ประวัติ มาริโอ ยูรอฟสกี้ จากแข้งสุดเกรียน สู่มาดกุนซือสุดเข้ม

Jokernut | 27/10/2020 14:14 น. | 40 Views

          สำหรับสปอร์ต-ไอดอล วันนี้ผมขอเปลี่ยนบรรยากาศไปที่ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก ดูบ้าง แต่ขอเจาะลึกลงไปที่ตัวกุนซือบ้างล่ะกันนั่นก็คือ มาริโอ ยูรอฟสกี้ อดีตแข้งระดับตำนานของไทยลีกเลยก็ว่าได้ แต่คราวนี้มาในบทบาทใหม่นั่นก็คือผู้จัดการทีมของ "กิเลนผยอง" เมืองทองฯ และนัดประเดิมสนามที่ผ่านมาก็โชว์กึ๋นทันทีด้วยการเก็บชัยชนะครั้งแรกได้เป็นผลสำเร็จด้วยการบุกไปเอาชนะ โปลิศ เทโร 3-1

 

สู่ยุค “มาริโอ”
ชื่อเต็ม : มาริโอ ยูรอฟสกี้ (Mario Gjurovski)

วันเดือนปีเกิด : 11 ธันวาคม 1985 (อายุ 34 ปี)
สถานที่เกิด : เมืองเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย
ส่วนสูง : 179 เซ็นติเมตร
ตำแหน่ง : กองกลางตัวรุก

          ถ้าพูดถึงชายที่ชื่อว่า มาริโอ ยูรอฟสกี้ เป็นที่แน่นอนว่าแฟนบอลชาวไทยหรือแม้กระทั่งคนที่ไม่ได้ดูฟุตบอลน่าจะเคยได้ยินมาบ้างเพราะเจ้าตัวถือว่ามีชื่อเสียงพอตัวทั้งผลงานและสนามรวมไปถึงวีรกรรมสุดเกรียน

Zbog najluđe proslave nisam pričao s Jokanom: Ispovest Marija Đurovskog,  fudbalskog kralja Tajlanda! - Telegraf.rs

          มาริโอ ยูรอฟสกี้ เกิดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 1985 เมืองเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย (ตามถิ่นกำเนิดเดิม) จะว่าไปแล้ว ยูรอฟสกี้ มีความคุ้นเคยกับกีฬาฟุตบอลเป็นอย่างดีเลยล่ะครับเนื่องจากทั้งคุณพ่อและคุณลุงต่างเป็นนักเตะมืออาชีพโดยเฉพาะในรายของคุณพ่อ มิลิโก้ ที่กลายเป็นนักเตะประวัติศาสตร์คนแรกที่ย้ายข้ามฝั่งจาก เร้ด สตาร์ เบลเกรด ไปร่วมทีมคู่ปรับ ปาร์ติซาน เบลเกรด นั่งเอง ส่วนตัว ยูรอฟสกี้ เองเริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลกับสโมสร คูการิคกี้ ในฐานะนักเตะอะคาเดมี่ ก่อนจะเริ่มฉายแววเก่งและถูกดึงตัวไปร่วมทีม เร้ด สตาร์ เบลเกรด ด้วยวัยเพียง 14 ปีเท่านั้น


PROGOVORIO POSLE 12 GODINA Mario Đurovski otkrio zašto nije došao u Zvezdu  - MaxBet Sport
          หลังจากได้เข้าสู่ทีมเยาวชนของ เร้ด สตาร์ เบลเกรด เจ้าก็ได้รับโอกาสลงสนามบ้าง แต่ผลงานส่วนตัวก็ไม่มีอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันจนท้ายที่สุดก็ถูก เบซานนิญ่า ทีมร่วมลีกเซอร์เบีย คว้าตัวไปร่วมทีมในปี 2004 และในการค้าแข้งกับสโมสรแห่งนี้ถือว่าเป็นการแจ้งเกิดเป็นเต็มเลยก็ว่าได้เนื่องจากมีส่วนสำคัญที่พาทีมไปเล่นในศึกยูฟ่า คัพ (ยูโรป้า ลีก) นอกจากนี้เจ้าตัวมีชื่อเป็นหนึ่งในผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลอีกด้วย หลังจากค้าแข้งอยู่กับทีม 2 ปีก็ตัดสินใจย้ายทีมอีกครั้งซึ่งสโมสรสุดท้ายที่ ยูรอฟสกี้ ค้าแข้งในยุโรปก็คือ เมตาลูรห์ โดเนตส์ค ทีมจากประเทศยูเครน

          จนกระทั่งในปี 2012 "กิเลนผยอง" เมืองฯทอง สร้างเซอร์ไพร์สด้วยการนำ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ข้ามฟากมาค้าแข้งในทวีปเอเชียเป็นครั้งแรกและด้วยศักยภาพที่เต็มทำจึงไม่แปลกใจเลยที่เพียงแค่ซีซั่นแรกก็พาต้นสังกัดใหม่ผงาดคว้าแชมป์ลีกได้เป็นผลสำเร็จ หลังจากนั้นเจ้าตัวก็ได้กลายเป็นผู้เล่นหลักของทีมในทันที


รู้สึกผิด!เกรียนโอ้รำลึกช็อตโชว์ลิงในตำนานเมื่อ3ปีก่อน(มีคลิป) | Goal.com
          แต่ก็อย่างที่ทราบกันดีว่าเส้นทางของนักฟุตบอลย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอและในซีซั่น 2015 ในศึกช้างเอฟเอ คัพ ที่ต้นสังกัดเป็นฝ่ายแพ้ให้กับบุรีรัมย์ 1-3 ในรอบชิงชนะเลิศก็เป็นเกมสุดท้ายของ ยูรอฟสกี้ พร้อมกับปิดฉากการค้าแข้งตลอด 4 ปีที่ผ่านมา

แบงค็อกฯ เสริมโหดปิดดีล มาริโอ ยูรอฟสกี้ เซ็นยาว 3 ปี

          ทำให้สโมสรฟุตบอลแบงค็อก ยูไนเต็ด ตัดสินใจคว้าตัวอดีตตัวรุกทีมชาติมาซิโดเนีย มาแบบไม่มีค่าตัวซึ่งภายหลังคาดว่าจะได้เงินเดือนเกินกว่า 2 ล้านบาทเลยทีเดียว ซึ่งอยู่ในเรทใกล้เคียงกับของต้นสังกัดเก่าและทำการเปิดตัวในเวลาต่อโดยยังสวมหมายเลข 20 เหมือนเดิม แต่เจ้าตัวก็ค้าแข้งได้เพียงแค่ฤดูกาลเดียวเท่านั้นเพราะด้วยค่าเหนื่อยมหาศาลกับฟอร์มการเล่นที่เลยจุดพีคมาแล้ว

เซอร์ไพรซ์! "มาริโอ ยูรอฟสกี้" ย้ายซบ บีจี เอฟซี เรียบร้อยแล้ว
          แต่เส้นทางการค้างแข้งของ ยูรอฟสกี้ ก็ยังไม่จบลงแค่เพราะ บางกอกกล๊าส เป็นฝ่ายเข้ามาเซ้งตัวในปี 2018 ถือว่าเป็นบิ๊กดีลการย้ายทีมที่น่าสนใจเลยทีเดียว แต่ท้ายที่สุดด้วยวัยที่โรยราลงไปเรื่อยๆทำให้เจ้าตัวนั่งเป็นสำรองซะส่วนใหญ่อย่างไรก็ตาม ยูรอฟสกี้ ก็ยิงไปได้ 4 กับอีก 3 แอสซิสต์ ทั้งๆที่ได้ลงสนามช่วยทีมเพียง 14 เกมเท่านั้นเอง หลังจากจบซีซั่นเจ้าตัวกลายเป็นนักเตะไร้สังกัดก่อนที่จะประกาศแขวนสตั๊ดในเวลาต่อมาซึ่งเป็นการปิดฉากอาชีพนักเตะในไทย ลีก อันยาวนานถึง 8 ฤดูกาลติดต่อกัน

ในภาพอาจจะมี 3 คน, ผู้คนกำลังนั่ง

          หลังจากประกาศรีไทร์จากการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ยูรอฟสกี้ ได้ไปเรียนโค้ชอย่างจริงจังและก็ได้เป็นโค้ชเยาวชนของ เมืองทอง ในรุ่น ยู-17 และยู-19 ปี ก่อนที่ท้ายที่สุดโอกาสในการคุมทีมชุดใหญ่ก็มาถึงเมื่อ เมืองทองฯ ประกาศแต่งตั้ง มาริโอ ยูรอฟสกี้ ตำนานนักเตะของสโมสรเป็น "เฮดโค้ชคนใหม่" พ่วงด้วยเพื่อนซี้อย่าง ดั๊กโน่ เซียก้า ขึ้นมากุมบังเหียนแทนที่ของ อเล็กซานเดร กาม่า ที่ทำผลงานได้ย่ำแย่และก็อย่างที่ทราบกันดีว่า มาริโอ ยูรอฟสกี้ เพิ่งพาลูกทีมเก็บสามแต้มได้ทันที

ADS

thaibetvision.com