ประวัติ โชเอลินตอน พลังงานขับเคลื่อนในแดนกลางของนิวคาสเซิ่ล

sittiwut | 03/04/2026 12:25 น. | 16 Views

 


ชื่อเต็ม : โชเอลินตอน กัสซิโอ อาโปลินาริโอ เดอ ลีรา (Joelinton Cássio Apolinário de Lira)

วัน/เดือน/ปีเกิด : 14 สิงหาคม ค.ศ. 1996
ส่วนสูง : 1.86 ซม.
ตำแหน่ง : มิดฟิลด์, ปีก
สโมสรปัจจุบัน : นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด


           โชเอลินตอน คือนักฟุตบอลอาชีพชาวบราซิล ที่เล่นได้ทั้งมิดฟิลด์และปีก ปัจจุบันค้าแข้งกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ รวมถึงติดทีมชาติบราซิลชุดใหญ่

           โดยเส้นทางลูกหนังของเขาเริ่มต้นที่ สปอร์ต เรซิเฟ่ ก่อนจะถูกดึงตัวสู่ยุโรปโดย ฮอฟเฟ่นไฮม์ ในปี 2015 และถูกปล่อยยืมไปเก็บประสบการณ์กับราปิด เวียนนา นานถึง 2 ฤดูกาล ต่อมาในปี 2019 คือจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเจ้าตัวย้ายสู่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวก้อนโต แต่ช่วงแรกเขาถูกใช้งานในตำแหน่งกองหน้า และฟอร์มยังไม่เปรี้ยงนัก

           อย่างไรก็ตาม ภายใต้การคุมทีมของ เอ็ดดี้ ฮาว โชเอลินตอน ถูกปรับบทบาทลงมาเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง ก่อนจะ “เกิดใหม่” กลายเป็นนักเตะพลังงานสูง ขยันไล่บอล แข็งแกร่ง และมีอิทธิพลต่อเกมอย่างชัดเจน จนกลายเป็นกำลังหลักของทีมในยุคใหม่

           ส่วนในระดับทีมชาติ เขาเคยติดทีมเยาวชนบราซิลชุดอายุไม่เกิน 17 ปี และได้ประเดิมสนามให้ทีมชาติชุดใหญ่ในปี 2023 เติมเต็มเส้นทางจากดาวรุ่งสู่แข้งระดับนานาชาติอย่างเต็มตัว


ชีวิตส่วนตัว :

           นอกสนาม โชเอลินตอน ใช้ชีวิตเรียบง่ายกับครอบครัว โดยเขาคบหากับ เธส์ กอนดิม มาตั้งแต่ปี 2015 ก่อนจะเข้าพิธีแต่งงานกันในเดือนพฤษภาคม 2024 ปัจจุบันทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 3 คน ซึ่งคนที่สามถูกประกาศข่าวดีตั้งแต่ปลายปี 2022 และหนึ่งในโมเมนต์ที่แฟนบอลพูดถึง คือการจัดงานเฉลยเพศลูก (gender reveal) กลางสนาม เซนต์ เจมส์ พาร์ก ในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 ซึ่งสร้างสีสันและความประทับใจให้กับแฟนบอล “สาลิกาดง” ไม่น้อย


           อย่างไรก็ตาม ชีวิตนอกสนามของเขาก็ไม่ได้มีแต่เรื่องดีเสมอไป โดยในเดือนมกราคม 2023 เจ้าตัวถูกจับในข้อหาเมาแล้วขับที่เมือง นิวคาสเซิล อะพอน ไทน์ ก่อนจะรับสารภาพในชั้นศาล และถูกลงโทษแบนขับรถ 12 เดือน (ลดเหลือ 9 เดือนหากเข้ารับการอบรม) พร้อมปรับเงินจำนวนมาก นอกจากนี้ ในเดือนมกราคม 2024 บ้านพักของเขายังถูกคนร้ายบุกขโมยทรัพย์สิน ขณะที่เจ้าตัวกำลังลงสนามช่วย นิวคาสเซิ่ล ลงแข่งขันอยู่

           แม้จะมีอุปสรรคและเหตุการณ์ไม่คาดคิดเข้ามา แต่ โชเอลินตอน ยังคงเดินหน้าทั้งในฐานะนักฟุตบอลและหัวหน้าครอบครัวอย่างไม่หยุดยั้ง


สปอร์ต เรซิเฟ่ :

           โชเอลินตอน เกิดที่เมือง อาลิอันซ่า และเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังกับ สปอร์ต เรซิเฟ่ ตั้งแต่ปี 2012 โดยใช้เวลา 2 ปีในทีมเยาวชน ก่อนถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2013 อย่างไรก็ตาม เขาต้องรอถึงเดือนมีนาคม 2014 จึงได้โอกาสประเดิมสนามอาชีพ ในศึก โคปา โด นอร์เดสเต้ เกมพบคู่ปรับร่วมเมือง ซานตา ครูซ โดยลงมาเป็นตัวสำรองนาทีที่ 62 และช่วยทีมบุกชนะ 2-1 ในรอบรองชนะเลิศ (สกอร์รวม 4-1)

           แม้เจ้าตัวจะไม่ได้ลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศ แต่ สปอร์ต เรซิเฟ่ ก็ยังคว้าแชมป์เหนือ ซิเอร่า ด้วยสกอร์รวม 3-1 ขณะเดียวกัน เขายังมีชื่อติดทีมชุดใหญ่ในศึก คัมเปโอนาโต้ แปร์นัมบูกาโน่ ถึง 6 นัด และทีมก็คว้าแชมป์รายการนี้ได้เช่นกัน


           ในศึกบราซิล ซีรี่ เอ ฤดูกาล 2014 โชเอลินตอน เริ่มได้รับโอกาสมากขึ้น โดยลงสนาม 7 นัดช่วงท้ายซีซั่น และทำประตูแรกในอาชีพได้สำเร็จในเกมเสมอ ฟลูมิเนนเซ่ 2-2 ก่อนจะมาซัดประตูชัยเหนือ เซา เปาโล ตั้งแต่นาทีที่ 4 ในนัดสุดท้ายของฤดูกาล

           เข้าสู่ปี 2015 เขาก้าวขึ้นมายึดตำแหน่งตัวจริงในลีกระดับรัฐได้สำเร็จ แต่ก็ต้องเจอบทเรียนสำคัญ เมื่อโดนใบแดง 2 นัดติดต่อกันในรอบสอง จากเกมพบ ซานตา ครูซ และเนาติโก้ ช่วงเวลานี้ถือเป็น “จุดตั้งต้น” ของแข้งหนุ่ม ที่เต็มไปด้วยทั้งโอกาส ความสำเร็จ และบทเรียน ก่อนจะก้าวไปสู่เวทีใหญ่ในยุโรปในเวลาต่อมา


ฮอฟเฟ่นไฮม์ :


           เดือนมิถุนายน ปี 2015 ฮอฟเฟ่นไฮม์ ทีมจากศึกบุนเดสลีก้า เยอรมัน ตัดสินใจคว้าตัว โชเอลินตอน ไปร่วมทีมด้วยสัญญาระยะยาว 5 ปี เปิดประตูสู่เวทียุโรปอย่างเต็มตัว อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลแรกในแดนเบียร์ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับดาวรุ่งบราซิลรายนี้ เขาได้รับโอกาสลงสนามเพียงนัดเดียวเท่านั้น โดยเป็นการลงมาเป็นตัวสำรองช่วงท้ายเกมแทน โจนาธาน ชมิด ในนัดที่ทีมบุกไปพ่าย ชาลเก้ 04 0-1 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม

           ช่วงเวลานี้อาจดูเงียบงัน แต่ก็เป็นเหมือน “บทเรียนฟุตบอลยุโรป” ที่สำคัญสำหรับโชเอลินตอน ก่อนที่เส้นทางของเขาจะเริ่มชัดเจนขึ้นในฤดูกาลต่อๆ มา


ราปิด เวียนนา :

           วันที่ 23 มิถุนายน 2016 โชเอลินตอน ถูกปล่อยยืมจาก ฮอฟเฟ่นไฮม์ไปเก็บประสบการณ์กับ ราปิด เวียนนา ทีมดังจากออสเตรีย เป็นเวลา 2 ปี และนี่คือช่วงเวลาที่เขาเริ่ม “ฉายแวว” อย่างแท้จริง

           เจ้าตัวเปิดตัวได้อย่างสวยงามทันทีในศึก ออสเตรียน คัพ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ด้วยการยิงประตูแรกในเกมชนะ เอฟซี คาราบัค เวียน 3-1 ก่อนจะกลายเป็นฮีโร่ในรอบรองชนะเลิศ ยิงประตูชัยช่วงทดเวลาบาดเจ็บใส่ แอลเอเอสเค ลินซ์ พาทีมทะลุชิงชนะเลิศครั้งแรกในรอบ 12 ปี แม้ในรอบชิงฯ แม้ว่าในเกมดังกล่าวเขาจะยิงประตูตีเสมอได้ แต่สุดท้าย เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ยังเฉือนชนะ 2-1 คว้าแชมป์ไปครอง


           ในเวทียุโรปอย่าง ยูโรป้า ลีก โชเอลินตอน ลงเล่นครบทั้ง 10 นัดของทีม พร้อมฝากผลงานยิงใส่ เกงค์ และ แอตฯ บิลเบา แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในระดับนานาชาติ

           ส่วนผลงานในลีก บุนเดสลีกา ออสเตรีย เขายิงไป 8 ประตูจาก 33 นัด รวมถึงหนึ่งประตูในเกมถล่มคู่ปรับร่วมเมือง ออสเตรีย เวียนนา 4-1 แม้สุดท้ายทีมจะจบเพียงอันดับ 5 และพลาดตั๋วฟุตบอลยุโรปไปอย่างน่าเสียดาย


กลับมา ฮอฟเฟ่นไฮม์ :

           หลังหมดสัญญายืมตัว โชเอลินตอน กลับสู่ฮอฟเฟ่นไฮม์และเริ่มต้นบทใหม่ได้อย่างร้อนแรงทันที ด้วยการซัดแฮตทริกในเกม เดเอฟเบ โพคาล รอบแรก ถล่ม 1. เอฟซี ไกเซอร์สเลาเทิร์น 6-1 จากนั้นเขาทำประตูแรกในเวที บุนเดสลีก้า ได้ในเกมเสมอ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 1-1 และยังโชว์ความสำคัญในเวทียุโรปอีกครั้ง เมื่อยิงประตูตีเสมอช่วงทดเวลาบาดเจ็บช่วยทีมไล่เจ๊า ลียง 3-3 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นี่คือช่วงเวลาที่ โชเอลินตอน เริ่มเปลี่ยนจากดาวรุ่งสู่ผู้เล่นที่ทีมขาดไม่ได้อย่างแท้จริง


นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด :

           วันที่ 23 กรกฎาคม 2019 โชเอลินตอน ย้ายร่วมทัพ "สาลิกา" นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ด้วยสัญญา 6 ปี พร้อมค่าตัวราว 40 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติสโมสรในเวลานั้น เขาประเดิมสนามในศึก พรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล แพ้ อาร์เซน่อล 0-1 และถูกวิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะจากตำนานดาวยิงของทีมอย่าง อลัน เชียเรอร์

           อย่างไรก็ตาม โชเอลินตอน เริ่มตอบโต้เสียงวิจารณ์ด้วยผลงานในสนาม เมื่อยิงประตูแรกในลีกได้ในเกมบุกชนะ สเปอร์ส 1-0 แต่หลังจากนั้นฟอร์มการทำประตูก็ยังไม่สม่ำเสมอ ต้องรอถึงเดือนมกราคม 2020 กว่าจะยิงประตูที่สองได้ ในเกม เอฟเอ คัพ พบ โรชเดล ขณะที่ประตูแรกในบ้านของเขาในลีกต้องรอถึงเดือนมิถุนายน ในเกมชนะ เชฟฟีลด์ ยูไนเต็ด 3-0 ซึ่งเป็นการยุติสถิติฝืดกว่า 2,000 นาที


           สองฤดูกาลแรกกับทีม ตัวเลขอาจไม่โดดเด่นยิง 2 ประตูจาก 38 นัดในซีซั่น 2019–20 และเพิ่มเป็น 4 ประตูในฤดูกาล 2020–21 ทำให้เขาถูกตั้งคำถามเรื่องความคุ้มค่าอยู่ตลอด

           แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อ เอ็ดดี้ ฮาว เข้ามาคุมทีมในฤดูกาล 2021–22 และตัดสินใจรีแบรนด์ โชเอลินตอน จากกองหน้ามาเป็นมิดฟิลด์บ็อกซ์ทูบ็อกซ์ผลลัพธ์คือการเกิดใหม่อย่างแท้จริง เขากลายเป็นนักเตะพลังงานสูง ไล่บีบไม่หยุด แข็งแกร่งทั้งรุกและรับ จนได้รับเสียงชื่นชมจากทั้งแฟนบอลและนักวิเคราะห์ พร้อมคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรในฤดูกาลนั้น

           เส้นทางกับ “สาลิกาดง” ยังเดินหน้าต่อ เมื่อเขาต่อสัญญาระยะยาวในปี 2024 และมีบทบาทสำคัญในเกมนัดชิง คาราบาว คัพ 2025 ที่เอาชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 โดยฟอร์มของเขาถูกยกย่องว่า “ดุดัน” และ “เข้มข้น” สะท้อนภาพนักเตะคนใหม่ที่แตกต่างจากวันแรกโดยสิ้นเชิง


 

ทีมชาติบราซิล :


           โชเอลินตอน เริ่มต้นเส้นทางทีมชาติกับ บราซิล ยู-17 ตั้งแต่ปี 2012 โดยลงสนาม 4 นัด ยิงได้ 2 ประตู แสดงให้เห็นแววตั้งแต่ระดับเยาวชน

           แต่กว่าที่โอกาสในทีมชาติชุดใหญ่จะมาถึงต้องรอถึงปี 2023 เมื่อเขาถูกเรียกติดทีมชาติบราซิลเป็นครั้งแรกในวันที่ 28 พฤษภาคม และเพียงไม่นานหลังจากนั้น โชเอลินตอน ก็สร้างความประทับใจทันทีในเกมประเดิมสนามวันที่ 17 มิถุนายน ด้วยการยิงประตูแรกให้ทีม พา “แซมบ้า” ไล่ถล่มกินี 4-1 เปิดฉากเส้นทางทีมชาติชุดใหญ่ได้อย่างสวยงาม


สไตล์การเล่น :

           โชเอลินตอน คือภาพของมิดฟิลด์ยุคใหม่แบบครบเครื่อง ทั้งพลัง ความดุดัน และความอเนกประสงค์ในคนเดียว กับบทบาทสำคัญในทีม นิวคาสเซิ่ล ภายใต้การปลุกปั้นของ เอ็ดดี้ ฮาว เขาถูก “ชุบชีวิตใหม่” จากกองหน้า กลายเป็นมิดฟิลด์บ็อกซ์ทูบ็อกซ์เต็มตัว และนี่คือจุดเด่นที่ทำให้เขาแตกต่าง เพราะเต็มไปด้วยพลังงานวิ่งไม่มีหมด ไล่บีบคู่แข่งตลอด 90 นาที เป็นตัวจุดไฟให้ทีมทั้งเกมรุกและรับ ใช้ร่างกายที่แข็งแกร่งพาบอลฝ่าคู่แข่ง ขึ้นเกมจากกลางสนามได้อย่างยอดเยี่ยม


           เข้าปะทะหนักแน่น แย่งบอลเก่ง ชนะการดวลกลางสนามบ่อยครั้ง เป็นกำแพงชั้นดีให้แนวรับ ทั้งเกมรุกและรับ เขาคือหนึ่งในตัวทีเด็ดจากลูกโหม่งและจังหวะลูกตั้งเตะ แม้จะยืนเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง แต่ยังสามารถขยับขึ้นไปเป็นตัวรุกสนับสนุน หรือยืนกึ่งปีกได้ตามสถานการณ์

ADS