ประวัติ เอซรี่ คอนซ่า เซ็นเตอร์แบ็กสุดแกร่งของทัพสิงโตคำราม

sittiwut | 14/05/2026 11:09 น. | 1 Views

 


ชื่อเต็ม : เอซรี่ เอ็นโกโย คอนซ่า (Ezri Ngoyo Konsa)

วัน/เดือน/ปีเกิด : 23 ตุลาคม ค.ศ. 1997
ส่วนสูง : 1.83 ซม.
ตำแหน่ง : เซ็นเตอร์แบ็ก, แบ็กขวา
สโมสรปัจจุบัน : แอสตัน วิลล่า


          เอซรี่ คอนซ่า คือปราการหลังสารพัดประโยชน์ชาวอังกฤษปัจจุบันค้าแข้งให้กับ แอสตัน วิลล่า ในศึก พรีเมียร์บีก และติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ โดยเจ้าตัวเล่นได้ทั้งตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กและแบ็กขวา จุดเด่นคือความแข็งแกร่ง อ่านเกมดี และเล่นด้วยความนิ่งเกินวัย

          คอนซ่าเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังจากอคาเดมีของ ชาร์ลตัน แอธเลติก ก่อนพัฒนาฝีเท้าจนก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ และย้ายไปสร้างชื่อกับ เบรนท์ฟอร์ด จากนั้นจึงย้ายมาร่วมทัพ “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า ซึ่งกลายเป็นเวทีสำคัญที่ทำให้เขาเติบโตเป็นหนึ่งในกองหลังที่น่าจับตามองของพรีเมียร์ลีก

          ส่วนในระดับทีมชาติ คอนซ่าผ่านการรับใช้ทีมชาติอังกฤษมาแล้วหลายชุด เริ่มตั้งแต่เยาวชน โดยมีส่วนสำคัญพาอังกฤษคว้าแชมป์ฟุตบอลเยาวชนโลก ในศึกฟุตบอลโลกรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี กับทีมยู-20 รวมถึงคว้าแชมป์ 2018 ตูลง ทัวร์นาเมนต์ กับทีมยู-21 ก่อนจะได้โอกาสประเดิมสนามให้ทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ในเดือนมีนาคม ปี 2024


ชีวิตส่วนตัว :

          ในด้านชีวิตส่วนตัว เอซรี่ คอนซ่า เกิดที่ย่านนิวแฮม กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยมีคุณพ่อเชื้อสายคองโก และคุณแม่เชื้อสายแองโกลา เขาเรียนที่ คัมเบอร์แลนด์ สปอร์ตส คอลเลจ และยังเป็นแฟนบอลตัวยงของ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ มาตั้งแต่เด็กๆอีกด้วย


เส้นทางอาชีพ

ชาร์ลตัน แอธเลติก :

          เอซรี่ คอนซ่า เริ่มต้นเส้นทางลูกหนังกับทีมเยาวชนชื่อดังอย่าง เซนราบ เอฟซี ก่อนย้ายเข้าสู่อคาเดมีของ ชาร์ลตัน แอธเลติก ตั้งแต่อายุเพียง 11 ปี โดยเจ้าตัวพัฒนาฝีเท้าอย่างต่อเนื่องจนได้รับสัญญาทุนนักกีฬาในปี 2014 และต่อยอดด้วยการเซ็นสัญญาอาชีพระยะยาวกับสโมสรเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2015


          หลังจากนั้นไม่นาน คอนซ่าถูกเรียกติดทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในเกม EFL Championship นัดพบกับ เบิร์นลี่ย์ ม้จะยังไม่ได้ลงสนาม และทีมจะแพ้ไปถึง 0-4 แต่ก็นับเป็นก้าวสำคัญของดาวรุ่งรายนี้ อย่างไรก็ตาม ฤดูกาล 2015–16 กลายเป็นปีที่ยากลำบากของชาร์ลตัน หลังทีมตกชั้นจากแชมเปียนชิพลงสู่ลีกวัน

          ฤดูกาล 2016–17 คือจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของคอนซ่า เขาทำผลงานโดดเด่นตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น ก่อนจะได้ประเดิมสนามอย่างเป็นทางการในเกม ลีก คัพ รอบแรก ที่พบกับ เชลต์แนม ทาวน์ และแม้ทีมจะพ่าย 0-1 แต่เจ้าตัวก็เริ่มได้รับโอกาสลงเล่นต่อเนื่อง

          และไม่นานกองหลังดาวรุ่งรายนี้กลายเป็นตัวหลักของทีมอย่างรวดเร็ว ลงสนามไปถึง 39 นัดตลอดฤดูกาล และยังโชว์ความยืดหยุ่นด้วยการขยับไปเล่นทั้งมิดฟิลด์และฟูลแบ็กได้อย่างไม่มีปัญหา จากฟอร์มอันยอดเยี่ยมนี้ทำให้เขาคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำสโมสรไปครอง


          ต่อมาในเดือนมีนาคม ปี 2017 คอนซ่าตอบแทนความไว้วางใจของทีมด้วยการต่อสัญญาฉบับใหม่อีก 3 ปี ก่อนจะยกระดับผลงานขึ้นไปอีกในฤดูกาล 2017–18 ด้วยการลงเล่นถึง 47 นัด พา ชาร์ลตัน ทะลุถึงรอบรองชนะเลิศศึกเพลย์ออฟของลีกวัน และเริ่มถูกจับตามองในฐานะหนึ่งในกองหลังดาวรุ่งอนาคตไกลของอังกฤษ


เบรนท์ฟอร์ด :

          หลังสร้างชื่อกับ ชาร์ลตัน ได้อย่างโดดเด่น เอซรี่ คอนซ่า ก็ขยับสู่ความท้าทายใหม่ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2018 ด้วยการย้ายไปร่วมทัพ เบรนท์ฟอร์ด สโมสรในศึกแชมเปี้ยนชิพ ด้วยสัญญา 3 ปี พร้อมออปชั่นขยายเพิ่มได้อีก 1 ปี โดยค่าตัวแม้ไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานว่าอยู่ที่ราว 2.5 ล้านปอนด์ และทันทีที่ย้ายเข้ามา คอนซ่า ก็สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในแนวรับได้แบบไร้ข้อกังขา เขากลายเป็นหัวใจสำคัญในแผงกองหลังของทีมตลอดฤดูกาล 2018–19 ด้วยสไตล์การเล่นที่นิ่ง แข็งแกร่ง และอ่านเกมได้ยอดเยี่ยม


          นอกจากผลงานเกมรับอันสม่ำเสมอแล้ว เจ้าตัวยังสร้างโมเมนต์สำคัญด้วยการยิงประตูแรกในระดับอาชีพได้สำเร็จ ในเกมที่ เบรนท์ฟอร์ด เอาชนะ เปรสตันฯ ไป 3-0 ในนัดสุดท้ายของฤดูกาล ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ตอกย้ำพัฒนาการของกองหลังดาวรุ่งรายนี้บนเวทีฟุตบอลอังกฤษ


แอสตัน วิลล่า :

          วันที่ 11 กรกฎาคม 2019 เอซรี่ คอนซ่า ในวัย 21 ปี ก้าวขึ้นสู่เวที พรีเมียร์ลีก อย่างเต็มตัว หลังย้ายไปร่วมทัพ แอสตัน วิลล่า ทีมน้องใหม่ในขณะนั้น ด้วยค่าตัวที่ไม่มีการเปิดเผย โดยการย้ายทีมครั้งนี้ยังเป็นการกลับมาร่วมงานกับกุนซือดีน สมิธ และทีมงานอย่าง ริชาร์ด โอเคลลี่ ที่เคยดึงตัวเขาไปเล่นให้กับ เบรนท์ฟอร์ด มาก่อนหน้านี้

          คอนซ่าเริ่มต้นกับ “สิงห์ผงาด” ได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการยิงประตูได้ตั้งแต่นัดเปิดตัว ในเกม ลีก คัพ ที่พบกับ ครูว์ อเล็กซานดร้า เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2019 ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาตัวเองจนกลายเป็นกำลังหลักในแนวรับของทีม


          ช่วงต้นปี 2020 เขามีส่วนสำคัญช่วยทีมเก็บชัยชนะเหนือ วัตฟอร์ด 2-1 หลังแอสซิสต์ให้ ไทโรน มิงส์ ยิงประตูชัย และในเดือนกรกฎาคมปีเดียวกัน คอนซ่าก็ปลดล็อกประตูแรกในพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ในเกมบุกเสมอ เอฟเวอร์ตัน 1-1

          ด้วยฟอร์มที่สม่ำเสมอทำให้ วิลล่า ตัดสินใจมอบสัญญาฉบับใหม่ให้เขาในปี 2021 ยาวถึงปี 2026 และในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน คอนซ่าระเบิดฟอร์มยิง 2 ประตูพาทีมชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 กลายเป็นกองหลังคนแรกของวิลล่าที่ยิงได้สองประตูในเกมพรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ปี 2010

          อย่างไรก็ตาม เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2022 เจ้าตัวได้รับบาดเจ็บหนักบริเวณหัวเข่าในเกมพบกับ คริสตัล พาเลซ จนต้องปิดฉากฤดูกาลก่อนกำหนด แต่หลังพักฟื้นอย่างหนัก คอนซ่าก็กลับมาลงสนามได้อีกครั้งตั้งแต่นัดเปิดฤดูกาล 2022–23 และยึดตำแหน่งตัวจริงได้ทันที โดยในปี 2023 สโมสรตอบแทนผลงานอันยอดเยี่ยมด้วยสัญญาระยะยาวฉบับใหม่ ก่อนที่เขาจะสร้างอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญในอาชีพ ด้วยการยิงประตูแรกในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ ในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศที่ วิลล่า เอาชนะ เปแอสเช ไป 3-2 เมื่อเดือนเมษายน 2025


          ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2025 คอนซ่าได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมพา แอสตัน วิลล่า เอาชนะ มัคคาบี เทล อาวีฟ 2-0 ในศึก ยูโรป้า ลีก และหลังจบเกมกุนซือย่าง อูไน เอเมรี่ ก็ยืนยันว่าเขาได้รับการแต่งตั้งเป็นรองกัปตันทีมคนใหม่ ทำหน้าที่แทน จอห์น แม็คกินน์ อย่างเป็นทางการ


เส้นทางทีมชาติ

ทีมชาติอังกฤษ (ระดับเยาวชน) :


          เอซรี่ คอนซ่า เริ่มสร้างชื่อในเวทีทีมชาติกับทัพ “สิงโตคำราม” ชุดเยาวชน และเป็นหนึ่งในขุนพลทีมชาติอังกฤษชุดยู-20 ที่ผงาดคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี 2017 ได้สำเร็จ โดยแม้เขาจะมีโอกาสลงสนามเพียงนัดเดียวในทัวร์นาเมนต์ แต่ก็เป็นเกมสำคัญในรอบรองชนะเลิศที่อังกฤษเอาชนะ อิตาลี 3-1

          หลังจากนั้น คอนซ่ายังถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ลุยศึก ตูลง ทัวร์นาเมนต์ 2018 และมีส่วนช่วยทีมคว้าแชมป์อีกครั้ง แม้ในรอบชิงชนะเลิศกับ เม็กซิโก เขาจะไม่ได้ลงสนามก็ตาม


          วันที่ 11 ตุลาคม 2018 เจ้าตัวทำประตูแรกในนามทีมชาติได้สำเร็จ ในเกมรอบคัดเลือก ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี 2019 ที่อังกฤษถล่ม อันดอร์ร่า ขาดลอย 7-0 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของกองหลังรายนี้ในเส้นทางระดับนานาชาติ ต่อมา คอนซ่ามีชื่อติดทีมลุยรอบสุดท้ายของศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปรุ่นยู-21 แต่ได้รับโอกาสลงเล่นเพียงเกมเดียว ในฐานะตัวสำรองช่วงรอบแบ่งกลุ่ม


ก้าวสู่ทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ :

          ฟอร์มอันแข็งแกร่งกับ แอสตัน วิลล่า ทำให้คอนซ่าได้รับการเรียกติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2023 สำหรับเกมคัดเลือก ยูโร 2024 กับ มอลต้า และ นอร์ธ มาซิโดเนีย แม้ยังไม่ได้ลงสนาม แต่ก็ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่าเขากำลังก้าวขึ้นสู่ระดับสูงสุดของวงการฟุตบอลอังกฤษ

          กระทั่งวันที่ 23 มีนาคม 2024 คอนซ่าได้ประเดิมสนามให้ทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ในเกมอุ่นเครื่องกับบราซิลที่สนาม เวมบลีย์ โดยถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองตั้งแต่นาทีที่ 20


          ไม่นานหลังจากนั้น เขามีชื่อติด 26 นักเตะทีมชาติอังกฤษชุดลุยศึก ยูโร 2024 และได้สัมผัสเกมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดชนะ สโลวาเกีย หลังลงสนามแทน จู๊ด เบลลิ่งแฮม ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ขณะที่ในรอบก่อนรองชนะเลิศกับ สวิตเซอร์แลนด์ คอนซ่าได้รับโอกาสออกสตาร์ตเป็นตัวจริงแทน มาร์ก เกฮี ที่ติดโทษแบน และทำผลงานได้น่าประทับใจตลอด 78 นาที ก่อนอังกฤษจะผ่านเข้ารอบด้วยการดวลจุดโทษ

          ต่อมา คอนซ่ายังปลดล็อกประตูแรกในนามทีมชาติชุดใหญ่ได้สำเร็จ ในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2026 ที่อังกฤษบุกถล่ม เซอร์เบีย 5-0 โดยเจ้าตัวเป็นคนยิงประตูที่สามของเกม ช่วยตอกย้ำสถานะของเขาในฐานะหนึ่งในแนวรับคนสำคัญแห่งยุคใหม่ของอังกฤษ

สไตล์การเล่น :

          เอซรี่ คอนซ่า เป็นกองหลังถนัดเท้าขวาที่เล่นตำแหน่งหลักในบทบาทเซ็นเตอร์แบ็ก แต่ก็สามารถขยับไปยืนแบ็กขวาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดเด่นสำคัญของเขาคือความเร็ว ความแข็งแกร่ง และการอ่านเกมที่เฉียบขาด ทำให้กลายเป็นหนึ่งในแนวรับที่ไว้ใจได้มากที่สุดของ แอสตัน วิลล่า

          นอกจากเกมรับที่เหนียวแน่นแล้ว คอนซ่ายังเป็นกองหลังสไตล์โมเดิร์นที่กล้าเลี้ยงบอลขึ้นจากแนวหลังอยู่บ่อยครั้ง ช่วยให้ทีมเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุกได้รวดเร็ว อีกทั้งยังมีจังหวะบล็อกลูกยิงที่ยอดเยี่ยม อ่านทางบอลได้ดี และเข้าปะทะได้แม่นยำ หนึ่งในสถิติที่สะท้อนคุณภาพของเขาได้ชัดเจน คืออัตราการเข้าสกัดสำเร็จที่สูงมากเมื่อเทียบกับกองหลังคนอื่นๆ โดยคอนซ่าแทบไม่ต้องใช้จังหวะแท็กเกิลเสี่ยงแบบ “ตายเป็นตาย” เพราะมักยืนตำแหน่งได้ดีและตัดเกมได้ตั้งแต่ต้นทาง


          ในเดือนเมษายน ปี 2024 เขาเคยทำสถิติอัตราแท็กเกิลสำเร็จสูงถึง 91 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในบรรดากองหลังจาก 5 ลีกใหญ่ยุโรป ณ เวลานั้น ยิ่งตอกย้ำถึงความนิ่งและประสิทธิภาพในการเล่นเกมรับของเขาได้เป็นอย่างดี

          อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญคือการดวลตัวต่อตัว คอนซ่ามักเอาชนะคู่แข่งได้ทั้งจังหวะลูกกลางอากาศและบอลบนพื้น ทำให้เขาเป็นกองหลังที่ครบเครื่อง ทั้งเรื่องพละกำลัง ความเร็ว และแท็กติก จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเซ็นเตอร์แบ็กยุคใหม่ที่พัฒนาฝีเท้าขึ้นมาอย่างต่อเนื่องบนเวทีพรีเมียร์ลีก

ADS