท์ฟอร์ด 1-1 เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม

          อย่างไรก็ตาม เส้นทางของเขากับวิลล่าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป ก่อนเปิดฉากฤดูกาล 2023/24 เพียงไม่นาน บูเอนเดียได้รับข่าวร้าย เมื่อเจ้าตัวเจ็บเข่าอย่างหนักระหว่างการฝึกซ้อม และภายหลังผลตรวจยืนยันว่าเป็นอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า (ACL) ซึ่งต้องเข้ารับการผ่าตัดทันที ซึ่งอาการบาดเจ็บดังกล่าวทำให้เพลย์เมกเกอร์ชาวอาร์เจนไตน์ต้องพักยาว และพลาดการลงสนามตลอดทั้งฤดูกาล 2023/24


          หลังจากใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายนานถึง 9 เดือน บูเอนเดียกลับมาลงซ้อมกับทีมได้อีกครั้งในเดือนพฤษภาคม 2024 ก่อนจะคืนสนามในเกมอุ่นเครื่องช่วงปรีซีซั่นพบกับ โคลัมบัส ครูว์ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2024 ซึ่งเกือบครบหนึ่งปีพอดีหลังจากวันที่ได้รับบาดเจ็บ

          การกลับมาบนเวทีพรีเมียร์ลีกเกิดขึ้นในวันที่ 14 กันยายน 2024 เมื่อเขาถูกส่งลงสนามเป็นตัวสำรองช่วงท้ายเกม และมีส่วนช่วยให้วิลล่าเฉือนชนะ เอฟเวอร์ตัน 3-2 โดยก่อนหน้านั้นเจ้าตัวยังเรียกความฟิตกับทีม ยู-21 และยิงคนเดียว 2 ประตูในเกมชนะ ฟลีตวู้ด ทาวน์ อีกด้วย

          วันที่ 29 มกราคม 2025 วิลล่าประกาศต่อสัญญากับบูเอนเดีย พร้อมปล่อยตัวเขาย้ายไปร่วมทีม เลเวอร์คูเซ่น ด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาล โดยลงเล่นไป 14 นัด และยิงได้ 2 ประตู แม้จะมีรายงานว่าเขาอาจถูกปล่อยออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์

          แต่เมื่อฤดูกาล 2025/26 เริ่มต้นขึ้น บูเอนเดียกลับมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง และยึดตำแหน่งตัวหลักของทีมคืนมาได้สำเร็จ 
เขายิงไป 3 ประตูจาก 12 นัดแรกของฤดูกาล หนึ่งในนั้นคือประตูจากจังหวะเข้าทำสุดสวยของทีมในเกมบุกชนะ สเปอร์ส 2-1 ซึ่งคว้ารางวัลประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนตุลาคมของ BBC ก่อนจะได้รับเลือกเป็นประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนของพรีเมียร์ลีกอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา

          วันที่ 7 พฤษภาคม 2026 บูเอนเดียยิงหนึ่งประตูช่วยวิลล่าถล่ม น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 4-0 ในรอบรองชนะเลิศนัดที่สองของศึก ยูโรป้า ลีก พาทีมเข้ารอบชิงชนะเลิศด้วยสกอร์รวม 4-1 และในนัดชิงชนะเลิศ เขาปิดฉากเส้นทางอันน่าจดจำด้วยผลงาน 1 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ ช่วยให้วิลล่าเอาชนะไฟร์บวก 3-0 คว้าแชมป์ ยูโรป้า ลีก มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมกับคว้ารางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไปครองได้อีกด้วย



ทีมชาติอาร์เจนติน่า :

          บูเอนเดียเคยมีเส้นทางในระดับเยาวชนที่น่าสนใจ เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2014 เขาได้รับการเรียกติดทีมชาติ สเปน ยู-19 เป็นครั้งแรก หลังใช้เวลาพัฒนาฝีเท้าในประเทศสเปนตั้งแต่อายุยังน้อย อย่างไรก็ตาม เส้นทางในระดับทีมชาติของเจ้าตัวเปลี่ยนทิศทางในเวลาต่อมา เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2015 บูเอนเดียได้รับการเรียกตัวจากทีมชาติ อาร์เจนติน่า ยู-20 เพื่อลุยศึก ฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ในปี 2015 ก่อนเข้าร่วมแคมป์เก็บตัวกับทีมในเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน

          หลังสร้างผลงานโดดเด่นอย่างต่อเนื่องกับ นอริช ซิตี้ และต่อยอดฟอร์มเก่งจนกลายเป็นหนึ่งในจอมทัพที่น่าจับตามองในอังกฤษ ในที่สุดโอกาสกับทีมชาติชุดใหญ่ก็มาถึง ในเดือนพฤษภาคม 2021 บูเอนเดียถูกเรียกติดทีมชาติอาร์เจนติน่าชุดใหญ่เป็นครั้งแรก และได้ลงสนามประเดิมนัดแรกเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2022 ในเกมที่อาร์เจนติน่าเปิดบ้านเฉือน โคลอมเบีย 1-0


          หลังจากนั้นชื่อของเขาหายไปจากทีมชาติอยู่พักใหญ่ โดยต้องรอนานถึง 3 ปี กว่าประตูทีมชาติจะเปิดอีกครั้ง

          เดือนพฤศจิกายน 2025 บูเอนเดียถูกเรียกกลับมาติดทัพ "ฟ้าขาว" อีกครั้ง สำหรับเกมอุ่นเครื่องกับ ทีมชาติแองโกล่า และเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน เจ้าตัวถูกส่งลงสนามจากม้านั่งสำรอง พร้อมมีส่วนช่วยทีมคว้าชัย 2-0 ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าชื่อของเขายังคงอยู่ในสายตาของทีมชาติอาร์เจนติน่าเสมอ

สไตล์การเล่น :

          เอมิเลียโน่ บูเอนเดีย คือเพลย์เมกเกอร์ชาวอาร์เจนติน่าที่โดดเด่นเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ความมุ่งมั่น และทักษะทางเทคนิคอันยอดเยี่ยม

          ตำแหน่งหลักของเขาคือมิดฟิลด์ตัวรุก แต่ยังสามารถขยับออกไปเล่นเป็นปีกซ้ายแบบตัดเข้าในได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจุดแข็งสำคัญของบูเอนเดียคือวิสัยทัศน์ในการเล่นระดับสูง การอ่านเกมที่เฉียบคม และการจ่ายบอลที่สามารถเปลี่ยนจังหวะธรรมดาให้กลายเป็นโอกาสอันตรายได้ในทันที


          นอกจากคุณภาพเกมรุกแล้ว สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างจากเพลย์เมกเกอร์ทั่วไปคือความขยันและการทำงานนอกจังหวะครองบอล บูเอนเดียเป็นนักเตะที่พร้อมไล่เพรสซิ่ง กดดันคู่แข่ง และช่วยทีมแย่งบอลกลับคืนมาอย่างไม่ลดละ อีกหนึ่งจุดเด่นที่ถูกพูดถึงเสมอคือความสามารถในการเจาะแนวรับที่เล่นอย่างรัดกุม แม้ต้องเจอกับพื้นที่จำกัด เขาก็ยังสามารถใช้เทคนิค การเคลื่อนที่ และจังหวะจ่ายบอลที่แม่นยำ เพื่อเปิดช่องว่างให้เพื่อนร่วมทีมหรือสร้างโอกาสทำประตูได้

          เรียกได้ว่า บูเอนเดียคือผู้เล่นประเภทที่อาจไม่ได้โดดเด่นแค่ตัวเลขการทำประตู แต่เป็นนักเตะที่ช่วยทำให้เกมรุกของทีมมีชีวิตชีวามากขึ้นทุกครั้งที่อยู่ในสนาม

ADS