ประวัติ ไมค์ เมนญ็อง ประตูจอมหนึบแห่งทัพเลส์ เบลอส์

sittiwut | 12/05/2026 16:34 น. | 1 Views

 

ชื่อเต็ม : ไมค์ ปีเตอร์สัน เมนญ็อง (Mike Peterson Maignan)
วัน/เดือน/ปีเกิด : 3 กรกฎาคม ค.ศ. 1995
ส่วนสูง : 1.91 ซม.
ตำแหน่ง : ผู้รักษาประตู
สโมสรปัจจุบัน : เอซี มิลาน


           ไมค์ เมนญ็อง คือหนึ่งในผู้รักษาประตูระดับแถวหน้าของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส ปัจจุบันเฝ้าเสาและสวมปลอกแขนกัปตันทีมให้กับ เอซี มิลาน สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก เซเรีย อา อิตาลี รวมถึงเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติฝรั่งเศสอีกด้วย

           เส้นทางลูกหนังของ เมนญ็อง เริ่มต้นจากอะคาเดมีของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แม้ช่วงแรกๆจะยังไม่ได้รับโอกาสลงสนามมากนัก และมักมีชื่อเป็นเพียงตัวสำรองข้างสนาม แต่เจ้าตัวไม่เคยหยุดพัฒนา ก่อนตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ ลีลล์ ในปี 2015 ด้วยค่าตัวราว 1 ล้านยูโร

           หลังจากใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองอยู่พักใหญ่ เมนญ็อง ก็ก้าวขึ้นมาเป็นมือหนึ่งเต็มตัวของลีลล์ในปี 2017 และโชว์ฟอร์มเหนียวหนึบจนคว้ารางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมแห่งลีกเอิง ประจำฤดูกาล 2018–19 ไปครองได้สำเร็จ ก่อนพาทีมสร้างเซอร์ไพรส์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดฝรั่งเศสในฤดูกาล 2020–21

           ด้วยฟอร์มอันโดดเด่นทำให้ เอซี มิลาน ดึงตัวเขาไปร่วมทัพในปี 2021 ด้วยค่าตัวประมาณ 15 ล้านยูโร และเมนญ็องก็ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง เมื่อช่วย “ปีศาจแดงดำ” คว้าแชมป์เซเรีย อา มาครองได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรก พร้อมมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลอีกด้วย

           ส่วนในระดับทีมชาติ เมนญ็อง ติดทีมเยาวชนฝรั่งเศสมาทุกรุ่น ลงเล่นรวม 37 นัด ก่อนประเดิมสนามให้ทีมชาติชุดใหญ่ในปี 2020 และมีชื่อติดทัพ “ตราไก่” ลุยศึก ยูโร ปี 2020 และยูโร ปี 2024 สะท้อนให้เห็นถึงสถานะของเขาในฐานะหนึ่งในนายด่านระดับท็อปของยุโรปยุคปัจจุบัน


ชีวิตวัยเด็ก :

           เมนญ็อง เกิดเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ปี 1995 ที่เมืองกาแยน ในเฟรนช์เกียนา โดยมีคุณแม่ชาวเฮติซึ่งเกิดที่เมืองอาแกง และคุณพ่อเชื้อสายกวาเดอลูป ก่อนที่เขาจะย้ายมาเติบโตที่เมืองวิลลิเยร์-เลอ-แบล แถบชานเมืองทางตอนเหนือของกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ถึงแม้จะเติบโตในย่านชานเมืองที่การแข่งขันสูง แต่เมนญ็องก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและพรสวรรค์ด้านฟุตบอลตั้งแต่วัยเด็ก จนค่อยๆ ก้าวขึ้นสู่เส้นทางนักเตะอาชีพ และกลายเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูระดับแถวหน้าของยุโรปในเวลาต่อมา


เส้นทางสโมสร

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง :

           ไมค์ เมนญ็อง เริ่มต้นเส้นทางลูกหนังกับทีมเยาวชนของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมงก่อนพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่องจนถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2013 ในฤดูกาล 2013–14 เจ้าตัวมีโอกาสลงเล่นในศึก ยูฟ่า ยูธ ลีก และเป็นส่วนหนึ่งของทีมดาวรุ่งเปแอสเชที่ทะลุถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ก่อนพ่ายให้กับ เรอัล มาดริด ไปอย่างน่าเสียดาย


           ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นทำให้เมนญ็องได้รับสัญญาอาชีพฉบับแรกในเดือนมิถุนายน ปี 2013 โดยเซ็นยาว 3 ปีเต็มกับสโมสรดังแห่งกรุงปารีส และในช่วงปลายปีเดียวกัน นายด่านดาวรุ่งรายนี้มีชื่ออยู่ในทีมชุดแข่งขันชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ในเกม เฟร้นช์ ลีก คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่เปแอสเชเอาชนะ แซงต์ เอเตียน 2-1 แม้จะยังเป็นเพียงตัวสำรองของ นิโกลาส ดูเชซ์ ก็ตาม

           จากนั้นในวันที่ 19 มกราคม 2014 เมนญ็อง ก็ถูกใส่ชื่อในเกม ลีก เอิง เป็นครั้งแรก แต่ยังไม่ได้ลงสนาม โดยเกมดังกล่าว เปแอสเช เปิดบ้านถล่ม น็องต์ ไป 5-0 ที่สนาม ปาร์ก เด แพร็งส์ ขณะที่ ซัลวาตอเร่ ซิริกู รับหน้าที่เฝ้าเสาตัวจริงในวันนั้น

ลีลล์ :

           เดือนสิงหาคม ปี 2015 ไมค์ เมนญ็อง ตัดสินใจอำลาเปแอสเชเพื่อย้ายไปหาโอกาสลงสนามกับ ลีลล์ คู่แข่งในศึก ลีก เอิง ด้วยค่าตัวประมาณ 1 ล้านยูโร พร้อมเซ็นสัญญาระยะยาว 5 ปี เมนญ็อง ประเดิมสนามอาชีพนัดแรกเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2015 ในเกมเสมอ แรนส์ 1-1 โดยเขาถูกส่งลงสนามแทน ยาสซีน เบนเซีย หลังจาก วินเซนต์ เอ็นเยียมา ผู้รักษาประตูตัวจริงโดนใบแดง

 

           และทันทีที่สัมผัสบอลครั้งแรก เมนญ็อง ก็โชว์ซูเปอร์เซฟจุดโทษจาก ปอล-จอร์จส์ เอ็นเต็ป ได้ทันที แม้หลังจากนั้นไม่นานจะเสียประตูให้ผู้เล่นคนเดิมก็ตาม แต่จังหวะเซฟดังกล่าวก็กลายเป็นสัญญาณแรกที่บ่งบอกถึงพรสวรรค์ของเขาได้เป็นอย่างดี

 

           จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในฤดูกาล 2017–18 เมื่อกุนซือจอมแท็กติก มาร์เซโล บิเอลซ่า ตัดสินใจดร็อป เอ็นเยียมา และผลักดันเมนญ็องขึ้นเป็นมือหนึ่งของทีมแบบเต็มตัว แม้ช่วงเริ่มต้นจะมีบทเรียนราคาแพง โดยในเกมแพ้สตราส์บูร์ก 0-3 เขาถูกใบแดงไล่ออกจากสนามจากจังหวะขว้างบอลใส่คู่แข่ง จนกองหน้าอย่าง นิโคลัส เดอ ปรีวิลเล่ ต้องลงไปเฝ้าเสาชั่วคราวในช่วงท้ายเกม แต่เมนญ็องก็ใช้ความผิดพลาดครั้งนั้นเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาตัวเอง

 

           ฤดูกาลถัดมา เขาระเบิดฟอร์มสุดยอดอย่างต่อเนื่อง ลงเล่นทุกนัด และพา ลีลล์ คว้ารองแชมป์ลีกตามหลัง เปแอสเช พร้อมคว้ารางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมแห่งปีของฝรั่งเศส จากเวที Trophées UNFP du football ไปครองได้อีกด้วย โดยในซีซั่นนั้น เมนญ็องเสียไปเพียง 30 ประตู เก็บคลีนชีตได้ 17 นัด เซฟรวม 233 ครั้ง และป้องกันจุดโทษได้ถึง 3 ลูก กลายเป็นหนึ่งในนายด่านที่โดดเด่นที่สุดของลีกเอิงทันที

 

           ก่อนที่ฤดูกาล 2020–21 จะกลายเป็นปีทองของเขา เมื่อเมนญ็อง พา ลีลล์ หักปากกานักวิจารณ์ คว้าแชมป์ ลีก เอิง เหนืออดีตต้นสังกัดอย่าง เปแอสเช ได้แบบสุดระทึก ด้วยคะแนนห่างเพียงแต้มเดียวในวันสุดท้ายของฤดูกาล โดยในปีนั้นเขาเก็บคลีนชีตได้ถึง 21 นัด ขาดอีกเพียงเกมเดียวก็จะทำลายสถิติสูงสุดของลีกได้แล้ว และผลงานระดับมาสเตอร์คลาสนี้เอง ที่เปิดประตูให้เขาก้าวสู่เวทีระดับโลกกับ เอซี มิลาน ในเวลาต่อมา


เอซี มิลาน :

           วันที่ 27 พฤษภาคม 2021 ไมค์ เมนญ็อง ตอบรับย้ายร่วมทัพ เอซี มิลาน ด้วยสัญญาระยะยาว 5 ปี โดยย้ายเข้ามาแทนที่ จานลุยจิ ดอนนารุมมา ที่อำลาทีมไปอยู่กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยค่าตัวราว 15 ล้านยูโร โดย เมนญ็อง เปิดตัวในศึกเซเรีย อา ได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อช่วยทีมบุกเฉือน ซามพ์โดเรีย 1-0 เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2021 ก่อนจะเริ่มสร้างชื่ออย่างรวดเร็วในฐานะกำแพงเหล็กคนใหม่ของทัพ “ปีศาจแดงดำ”


           อย่างไรก็ตาม ช่วงต้นฤดูกาลแรกในอิตาลี เขาต้องเผชิญเหตุการณ์ไม่น่าจดจำ เมื่อถูกแฟนบอล ยูเวนตุส เหยียดผิวด้วยวาจาในเกมลีกเมื่อเดือนกันยายน 2021 แต่ เมนญ็อง ตอบโต้ด้วยท่าทีหนักแน่น พร้อมโพสต์ข้อความว่า “ดำ และภูมิใจในตัวเอง” ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะถูกระบุตัวและถูกแบนจากกลุ่มแฟนบอลในเวลาต่อม ในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน เจ้าตัวได้รับบาดเจ็บที่ข้อมือซ้ายจนต้องเข้ารับการผ่าตัด และคาดว่าจะพักยาวกว่า 10 สัปดาห์ แต่สุดท้ายกลับฟื้นตัวเร็วกว่ากำหนดและคืนสนามได้ภายในเพียง 6 สัปดาห์เท่านั้น

           หลังกลับมา เมนญ็อง มีบทบาทสำคัญทันที โดยเฉพาะในเกมมิลานดาร์บี้ที่ช่วยเซฟสำคัญหลายครั้ง พาทีมเฉือน อินเตอร์ มิลาน 2-1 เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2022

           ไม่เพียงแค่การป้องกันประตู เขายังโชว์ความสามารถเรื่องการเปิดบอลอย่างแม่นยำ ด้วยการแอสซิสต์ให้ ราฟาเอล เลเอา ทำประตูในเกมชนะซามพ์โดเรีย 1-0 กลายเป็นผู้รักษาประตูของมิลานคนแรกที่ทำแอสซิสต์ได้ในเซเรีย อา นับตั้งแต่ยุคของ ดีด้า เมื่อปี 2006

           ด้วยฟอร์มระดับเวิลด์คลาสทำให้ เมนญ็อง คว้ารางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมแห่งเซเรีย อา ประจำฤดูกาล 2021–22 ก่อนพามิลานบุกชนะ ซัสซัวโล่ 3-0 ในนัดสุดท้าย พร้อมคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกของสโมสรในรอบ 11 ปี โดยซีซั่นนั้นเขาเก็บคลีนชีตได้ถึง 17 นัด


           ส่วนในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2022–23 เมนญ็อง ยังเป็นฮีโร่อีกครั้ง เมื่อเซฟจุดโทษของ ควิช่า ควารัตสเคเลีย ในเกมเสมอ นาโปลี 1-1 รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่สอง ช่วยให้มิลานผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2006–07 ต่อมาในเดือนธันวาคม 2023 เขาทำแอสซิสต์ให้ คริสเตียน พูลิซิช ยิงประตูในเกมชนะ โฟรซิโนเน่ 3-1 พร้อมสร้างสถิติเป็นผู้รักษาประตูเพียงคนเดียวจาก 5 ลีกใหญ่ยุโรป ที่ทำแอสซิสต์ได้ต่อเนื่อง 3 ฤดูกาลติดต่อกัน


           ต้นปี 2024 เมนญ็อง ต้องเผชิญเหตุการณ์เหยียดผิวอีกครั้ง คราวนี้จากแฟนบอลของ อูดิเนเซ่ จนเจ้าตัวและเพื่อนร่วมทีมตัดสินใจเดินออกจากสนามระหว่างการแข่งขัน เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในวงการฟุตบอลอิตาลี และทำให้อูดิเนเซ่ถูกลงโทษให้แข่งขันแบบปิดสนาม รวมถึงมีแฟนบอลหลายรายถูกแบนตลอดชีวิต

           ด้วยความเป็นผู้นำทั้งในและนอกสนาม เมนญ็อง จึงได้รับแต่งตั้งเป็นกัปตันทีม เอซี มิลาน อย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม 2024 กลายเป็นนักเตะต่างชาติคนที่ 5 ในประวัติศาสตร์สโมสรที่ได้รับเกียรติดังกล่าว และในวันที่ 31 มกราคม 2026 นายด่านทีมชาติฝรั่งเศสก็ตัดสินใจฝากอนาคตไว้กับมิลานต่อไป ด้วยการต่อสัญญาฉบับใหม่ยาวถึงปี 2031 ตอกย้ำสถานะของเขาในฐานะหัวใจสำคัญแห่งถิ่นซาน ซีโร่ยุคใหม่

 

ทีมชาติฝรั่งเศส :

           ไมค์ เมนญ็อง รับใช้ทีมชาติฝรั่งเศสมาครบทุกรุ่น ตั้งแต่ระดับอายุไม่เกิน 16 ปี ไปจนถึงชุดอายุไม่เกิน 21 ปี และยังเคยสวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติฝรั่งเศสชุด ยู-17 ในศึกชิงแชมป์ยุโรปปี 2012 ที่ประเทศสโลวีเนียอีกด้วย


           ฟอร์มอันยอดเยี่ยมกับ ลีลล์ ทำให้เขาได้รับการเรียกติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2019 สำหรับโปรแกรมคัดเลือก ยูโร ปี 2020 และเกมอุ่นเครื่องทีมชาติ

           เมนญ็อง ประเดิมสนามให้ทัพ “ตราไก่” อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2020 ในเกมอุ่นเครื่องกับ ทีมชาติยูเครน โดยลงมาแทน สตีฟ ม็องด็องด้า ช่วงพักครึ่ง ก่อนช่วยทีมถล่มคู่แข่งขาดลอย 7-1 หลังจากนั้นเขามีชื่อติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดลุยศึกยูโร 2020 รอบสุดท้าย และเริ่มได้รับความไว้วางใจมากขึ้นเรื่อยๆ จากทีมงานโค้ช

           วันที่ 6 มิถุนายน 2022 เมนญ็อง ลงเล่นเกมทางการให้ทีมชาติเป็นครั้งแรก ในศึก ยูฟ่า เนชั่น ลีก นัดเสมอ ทีมชาติโครเอเชีย 1-1 แม้จะเสียประตูท้ายเกมจากจุดโทษของ อันเดรย์ กรามาริช ก็ตาม


           อย่างไรก็ตาม อาการบาดเจ็บบริเวณน่องในช่วงปลายปี 2022 ทำให้เขาพลาดช่วยฝรั่งเศสในศึก ฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ซึ่งถือเป็นความผิดหวังครั้งสำคัญของเจ้าตัว แต่หลังการอำลาทีมชาติของ อูโก้ โยริส ในเดือนมกราคม 2023 เมนญ็อง ก็ถูกผลักดันขึ้นมาเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งคนใหม่ของทีมชาติฝรั่งเศสแบบเต็มตัว

           ในศึก ยูโร 2024 เขารับหน้าที่นายด่านตัวจริงของฝรั่งเศส และโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม พาทีมทะลุถึงรอบรองชนะเลิศ ก่อนพ่ายให้กับ ทีมชาติสเปน แชมป์ในท้ายที่สุด 1-2 แม้จะไปไม่ถึงฝัน แต่ผลงานอันเหนียวหนึบของเมนญ็องก็ได้รับการยอมรับทั่วทั้งทวีป จนมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ยูโร 2024 ได้สำเร็จ

 

สไตล์การเล่น :

           ไมค์ เมนญ็อง ได้รับฉายาจากสื่อและแฟนบอลว่า “เมจิก ไมค์” จากฟอร์มการเซฟอันเหลือเชื่อ และถูกยกให้เป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดของโลกยุคปัจจุบัน

           จุดเด่นสำคัญของ เมนญ็อง คือรูปร่างที่สูงใหญ่ แข็งแกร่ง และเต็มไปด้วยพลัง ทำให้เขาครองพื้นที่หน้าปากประตูได้อย่างยอดเยี่ยม ขณะเดียวกันก็มีปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็ว เซฟลูกยากได้บ่อยครั้ง รวมถึงมีการยืนตำแหน่งที่แม่นยำจนช่วยลดโอกาสทำประตูของคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

           นอกจากความเหนียวหนึบแล้ว เมนญ็อง ยังโดดเด่นเรื่องการเปิดบอลและการใช้เท้า ซึ่งกลายเป็นอาวุธสำคัญในฟุตบอลยุคใหม่ เขาสามารถเริ่มเกมจากแดนหลังได้อย่างแม่นยำ อ่านเกมได้ดี และกล้าออกมาตัดบอลนอกกรอบเขตโทษ จนถูกมองว่าเป็นผู้รักษาประตูสไตล์ “สวีปเปอร์คีปเปอร์” อย่างแท้จริง


           อีกหนึ่งคุณสมบัติที่ทำให้เขาแตกต่างคือภาวะผู้นำ เมนญ็อง มีบุคลิกดุดัน คอยสั่งการแนวรับตลอดทั้งเกม และมักยกระดับฟอร์มของทีมในแมตช์สำคัญได้เสมอ นอกจากนี้ เขายังมีสถิติการป้องกันจุดโทษที่ยอดเยี่ยม และมักสร้างโมเมนต์เซฟสำคัญในช่วงเวลาชี้ชะตาอยู่บ่อยครั้ง

           ฝีมือของเขาได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมอาชีพทั่วโลก แม้แต่ อลิสซง เบ็คเกอร์ นายด่านของ ลิเวอร์พูล และทีมชาติบราซิล ยังกล่าวชื่นชมเมญองในปี 2024 ว่า : "เขามีร่างกายแข็งแรง ว่องไว มีเทคนิคที่ยอดเยี่ยม เขาแข็งแกร่งมาก เขาเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ดีที่สุดในโลก"

ADS